Category: myanmar
-

“พม่าที่ผลิกผัน”: วันวาน วันนี้ วันหน้า หน้าตาของพม่าจะเป็นอย่างไร และเราทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่
ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร เรียบเรียงรัศมิ์ลภัส กวีวัจน์ ภาพ หลังเกิดการรัฐประหารในเมียนมาก็ได้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางจนเรียกได้ว่าเป็นวิกฤตมนุษยธรรมและถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ งานเสวนา “พม่าที่พลิกผัน” (Unpredictable Myanmar) ในครั้งนี้มีวิทยากรร่วมเสวนา จำนวน 5 ท่าน ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับประเทศพม่าและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกรณี โดยมีกฤษณ์พชร โสมณวัตร เป็นผู้ดำเนินการเสวนา พรสุข เกิดสว่าง จากมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน กล่าวว่า ประเทศพม่าก่อนรัฐประหารก็ไม่ได้สันติมากนัก เพราะการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสู้รบชายแดน และเสรีภาพสื่อ ความพลิกผันในพม่าหลังเกิดการรัฐประหารคือการทำให้ประเทศกระโดดพลิกกลับไปข้างหลัง แม้ว่าก่อนหน้านี้กระบวนการสันติภาพจะยังไม่เกิดขึ้นในพม่ามากนัก แต่ที่ผ่านมาสิทธิมนุษยชนก็เริ่มมีทิศทางและก้าวไปข้างหน้าได้ การเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้นทำให้ประชาชนพม่ารู้จักโลกภายนอกและความเป็นไปของสังคมโลกมากกว่าที่เคยเป็น การใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชน หลังการรัฐประหาร เป็นการโจมตีที่ไม่ได้มีการแยกแยะระหว่างคนที่ถืออาวุธหรือไม่ถืออาวุธ เป็นการโจมตีที่ไม่แยกแยะว่าสถานที่นั้นเป็นสถานที่สำคัญอย่างโรงพยาบาล โรงเรียน หรือบ้านเรือนประชาชนทั่วไป นอกจากความรุนแรงแล้ว ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาอื่น ๆ เช่น การควบคุมโรคติดต่อ การขาดแคลนอุปกรณ์และบุคลากรทางการแพทย์ เกิดภาวะทุพภิกขภัย การปิดกั้นการเข้าถึงแหล่งอาหาร ประชาชนอดอยาก ทำมาหากินไม่ได้ เพาะปลูกไม่ได้ เพราะต้องหนีอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังมีการใช้ทหารเด็ก บังคับเกณฑ์ทหาร และบังคับใช้แรงงานอย่างกว้างขวาง ซ้ำร้ายยังมีการเกิดขึ้นอย่างมากของธุรกิจมืดตามแนวชายแดน “ดังนั้นโดยส่วนตัวจึงมองว่าวิกฤตของพม่าก็คือวิกฤตของเรา (ไทย)”…
-

บริษัทของรัฐบาลไทยเตรียมเพิ่มหุ้นบ่อก๊าซในเมียนมา จ่ายค่าอาวุธให้คณะรัฐประหารใช้ฆ่าประชาชน ขณะที่คนไทยอาจต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้น
โดย “ร่มสายน้ำ” ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกิดข่าวใหญ่ในแวดวงพลังงานที่เชื่อมโยงถึงสถานการณ์ในประเทศเมียนมาอย่างมาก หลังจากที่บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (ซึ่งถือหุ้นใหญ่ 63.79% โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือหุ้นใหญ่ 51.11% อีกทีโดยกระทรวงการคลังของรัฐบาลไทย) ประกาศซื้อหุ้นเพิ่มและเข้าเป็นผู้ดำเนินงานในโครงการยาดานา เนื่องมาจากการถอนการลงทุนของ TotalEnergies บริษัทพลังงานจากรายใหญ่จากฝรั่งเศส ด้วยเหตุผลด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงของกองทัพเมียนมาต่อประชาชนตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร ซึ่งทางบริษัทด้านพลังงานที่มีส่วนร่วมในการลงทุน เช่น Total และ Chevron ได้ออกมาประกาศเมื่อปลายเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา แหล่งข่าวหลายสำนักระบุว่า ปตท.สผ. จะเข้าทำการควบคุมการดำเนินงานในแหล่งก๊าซยาดานา บริเวณอ่าวเมาะตะมะ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แหล่งก๊าซสำคัญในเมียนมาที่ ปตท.สผ. เข้าร่วมลงทุน (อีก 2 แห่ง ได้แก่ แหล่งเยตากุนและแหล่งซอติก้า) แทน Total ในวันที่ 20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยอ้างถึงความต่อเนื่องการบริโภคด้านพลังงานเป็นหลัก…
-

