Author: etoswatchgmailcom

  • พันธมิตรปกป้องแม่น้ำโขงออกแถลงการณ์เรียกร้องการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาคแม่น้ำโขง ไม่ใช่เขื่อนไฟฟ้าที่ทำลายล้าง

    พันธมิตรปกป้องแม่น้ำโขงออกแถลงการณ์เรียกร้องการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาคแม่น้ำโขง ไม่ใช่เขื่อนไฟฟ้าที่ทำลายล้าง

    ลงเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 2 มิถุนายน 2563 กลุ่มพันธมิตรปกป้องแม่น้ำโขง หรือ Save the Mekong ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในลุ่มน้ำโขงจาก ไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศแม่น้ำโขง 4 ประเทศและคณะกรรมาธิการลุ่มน้ำโขงทบทวนด้านพลังงานของภูมิภาคแทนเขื่อนไฟฟ้าที่สร้างผลกระทบชี้รายงานการศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนสานะคามคัดลอกเขื่อนปากลายและปากแบง ในแถลงการณ์ระบุว่าเขื่อนสานะคามไม่ควรจะถูกสร้างเพราะมีมูลค่าการก่อสร้างสูง ไม่มีความจำเป็นและมีความเสี่ยง  เขื่อนแห่งนี้ผลิตไฟฟ้าได้ 684 เมกะวัตต์ มีมูลค่าค่าก่อสร้างกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 8 ปี หากเฉลี่ยเวลาในก่อสร้างแล้วเขื่อนจะติดตั้งพลังงานได้เพียง 90 เมกะวัตต์ต่อปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับการติดตั้งพลังงานทางเลือกอื่นในภูมิภาค เช่น การติดตั้งพลังงานพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามพบว่า เฉพาะเดือนเมษายน – กรกฎาคม มีกำลังการผลิตติดตั้งมากถึง 4,400 เมกะวัตต์ ซึ่งมากกว่าเขื่อนสานะคามถึง 6 เท่า  การสร้างเขื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนสานะคาม มีความเสี่ยงมากขึ้น ใช้เวลาก่อสร้างนาน ใช้เงินลงทุนสูงและจะกลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างภาระ ความเสี่ยงต่าง ๆนี้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการสร้างเขื่อนที่กั้นแม่น้ำโขงในตอนบนซึ่งจะทำให้การไหลและระดับน้ำไม่สามารถคาดการณ์ได้อันส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของเขื่อนสานะคามและเขื่อนอื่น ๆ บนแม่น้ำโขงสายหลัก…

  • แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน: ข้อเสนอต่อสถานการณ์การผลักดันโครงการก่อสร้างเขื่อนสานะคามบนแม่น้ำโขง

    แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน: ข้อเสนอต่อสถานการณ์การผลักดันโครงการก่อสร้างเขื่อนสานะคามบนแม่น้ำโขง

    ลงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ข้อเสนอต่อสถานการณ์การผลักดันโครงการก่อสร้างเขื่อนสานะคาม บนแม่น้ำโขง ท่ามกลางกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ทั่วทุกมุมโลก รัฐบาลแต่ละประเทศ รวมทั้งหน่วยงาน องค์กร และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่างร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างขันแข็งด้วยความหวังที่จะรอดพันจากหายนะภัยที่มีต่อมวลมนุษยชาติในครั้งนี้ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลลาวภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากประเทศจีน กลับฉวยโอกาสในสภาวะวิกฤติครั้งนี้ เร่งรัดผลักดันโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงโครงการล่าสุดคือ เขื่อนสานะคาม สืบเนื่องจากวันที่ 11 เดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) เปิดเผยต่อสาธารณะว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะริเริ่มดำเนินการกระบวนการปรึกษาหารือเบื้องต้น (Prior Consultation) สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม กระบวนการนี้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ เรื่อง การแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง ของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในกรณีที่รัฐสมาชิก ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะมีการดำเนินการโครงการที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง ทั้งนี้ โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม มีบริษัท ต้าถัง (ลาว) สานะคาม ไฮโดรพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการฯ…

