Author: etoswatchgmailcom
-

Development of Dawei SEZ expected to be delayed again
published on April, 8 2563 You could access the origina content/full report at https://www.mmtimes.com/news/development-dawei-sez-expected-be-delayed-again.html?fbclid=IwAR2_KVsjWCEZqHUbOZAQMkVu9ZEwsadh0zBJWj1V3HbX3mX2w4lm0OC1olY Officials are expecting the outbreak of COVID-19 to slow the development of Dawei Special Economic Zone (SEZ) in Tanintharyi Region. “The virus is affecting the development process, including road construction,” said U Tin Htoo Naing, secretary of Dawei SEZ. Things are…
-

ชาวลาวที่ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยยังไม่ได้ค่าชดเชย-อยู่อย่างลำบาก ส่วนใหญ่หนีออกจากศูนย์พักพิงไปสร้างบ้านเรือนเอง
ลงเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 เข้าถึงต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ https://transbordernews.in.th/home/?p=24953&fbclid=IwAR1XIbwUjLnhxsh7xQjsW7UiG6EA46LcXT3cT2BNYwRn8cuywKg-258A4zo สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรีรายงานว่า(23/04/2020) ผู้รอดชีวิตจากเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยแตกพังเมื่อปี 2561 ต้องอยู่ในศูนย์อพยพมากว่า 2 ปีอย่างลำบาก แม้มีข่าวว่ารัฐบาลลาวและบริษัทได้สัญญาว่าจะจ่ายค่าชดเชยและย้ายให้ไปอยู่ในบ้านและที่ดินจัดสรรและบ้านที่สร้างให้ใหม่ แต่ขณะนี้ความช่วยเหลือนั้นก็ยังไม่เกิด ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ยังอยู่ในบ้านพักชั่วคราวที่มีสภาพร้อน น้ำใช้ไม่สะอาดและสุขอนามัยไม่สะอาด ส่วนบางคนที่ตัดสินใจย้ายออกจากที่พักชั่วคราวเองก็ต้องใช้เงินตัวเองในการสร้างบ้านใหม่ ผู้ได้รับผลกระทบรายหนึ่งที่ไม่ประสงค์จะออกนาม อยู่ศูนย์อพยพดงบาก ในเมืองสนามไซย กล่าวว่า “บ้านชั่วคราวมันอยู่ไม่ได้ เพราะร้อนมาก สกปรก กลิ่นเหม็นมาก และขาดแคลนน้ำใช้ พวกเรากลัวมากว่าจะเกิดโรคระบาด ห้องน้ำก็สภาพแย่ มันเต็มและไม่เคยมีการสูบออกเลย เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้มาตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่เลยชาวบ้านหลายคนที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านดงบากตัดสินใจหนีออกไปศูนย์แห่งนี้” “คนที่ออกไป ก็ไปสร้างกระท่อมหรือบ้านหลังเล็กๆอยู่ในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้เป็นค่าชดเชย หรือกลับไปยังที่ดินทำกินเดิมของพวกเขาที่ถูกน้ำท่วม หรือบางคนก็ต้องกลับไปยังบ้านหลังเก่าในหมู่บ้านเดิมที่ประสบภัย “เขากล่าว เมื่อปีที่ 2562 หน่วยงานรัฐได้จัดสรรที่ดินขนาด 20×40 เมตร ให้กับแต่ละครอบครัว และรัฐจะช่วยสร้างบ้านให้บนที่ดินนั้น แก่ชาวบ้านกว่า 4,000 ครอบครัว แต่ตอนนี้มีเพียงบ้าน 36 หลังที่สร้างแล้วเสร็จให้กับครอบครัวที่ยากจนที่สุดเท่านั้นส่วนผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนที่พอจะมีเงินก็ต้องไปซื้อไม้และสร้างบ้านของตัวเอง เดิมในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านดงบาก มีคนอยู่จำนวน 68 ครอบครัว ตอนนี้เหลือเพียง…
-

นักวิชาการเวียดนามชี้เขื่อนหลวงพระบางไม่คุ้มค่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมต่อเวียดนาม และประเทศลุ่มน้ำโขง
ลงเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ ตามลิ้งค์นี้ https://transbordernews.in.th/home/?p=24880&fbclid=IwAR2KrBrw3sI5dxqXM2gaNO3UPw419oPyIMnLqLndrpbINR9wpS0z1HESDSg นายหวิน ดัง อา ธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมชาวแคนาดา ได้เขียนบทความวิเคราะห์กรณีโครงการเขื่อนหลวงพระบาง ลงในเว็บไซต์ nguoidothi.net ระบุว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาวแจ้งต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ให้มีการจัดกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า (PNPCA) ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 ซึ่งโครงการเขื่อนหลวงพระบาง มีจุดก่อสร้างอยู่บนแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบาง 25 กิโลเมตร มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ ผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัทหลวงพระบางเอเนอยี่จำกัด โดยบริษัท PretoVietnam(PVPower) ถือหุ้น 38 % , บริษัท PT Co.Ltd(Laos) ถือหุ้น 37 % และรัฐบาลลาว ถือหุ้น 25 % และได้รับสิทธิ์พัฒนาโครงการมาตั้งแต่…
-