The Joint Transboundary Network of Civil Societypublic statement on Thai mining case in Myanmar filed a lawsuit against the former editor of GreenNews Agency
According to Myanmar Pongpipat Co Ltd., a Thai mining company operating in Myanmar, has reported the case against Mr. Pratch Rujivanarom, the then Editor of GreenNews, for the report on “Myanmar Court Ordering Thai Mining Company to Compensate Dawei Villager for 2.4 Million Baht as a result of the environmental damage caused by tin mining”…
-

แถลงการณ์ร่วมข้ามพรมแดน กรณีเหมืองแร่ไทยในเมียนมาแจ้งความดำเนินคดีต่อ บ.ก. GreenNews – เรียกร้องอัยการสั่งไม่ฟ้อง ยืนยันสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็น
สืบเนื่องจากบริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ไทยในเมียนมาได้แจ้งความต่อ นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น จากการรายงานข่าวเรื่อง ‘ศาลพม่าสั่งบริษัทเหมืองแร่ไทยชดใช้ชาวบ้านทวาย 2.4 ล้านบาท เหตุเหมืองดีบุกทำสิ่งแวดล้อมพัง’ ซึ่งเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ในข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา เนื้อหาของข่าวดังกล่าวอ้างถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมืองทวายที่พิพากษาให้ บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด จ่ายค่าชดเชยแก่ นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เหมือง เป็นเงินจำนวน 114,800,000 จ๊าต (ประมาณ 76,533 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400,000 บาท) เนื่องจากก่อนหน้านี้ในปี 2558 นายซอ ดา เชว ได้ฟ้องคดีต่อศาลทวาย เรียกร้องให้บริษัทฯ ชดเชยความเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สิน โดยเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับต้นหมากที่ล้มตายจำนวน 882 ต้น เนื่องจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ของบริษัทที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในฐานะเครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา…
-

เครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย – เมียนมา เชิญชวนลงนามแถลงการณ์ร่วม กรณีเหมืองแร่ไทยในเมียนมาแจ้งความดำเนินคดีต่อ บ.ก. GreenNews – เรียกร้องอัยการสั่งไม่ฟ้อง ยืนยันสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็น
เครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา เชิญชวนทุกท่าน/ทุกองค์กรลงนามในแถลงการณ์ร่วมของเครือข่ายฯ กรณีบริษัทเหมืองแร่ไทยในเมียนมา แจ้งความดำเนินคดีต่อบรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) และเรียกร้องให้อัยการจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งไม่ฟ้อง เพื่อเป็นการยืนยันและสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สืบเนื่องจากบริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ไทยในเมียนมาได้แจ้งความต่อ นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น จากการรายงานข่าวเรื่อง ‘ศาลพม่าสั่งบริษัทเหมืองแร่ไทยชดใช้ชาวบ้านทวาย 2.4 ล้านบาท เหตุเหมืองดีบุกทำสิ่งแวดล้อมพัง’ ซึ่งเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ในข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา เนื้อหาของข่าวดังกล่าวอ้างถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมืองทวายที่พิพากษาให้ บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด จ่ายค่าชดเชยแก่ นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เหมือง เป็นเงินจำนวน 114,800,000 จ๊าต (ประมาณ 76,533 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400,000 บาท) เนื่องจากก่อนหน้านี้ในปี 2558 นายซอ ดา เชว ได้ฟ้องคดีต่อศาลทวาย…
-

A Summary of the Situation and Recommendations: Humanitarian Relief and Addressing the problems of the people from Myanmar who have become Internally Displaced Person in Myanmar and Refugees in Thailand
A Summary of the Situation and Recommendations: Humanitarian Relief and Addressing the problems of the people from Myanmar[1] who have become Internally Displaced Person in Myanmar and Refugees[2] in Thailand 1. An overall figure of IDPs and the situation of refugees following the military coup in Myanmar Armed conflicts in the Republic of the Union…
-

สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมาที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทย
สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมา[1] ที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัย[2]ในประเทศไทย 1. ภาพรวมตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในประเทศและสถานการณ์ผู้ลี้ภัยภายหลังการรัฐประหารในเมียนมา ความขัดแย้งทางอาวุธในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (ประเทศเมียนมา) การพยายามโจมตีพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์ต่าง ๆ ของกองทัพเมียนมาภายหลังการก่อรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากมีความหวาดกลัวต่อภัยประหัตประหาร ต้องหนีภัยประหัตประหารและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally Displaced Persons) และกลายมาเป็นผู้ลี้ภัย ในประเทศไทยจากรายงานล่าสุดสถานการณ์ฉุกเฉินในเมียนมา วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 (Myanmar Emergency Update as of 01 July 2021) โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า ความรุนแรงและความไม่มั่นคงที่เกิดจากการสู้รบนับแต่ตั้งเหตุรัฐประหาร ส่งผลให้ประชาชนกว่า 211,000 คน กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา โดยกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของรัฐคะฉิ่นราว 10,200 คน รัฐฉานมากกว่า 30,200 คน รัฐชินราว 10,000 คน[3] ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด ‘สถานการณ์มนุษยธรรมในเมียนมา…
-

“Dawei Studies”: An evaluation of knowledge and movement about Dawei
Background The workshop on “Dawei Studies” An evaluation of knowledge and movement about Dawei was held during 14–15 September 2020 at the Foundation for Natural Resources and Environment (FENR) in Chiang Mai as part of the 3rd International Conference on Burma/Myanmar Studies (ICBMS) from 5-7 March 2021 at the UNISERV, Chiang Mai University. It aims…
-

76 Thai – Foreign Civil Society Organizations ask Thai Gas Companies to Stop Enabling Myanmar Army’s Crackdown of People
20th May 2021, Bangkok, The Extraterritorial Obligation Watch Coalition (ETOs Watch) called on Thai gas companies to stop the flow of revenue to the Myanmar Army, which is aiding the army’s human rights violations against the people. The ETO Watch – a collective of Civil Society Organizations (CSOs) and Non-Governmental Organizations (NGOs) working on Business…
-

76 ภาคประชาสังคม ไทย-เทศ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง ปตท – หยุดเป็นท่อน้ำเลี้ยงทหารพม่า
20 พฤษภาคม 64 (กรุงเทพฯ) คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch) เปิดเผยจดหมายเปิดผนึกซึ่งส่งถึง ปตท และ ปตท.สผ. เพื่อให้ระงับและงดส่งจ่ายเงินจากก๊าซธรรมชาติให้กับกองทัพเมียนมา เพื่อยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา 76 องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคมด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ทั้งไทย เมียนมา และนานาชาติร่วมลงชื่อ ชี้ชัดเงินค่าก๊าซธรรมชาติอยู่ในการควบคุมของกองทัพ หวั่นส่งเสริมการประหัตประหารประชาชน นายธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร ผู้ประสานงานคณะทำงาน กล่าวว่า “เราเรียกร้องให้ ปตท.งดจ่ายเงินให้กับบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ดูแลเรื่องน้ำมันและก๊าซของพม่าในขณะเพราะแม้ว่าโดยหลักการแล้วบริษัทนี้จะเป็นของรัฐบาลเมียนมา แต่การควบคุมอำนาจในการบริหารหน่วยงานแบบเบ็ดเสร็จของคณะรัฐประหารเมียนมาทำให้บริษัทรัฐวิสาหกิจซึ่งควรจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นเจ้าของนั้นไม่อาจรับประกันได้อีกต่อไปว่ารายได้จาก ปตท ในฐานะผู้ซื้อตามสัญญาจะถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อกิจการพลเรือนและผลประโยชน์ต่อประชาชนชาวเมียนมาอย่างแท้จริง ความไม่โปร่งใสและการใช้อำนาจฉ้อฉล ทั้งยังดิบเถื่อนของกองทัพเมียนมาต่อประชาชนในประเทศตนเองที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั้นทำให้เรากังวลเป็นอย่างมากว่าเงินรายได้ในส่วนนี้จะถูกแปรเป็นอาวุธหรือกระสุนปืนที่สาดใส่แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์” ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ หรือ Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw: CRPH ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนชาวเมียนมา ได้ส่งหนังสือไปยังกลุ่มธุรกิจหรือรัฐวิสาหกิจจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศโดยเฉพาะในกิจการการลงทุนด้านการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เรียกร้องให้ระงับกิจการการลงทุนและตัดสายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจร่วมกับกองทัพเมียนมาในทันที อีกทั้งเรียกร้องให้บริษัทที่ร่วมทุนนำรายได้ที่ต้องจ่ายไปยังบริษัท Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะรัฐประหารเผด็จการกองทัพเมียนมาไปไว้ยังบัญชีที่ได้รับการปกป้อง (protected/escrow account) เนื่องจากพวกเขาเกรงว่ารายได้จากการประกอบธุรกิจนี้จะเป็นเงินที่ป้อนเข้าสู่กระเป๋าของกองทัพเมียนมาโดยตรง โดยหนังสือดังกล่าวมีข้อเรียกร้องที่อ้างไปถึง…