ชวนอ่าน “ภาพรวมสถานการณ์ 4 ปี รัฐประหารในเมียนมา: อนาคตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง”

Myanmar Refugee Network

ชวนอ่านรายงาน “ภาพรวมสถานการณ์ 4 ปี รัฐประหารในเมียนมา: อนาคตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง” จัดทำโดยเครือข่ายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเมียนมา หรือ Myanmar Refugee Network: MRN โดยเนื้อหาภายในครอบคลุมหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาต้องเผชิญหลังการรัฐประหารทั้งในแง่การถูกคุกคามโดยรัฐต้นทางและรัฐที่พักพิงในปัจจุบันอย่างไทย ไปจนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมในชีวิตที่ต้องอยู่ระหว่างการก้าวไปสู่หนทางประชาธิปไตยของประเทศ

ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 ประเทศเมียนมาต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองและมนุษยธรรมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประชาชนกว่า 3.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 6% ของประชากรทั้งหมด ถูกบีบบังคับให้อพยพเนื่องจากความขัดแย้งและการปราบปรามที่รุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและสังคมในประเทศ ค่าเงินจ๊าตอ่อนค่าลงถึง 3-4 เท่า ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าจำเป็นได้สร้างความลำบากให้กับประชาชน ในขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาและสาธารณสุขล่มสลาย เด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษา นอกจากนี้ การโจมตีทางทหารอย่างต่อเนื่องในปี 2024 ยังทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศจำนวนมาก ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชนในประเทศ

หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการบังคับเกณฑ์ทหารซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2024 โดยรัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกกฎหมายบังคับให้ชายอายุ 18-35 ปี และหญิงอายุ 18-27 ปี ต้องเข้ารับการฝึกทหารทันที ผู้ที่หลบหนีหรือปฏิเสธจะต้องเผชิญกับการจับกุมและการลงโทษที่รุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การหลั่งไหลของผู้อพยพมายังประเทศไทย โดยผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายสูงในการเดินทางผิดกฎหมาย ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000-50,000 บาทต่อคน นอกจากนี้ พวกเขายังเสี่ยงต่อการถูกจับกุมและส่งกลับไปยังเมียนมา ซึ่งในบางกรณีหมายถึงการถูกบังคับเกณฑ์ทหารทันที การเดินทางและการอยู่อาศัยในไทยยังเต็มไปด้วยอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นความไม่มั่นคงของที่พักอาศัยหรือความหวาดกลัวจากการถูกจับกุม

ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาที่เดินทางมาถึงไทยต้องเผชิญกับความยากลำบากในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและสังคม ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่กว่า 85% ต้องเช่าที่พักเองในสภาพแออัดและไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสการจ้างงาน โดยมีถึง 77% ที่ไม่สามารถหางานทำได้ เด็กผู้ลี้ภัยจำนวนมากขาดโอกาสในการศึกษาอย่างเป็นทางการและต้องพึ่งพาโรงเรียนในชุมชนหรือการศึกษาออนไลน์ นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดยมีผู้ลี้ภัยถึง 54% ที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ แม้จะมีองค์กรด้านมนุษยธรรมให้ความช่วยเหลือ แต่ผู้ลี้ภัยยังคงเผชิญความท้าทายจากค่าใช้จ่ายที่สูงและความไม่แน่นอนทางกฎหมาย

ตัวเลขเชิงลึกในรายงานชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ในเมียนมา จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจจาก 1,503 คนในปี 2021 เป็น 28,051 คนในปี 2024 ในขณะเดียวกัน จำนวนการโจมตีทางอากาศก็เพิ่มขึ้นจาก 131 ครั้งในปี 2021 เป็น 3,102 ครั้งในปี 2024 สถิติเหล่านี้สะท้อนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมประชาชนจำนวนมาก โดยในปี 2023 มีผู้ถูกจับกุมสูงถึง 25,656 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้มาตรการที่เข้มงวดและรุนแรงจากรัฐบาลทหาร

รายงานดังกล่าวยังเสนอแนะให้มีการดำเนินการในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ประเทศไทยควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการรองรับและคุ้มครองผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่นอกระบบพื้นที่พักพิง นอกจากนี้ ควรเพิ่มความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในด้านที่อยู่อาศัย การศึกษา และการรักษาพยาบาล อาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศควรมีบทบาทสำคัญในการกดดันรัฐบาลทหารเมียนมา และสร้างช่องทางอพยพที่ปลอดภัยสำหรับผู้ลี้ภัย ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยลดความทุกข์ยากของผู้ลี้ภัย และสร้างอนาคตที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับพวกเขา

อ่านเพิ่มเติมที่ไฟล์ PDF ด้านล่างครับ