ข้อมูลฟ้องชัด วิกฤตแม่น้ำโขงแล้งครั้งประวัติศาสตร์ เป็นฝีมือเขื่อนจีน
ลงเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews ตามลิ้งค์นี้ https://greennews.agency/?p=20880&fbclid=IwAR3TNhthFsVvPZI02gTI0_7S8q6X7qinl6AxdQGAHEKgMEMK9OMTwJeGVnQ ข้อมูลดาวเทียมยืนยัน แม่น้ำโขงเผชิญภัยแล้งครั้งประวัติศาสตร์เพราะเขื่อนจีนกักเก็บน้ำ แม้ทางการจีนแถลงโต้ว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง ในขณะที่นักวิชาการรัฐศาสตร์เรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขงทั้ง MRC และ LMC รวมถึงชาติสมาชิก จะต้องปฏิรูปแนวทางการบริหารจัดการแม่น้ำโขงให้โปร่งใส คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดทั้งลุ่มน้ำเป็นสำคัญ ศูนย์วิจัยสหรัฐ Stimson Center ออกรายงานการศึกษาชิ้นใหม่เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2563 ยืนยันว่า สภาวะภัยแล้งรุนแรงในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างช่วงปีก่อน เป็นผลจากการกักเก็บน้ำของเขื่อนทางการจีน จนทำให้เกิดวิกฤตระดับน้ำแม่น้ำโขงลดต่ำผิดปกติครั้งประวัติศาสตร์ จากข้อมูลการศึกษาเผยว่า ระหว่างเดือนเมษายน – กันยายน พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างประสบความแห้งแล้งอย่างหนัก ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในเขตประเทศจีนกลับได้รับปริมาณน้ำฝนสูงกว่าปกติ ผลการศึกษาข้อมูลดาวเทียมยังบ่งชี้ว่า เขตลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนยังมีความชื้นในดินสูงกว่าที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าที่ราบทิเบตอันเป็นแหล่งกำเนิดน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้ประสบภาวะฝนแล้งดั่งที่ทางการจีนกล่าวอ้าง ดังนั้น ถ้าหากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีนปล่อยน้ำตามปกติ ไม่มีการกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำฝนและการละลายของหิมะที่เพิ่มขึ้นในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน จะเพียงพอที่จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงช่วงระหว่างชายแดนไทย – ลาว ในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2562 – เดือนมีนาคมนี้ มีปริมาณน้ำมากกว่าปกติ ข้อมูลดังกล่าวจึงชี้ชัดว่า เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้วถึง 11…
-

(Latest Updated) Thailand’s Direct Investments in Neighbouring Countries Impacts to the Environment and Communities, and Violations of Human Rights
Extra-Territorial Obligations Watch Coalition (ETOs Watch Coalition) formed by the civil societies and nongovernmental organizations that monitor the development and environment situation in neighboring countries of Thailand, consisting of Cambodia, Laos, Myanmar, and Vietnam (also known as CLMV), especially the situation of human rights violations and the struggle for natural resources arising from direct investment…
-

How China Turned Off the Tap on the Mekong River
published on April 13, 2020 You could access the original content/full report at https://www.stimson.org/2020/new-evidence-how-china-turned-off-the-mekong-tap/?utm_source=Stimson+Center&utm_campaign=2086671340-RA%2FSE+Asia%2FMekong+Damns+Story+Promo&utm_medium=email&utm_term=0_15c3e20f70-2086671340-46308013&mc_cid=2086671340&mc_eid=9fa9fe4a91&fbclid=IwAR3uuXVS6NF1x80M8ZEg6C7B5ESs2u5DKU0J2nymbzMR89Vm0ugv2bcvUus What We Know New data shows that during a severe drought in the lower Mekong Basin in 2019, China’s upper basin enjoyed high rainfall and snowmelt and China’s upstream dams restricted nearly all of the record rainfall and snowmelt from the…
-