  • ลาวยื่น PNPCA เขื่อนสานะคาม กั้นโขงเหนือ อ.เชียงคาน จ.เลย ๒ กิโลเมตร

    ลาวยื่น PNPCA เขื่อนสานะคาม กั้นโขงเหนือ อ.เชียงคาน จ.เลย ๒ กิโลเมตร

    ลงเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 สามารถเข้าถึงต้นฉบับได้ที่ สารคดี https://www.sarakadee.com/2020/05/22/pnpca-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1/?fbclid=IwAR0Y2JBkf3K6lAZYMXII5eTsJMuoEdr-39nEQk1dr9dAjh_P_FN-Xq4RqsU เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission : MRC) องค์การร่วมมือระหว่างรัฐบาล ๔ ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ก่อตั้งขึ้นเพื่อประสานงานพัฒนาแหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่างยั่งยืน ได้เผยแพร่เอกสารข่าวว่ารัฐบาลลาวจะดำเนินการตาม “กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า” (Prior consultation process) สำหรับโครงการเขื่อนสานะคาม กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าถือเป็นส่วนหนึ่งของกติกาการใช้น้ำบนแม่น้ำโขงตามระเบียบปฏิบัติเรื่อง “การแจ้ง ปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง” (Procedure for notification, Prior consultation and Agreement : PNPCA) ของ MRC ภายใต้ระเบียบปฏิบัตินี้ โครงการใดก็ตามที่ใช้น้ำจากแม่น้ำโขงสายประธาน ระหว่างฤดูแล้งภายในลุ่มน้ำเดียวกัน หรือฤดูน้ำหลากระหว่างลุ่มน้ำ จะต้องผ่านกระบวนการ PNPCA ไม่ว่าจะเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่…

  • The Dirty List

    published on May, 17 2020 You could access the original content at Burma Campaign UK https://burmacampaign.org.uk/take-action/dirty-list/?fbclid=IwAR2KTO5WV7VyKvlpAYWQhmBqQz8ZLQXVx74mVTXEl7-t5GWMlxualiHY6Vo The Dirty List names international companies doing business with the military in Burma. The list also includes international companies involved in projects where there are human rights violations or environmental destruction. Adani Group   Adoniss/Mayar India NEW Alcazar Capital Ltd …

  • จี้ต่อมคุณธรรม 4 แบงก์ไทย-ในฐานะปล่อยกู้สร้างเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ผู้เชียวชาญยูเอ็นร้องหาความยุติธรรมให้ผู้ประสบภัยเขื่อนแตกเมื่อ 2 ปีก่อน

    จี้ต่อมคุณธรรม 4 แบงก์ไทย-ในฐานะปล่อยกู้สร้างเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ผู้เชียวชาญยูเอ็นร้องหาความยุติธรรมให้ผู้ประสบภัยเขื่อนแตกเมื่อ 2 ปีก่อน

    ลงเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ https://transbordernews.in.th/home/?p=25019&fbclid=IwAR2YMg3mwXDIGK0zjfVIbgT6_Iw50AGqMtEB3utZglsSAcriotWyD466xEY ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  (28 เมษายน 2562) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้รอดชีวิตจากเขื่อนแตกในประเทศลาวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา  แถลงการณ์ระบุว่า ชาวบ้านหลายพันคนต้องสูญเสียทุกอย่างและต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและไร้อนาคต รัฐบาล บริษัทและธนาคารที่เกี่ยวข้องได้ผลประโยชน์และกำไรจากโครงการเขื่อนไฟฟ้านั้น แต่ชาวบ้านต้องสูญเสียทุกอย่างและไม่ได้รับการช่วยเหลือตามที่สัญญาไว้ เหตุการณ์สันเขื่อนย่อย D ของเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ที่เมืองสนามไซย แขวงอัตตะปือของลาว แตกเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ทำให้น้ำท่วมและคร่าชีวิตของชาวบ้านกว่า 71 คนและอีกหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย  “ชาวบ้านและชนพื้นที่เมืองยังไม่ได้รับค่าชดเชยที่เพียงพอและยังต้องอยู่ในที่พักชั่วคราวที่ไม่ได้มาตรฐาน มีความเป็นส่วนตัวน้อย เข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค สุขอนามัย และที่ดิน อย่างไม่เพียงพอ เราได้รับรายงานว่ามีกระบวนการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการโยกย้ายหรือการช่วยเหลือตามแผนที่วางไว้  รัฐบาลลาว อ้างว่ากำลังให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างถึงที่สุด แต่มันดูขัดแย้งกับรายงานต่างๆที่ออกมาว่า ชาวบ้านยังอยู่ภาวะทุกข์ยากลำบาก” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติระบุว่า ภาคธุรกิจกำลังเพิกเฉยต่อความรับผิดชอบตามหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนภายใน หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน “นับตั้งแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจนี้ พวกเขาควรจะต้องปรึกษาผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องและแก้ไขเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพแก่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ” ในแถลงการณ์เน้นย้ำ  จวบจนถึงปัจจุบัน…

  • Development of Dawei SEZ expected to be delayed again

    Development of Dawei SEZ expected to be delayed again

    published on April, 8 2563 You could access the origina content/full report at https://www.mmtimes.com/news/development-dawei-sez-expected-be-delayed-again.html?fbclid=IwAR2_KVsjWCEZqHUbOZAQMkVu9ZEwsadh0zBJWj1V3HbX3mX2w4lm0OC1olY Officials are expecting the outbreak of COVID-19 to slow the development of Dawei Special Economic Zone (SEZ) in Tanintharyi Region. “The virus is affecting the development process, including road construction,” said U Tin Htoo Naing, secretary of Dawei SEZ. Things are…

  • ชาวลาวที่ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยยังไม่ได้ค่าชดเชย-อยู่อย่างลำบาก ส่วนใหญ่หนีออกจากศูนย์พักพิงไปสร้างบ้านเรือนเอง

    ชาวลาวที่ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยยังไม่ได้ค่าชดเชย-อยู่อย่างลำบาก ส่วนใหญ่หนีออกจากศูนย์พักพิงไปสร้างบ้านเรือนเอง

    ลงเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 เข้าถึงต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ https://transbordernews.in.th/home/?p=24953&fbclid=IwAR1XIbwUjLnhxsh7xQjsW7UiG6EA46LcXT3cT2BNYwRn8cuywKg-258A4zo สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรีรายงานว่า(23/04/2020) ผู้รอดชีวิตจากเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยแตกพังเมื่อปี 2561 ต้องอยู่ในศูนย์อพยพมากว่า 2 ปีอย่างลำบาก แม้มีข่าวว่ารัฐบาลลาวและบริษัทได้สัญญาว่าจะจ่ายค่าชดเชยและย้ายให้ไปอยู่ในบ้านและที่ดินจัดสรรและบ้านที่สร้างให้ใหม่ แต่ขณะนี้ความช่วยเหลือนั้นก็ยังไม่เกิด ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ยังอยู่ในบ้านพักชั่วคราวที่มีสภาพร้อน น้ำใช้ไม่สะอาดและสุขอนามัยไม่สะอาด ส่วนบางคนที่ตัดสินใจย้ายออกจากที่พักชั่วคราวเองก็ต้องใช้เงินตัวเองในการสร้างบ้านใหม่ ผู้ได้รับผลกระทบรายหนึ่งที่ไม่ประสงค์จะออกนาม อยู่ศูนย์อพยพดงบาก ในเมืองสนามไซย กล่าวว่า “บ้านชั่วคราวมันอยู่ไม่ได้ เพราะร้อนมาก สกปรก กลิ่นเหม็นมาก และขาดแคลนน้ำใช้ พวกเรากลัวมากว่าจะเกิดโรคระบาด ห้องน้ำก็สภาพแย่ มันเต็มและไม่เคยมีการสูบออกเลย เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้มาตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่เลยชาวบ้านหลายคนที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านดงบากตัดสินใจหนีออกไปศูนย์แห่งนี้” “คนที่ออกไป ก็ไปสร้างกระท่อมหรือบ้านหลังเล็กๆอยู่ในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้เป็นค่าชดเชย หรือกลับไปยังที่ดินทำกินเดิมของพวกเขาที่ถูกน้ำท่วม หรือบางคนก็ต้องกลับไปยังบ้านหลังเก่าในหมู่บ้านเดิมที่ประสบภัย “เขากล่าว เมื่อปีที่ 2562 หน่วยงานรัฐได้จัดสรรที่ดินขนาด 20×40 เมตร ให้กับแต่ละครอบครัว และรัฐจะช่วยสร้างบ้านให้บนที่ดินนั้น แก่ชาวบ้านกว่า 4,000 ครอบครัว แต่ตอนนี้มีเพียงบ้าน 36 หลังที่สร้างแล้วเสร็จให้กับครอบครัวที่ยากจนที่สุดเท่านั้นส่วนผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนที่พอจะมีเงินก็ต้องไปซื้อไม้และสร้างบ้านของตัวเอง เดิมในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านดงบาก มีคนอยู่จำนวน 68 ครอบครัว ตอนนี้เหลือเพียง…

  • นักวิชาการเวียดนามชี้เขื่อนหลวงพระบางไม่คุ้มค่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมต่อเวียดนาม และประเทศลุ่มน้ำโขง

    นักวิชาการเวียดนามชี้เขื่อนหลวงพระบางไม่คุ้มค่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมต่อเวียดนาม และประเทศลุ่มน้ำโขง

    ลงเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ ตามลิ้งค์นี้ https://transbordernews.in.th/home/?p=24880&fbclid=IwAR2KrBrw3sI5dxqXM2gaNO3UPw419oPyIMnLqLndrpbINR9wpS0z1HESDSg นายหวิน ดัง อา ธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมชาวแคนาดา ได้เขียนบทความวิเคราะห์กรณีโครงการเขื่อนหลวงพระบาง ลงในเว็บไซต์ nguoidothi.net ระบุว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาวแจ้งต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ให้มีการจัดกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า (PNPCA) ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 ซึ่งโครงการเขื่อนหลวงพระบาง มีจุดก่อสร้างอยู่บนแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบาง 25 กิโลเมตร มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ ผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัทหลวงพระบางเอเนอยี่จำกัด โดยบริษัท PretoVietnam(PVPower) ถือหุ้น 38 % , บริษัท PT Co.Ltd(Laos) ถือหุ้น 37 % และรัฐบาลลาว ถือหุ้น 25 % และได้รับสิทธิ์พัฒนาโครงการมาตั้งแต่…

  • ข้อมูลฟ้องชัด วิกฤตแม่น้ำโขงแล้งครั้งประวัติศาสตร์ เป็นฝีมือเขื่อนจีน

    ข้อมูลฟ้องชัด วิกฤตแม่น้ำโขงแล้งครั้งประวัติศาสตร์ เป็นฝีมือเขื่อนจีน

    ลงเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews ตามลิ้งค์นี้ https://greennews.agency/?p=20880&fbclid=IwAR3TNhthFsVvPZI02gTI0_7S8q6X7qinl6AxdQGAHEKgMEMK9OMTwJeGVnQ ข้อมูลดาวเทียมยืนยัน แม่น้ำโขงเผชิญภัยแล้งครั้งประวัติศาสตร์เพราะเขื่อนจีนกักเก็บน้ำ แม้ทางการจีนแถลงโต้ว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง ในขณะที่นักวิชาการรัฐศาสตร์เรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขงทั้ง MRC และ LMC รวมถึงชาติสมาชิก จะต้องปฏิรูปแนวทางการบริหารจัดการแม่น้ำโขงให้โปร่งใส คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดทั้งลุ่มน้ำเป็นสำคัญ ศูนย์วิจัยสหรัฐ Stimson Center ออกรายงานการศึกษาชิ้นใหม่เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2563 ยืนยันว่า สภาวะภัยแล้งรุนแรงในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างช่วงปีก่อน เป็นผลจากการกักเก็บน้ำของเขื่อนทางการจีน จนทำให้เกิดวิกฤตระดับน้ำแม่น้ำโขงลดต่ำผิดปกติครั้งประวัติศาสตร์ จากข้อมูลการศึกษาเผยว่า ระหว่างเดือนเมษายน – กันยายน พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างประสบความแห้งแล้งอย่างหนัก ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในเขตประเทศจีนกลับได้รับปริมาณน้ำฝนสูงกว่าปกติ ผลการศึกษาข้อมูลดาวเทียมยังบ่งชี้ว่า เขตลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนยังมีความชื้นในดินสูงกว่าที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าที่ราบทิเบตอันเป็นแหล่งกำเนิดน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้ประสบภาวะฝนแล้งดั่งที่ทางการจีนกล่าวอ้าง ดังนั้น ถ้าหากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีนปล่อยน้ำตามปกติ ไม่มีการกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำฝนและการละลายของหิมะที่เพิ่มขึ้นในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน จะเพียงพอที่จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงช่วงระหว่างชายแดนไทย – ลาว ในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2562 – เดือนมีนาคมนี้ มีปริมาณน้ำมากกว่าปกติ  ข้อมูลดังกล่าวจึงชี้ชัดว่า เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้วถึง 11…

  • (Latest Updated) Thailand’s Direct Investments in Neighbouring Countries Impacts to the Environment and Communities, and Violations of Human Rights

    (Latest Updated) Thailand’s Direct Investments in Neighbouring Countries Impacts to the Environment and Communities, and Violations of Human Rights

    Extra-Territorial Obligations Watch Coalition (ETOs Watch Coalition) formed by the civil societies and nongovernmental organizations that monitor the development and environment situation in neighboring countries of Thailand, consisting of Cambodia, Laos, Myanmar, and Vietnam (also known as CLMV), especially the situation of human rights violations and the struggle for natural resources arising from direct investment…