รายงานบริษัทวิจัยสหรัฐ ระบุ เขื่อนจีนกักน้ำไม่ยอมปล่อย ส่งผลให้เกิดภัยแล้งในประเทศลุ่มน้ำโขง
ลงเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://www.bbc.com/thai/thailand-52276706?SThisFB&fbclid=IwAR19IKSDa-xULvQ_O2wKooGFGSq0SWxDX_JtfjfkSp1FvbJ9MVYXA3Q2Gt8 บริษัทวิจัยในสหรัฐฯ เปิดเผยผลการศึกษาที่ชี้ว่าเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในจีนกักน้ำไว้ปริมาณมหาศาลในช่วงที่ประเทศลุ่มน้ำโขงประสบปัญหาภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรงเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ระดับปริมาณน้ำเฉลี่ยในจีนสูงกว่าประเทศที่อยู่ตอนล่าง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลจีนได้ออกมาโต้แย้งผลการศึกษาดังกล่าว และระบุว่าในช่วงฤดูฝนของปีที่แล้ว ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงตลอดสาย 4,350 กิโลเมตร ลดน้อยลง ผลการศึกษาของ อายส์ ออน เอิร์ธ อิงค์ (Eyes on Earth) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านน้ำซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ อาจยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับปัญหาการจัดการน้ำระหว่างประเทศจีนและประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน 60 ล้านชีวิตในประเทศลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม รายงานฉบับนี้มีชื่อว่า “Monitoring the Quantity of Water Flowing Through the Upper Mekong Through Natural (Unimpeded) Conditions” เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ 2 คนคือ อลัน เบซิสต์…
-

Challenges of Dam Financing for Thai Banks: The Case of Xayaburi and XPXN Projects
You could access the original content at https://fairfinancethailand.org/bank-guide/case-studies/challenges-of-dam-financing-for-thai-banks-the-case-of-xayaburi-and-xpxn-projects/#content Drawing on case studies of two controversial hydropower projects in Laos financed by Thai banks, this report points to weaknesses in the Thai Banks’ considerations of environmental and social risks. The report outlines why Thai Banks must integrate Environmental Social and Governance (ESG) risks into their lending…
-
เปิดโผธนาคารที่ได้คะแนน Fair Finance สูงสุดของโลก
ลงวันที่ 13 มีนาคม 2563 แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://fairfinancethailand.org/news/2019/top-3-fair-finance-banks/ กว่าสิบปีแล้วที่มี Fair Finance Guide International ได้จัดทำมาตรฐาน แนวปฏิบัติของแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ เพื่อประเมินธนาคารในประเทศต่างๆ ในหัวข้อที่เกี่ยวกับธรรมาภิบาลในสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีแก่โลก โดยในปี 2562 มีธนาคารเข้ารับการประเมินทั้งหมด 90 แห่ง จาก 10 ประเทศ ซึ่งหลายๆ ธนาคารก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อฉายภาพให้ชัดเจนมากขึ้น Fair Finance Thailand อยากขอทุกคนไปรู้จักกับ 3 ธนาคารที่ได้คะแนน Fair Finance สูงสุดของโลก ในปีที่ผ่านมาว่าสถาบันการเงินเหล่านี้มีโดดเด่นเช่นใด และสามารถเป็นต้นแบบเพื่อปรับใช้แก่ธนาคารในประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง จากการประเมินด้วยมาตรฐาน Fair Finance Guide International (แนวปฏิบัติของแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ) ตามประเภท ภาคีทั้ง 10…
-
กสิกรไทย ธนาคารสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ร่วมรับใน “หลักการธนาคารที่รับผิดชอบ”
ลงวันที่ 31 มีนาคม 2563 ประชาชาติธุรกิจ สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://www.prachachat.net/finance/news-441210 ธนาคารกสิกรไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจบนรากฐานของการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน เข้าร่วมลงนามรับใน “หลักการธนาคารที่รับผิดชอบ” ของสำนักงานโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติว่าด้วยข้อริเริ่มด้านการเงิน หรือ UNEP FI เป็นธนาคารสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในธนาคารกว่า 170 แห่งทั่วโลกที่เข้าร่วมในหลักการดังกล่าว เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของธนาคารตามมาตรฐานสากล และกำหนดกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติและข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจบนรากฐานของการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงและการบริหารจัดการต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสมดุลทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งสร้างความยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ธนาคารตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางด้านการเงินให้คนในสังคม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เคารพในสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ลูกค้าและธนาคารเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อประกาศเจตนารมย์ถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการขับเคลื่อนธุรกิจในทิศทางดังกล่าวและพัฒนาอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ธนาคารกสิกรไทยจึงได้ตอบรับเข้าร่วมใน “หลักการธนาคารที่รับผิดชอบ” (UN Principles for Responsible Banking) ของสำนักงานโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติว่าด้วยข้อริเริ่มด้านการเงิน (United Nations Environmental Program…