Author: etoswatchgmailcom

  • ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง

    ต้นฉบับจาก สำนักข่าวประชาไท https://prachatai.com/journal/2020/09/89702 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง เผยผลร้าย  5 ข้อ ผลกระทบข้ามแดนมหาศาล- สวนทางความต้องการไฟฟ้าในประเทศที่ลดฮวบ -เสี่ยงถูกจีนครอบงำลาว 27 ก.ย. 2563 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และผู้แทนเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัวแทนภาคประชาชนเครือข่ายแม่น้ำโขงได้มีการประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงข้อกังวลต่อแนวโน้มการให้เงินกู้ต่อโครงการเขื่อนหลวงพระบาง และปรึกษากับผู้แทนธนาคารต่าง ๆ โดยมีผู้แทนจาก ธปท. และธนาคารพาณิชย์อีก 6 แห่งเข้าร่วม นายนิวัฒน์ กล่าวว่าเครือข่ายฯ และแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ได้นำเสนอเหตุผล 5 ประการ ที่ธนาคารไทยไม่ควรปล่อยกู้ให้แก่โครงการเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งจะกั้นแม่น้ำโขง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป. ลาว)…

  • ทุนไทยใน “เขื่อนลาว” ปชช. แบกค่าไฟ ประโยชน์อยู่ไหน?

    ต้นฉบับจาก voice TV online https://www.voicetv.co.th/read/AKzqhb-YJ?fbclid=IwAR1enGumfmLGuGA-Ae4vCP-lG0O7mBwtOXcPqGHn0c5xrDEQ3akq0CI74-A เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ไทยมีไฟฟ้าล้นเกินเกือบ 40% แต่วางแผนนำเข้าเพิ่ม เอ็นจีโอชี้ประโยชน์ตกอยู่กับนายทุน ผอ.กองนโยบายไฟฟ้าแจงเล็งเห็นปัญหา-กำลังแก้ไข ที่ผ่านมาต้นทุนทั้งหมดคนไทยต้องแบกภาระ ขณะ ปชช.ลาวสูญเสียชีวิต ย้อนกลับไปปี 2562 ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะถูกวิกฤตโรคระบาดแทรกแซงจนพังยับเยิน ตามข้อมูลตรงจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศมีมากถึง 50,932 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการสูงสุดอยู่แค่เพียง 31,377 เมกะวัตต์  ไฟฟ้าล้นเกินระดับ 38% อาจไม่ทำให้คนหยุดคิดถึงผลกระทบที่ตามมา หรือต้องยอมรับความจริงตั้งแต่แรกว่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รับรู้การมีอยู่ของตัวเลขดังกล่าว ทว่าเบื้องหลังที่หลบซ่อนอยู่ในกำลังผลิตไฟฟ้าล้นเกินเต็มไปด้วยผลประโยชน์ของชาติ ที่ไม่ได้ตกอยู่ในมือประชาชนและชีวิตของผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสูญสลาย  ประโยชน์นี้ ‘เพื่อไทย’ หรือ ‘เพื่อใคร’ การมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองเป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรก็ตาม ‘ไพรินทร์ เสาะสาย’ ตัวแทนจากองค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) และ ‘เปรมฤดี ดาวเรือง’ ผู้ประสานงานโปรเจกต์เสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ทำงานใกล้ชิดประเด็นการลงทุนไทยในเขื่อนลาวทั้ง 2 คน ชี้ชัดว่า สัดส่วนพลังงานสำรองที่มากเกินพอดีไม่สร้างประโยชน์กับผู้ใด นอกจาก บริษัทก่อสร้าง…

  • จับตา “ฟอกเขียว” เขื่อนโขง MRC ออกไกค์ไลน์ใหม่ป้องกันผลกระทบเขื่อนตลอดอายุโครงการ

    จับตา “ฟอกเขียว” เขื่อนโขง MRC ออกไกค์ไลน์ใหม่ป้องกันผลกระทบเขื่อนตลอดอายุโครงการ

    ต้นฉบับจาก สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews https://greennews.agency/?p=21900 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกต ชุดแนวทางใหม่ ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในการป้องกันแก้ไขความเสี่ยงผลกระทบจากโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าบนลำน้ำโขง มีหลักการดี แต่ควรมีหลักการเช่นนี้มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว พร้อมแสดงความกังวลว่าจะมีการนำชุดแนวทางนี้ไปปฏิบัติใช้อย่างไร หวั่นอาจถูกนำไปใช้ “ฟอกเขียว” สร้างความชอบธรรมในการผลักดันโครงการเขื่อนแม่น้ำโขงตอนล่าง เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) ได้ออกประกาศ ชุดแนวทางการแก้ปัญหาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (MRC’s Hydropower Mitigation Guidelines) อันจะเป็นชุดข้อเสนอเชิงเทคนิคล่าสุด ที่ตั้งเป้าเป็นเครื่องมือช่วยให้ ผู้พัฒนาโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า บริษัทที่ปรึกษาโครงการ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการป้องกันแก้ไขผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจากเขื่อน ตลอดช่วงระยะเวลาโครงการ ชุดแนวทางดังกล่าว ประกอบด้วยข้อเสนอเชิงเทคนิค 3 ชุด มุ่งเน้นไปยังการแก้ปัญหาความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคำนึงถึง 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อุทกศาสตร์และการไหลของแม่น้ำ, ธรณีสัณฐานและการไหลของตะกอน, คุณภาพน้ำ, การประมง…

  • ระดับน้ำโตนเลสาบต่ำสุดในประวัติศาสตร์สองเดือนติด นักวิจัยห่วง เขื่อนจีนมีเอี่ยว

    ต้นฉบับจาก สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews https://greennews.agency/?p=21690 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเผย กรกฎาคมและสิงหาคมนี้ ระดับน้ำโตนเลสาบต่ำสุดในประวัติศาสตร์เข้าขั้น “วิกฤต” เหตุแม่น้ำโขงแห้งเพราะแล้งฝน ด้านนักวิจัยหลากหลายสังกัดคาดเขื่อนจีนมีส่วนเกี่ยว เรียกร้องให้ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลน้ำเพื่อหาทางออกร่วมกัน 19 สิงหาคม พ.ศ.2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC – Mekong River Commission) เปิดเผยรายงานสถานการณ์หน้าฝนลุ่มน้ำโขงตอนล่างรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 11 – 17 สิงหาคม พบว่า แม้ปัจจุบัน ฝนจะตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงและลำน้ำประกอบทยอยเพิ่มสูงขึ้น ทว่าสถานการณ์น้ำในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างยังน่ากังวล ระดับน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสะสมแทบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลสาบน้ำจืด “โตนเลสาบ” ประเทศกัมพูชา มีระดับน้ำต่ำขั้นวิกฤต น้อยที่สุดตั้งแต่เก็บข้อมูลมาในรอบ 20 ปี โดยปกติแล้ว เมื่อถึงกลางเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นฤดูฝน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะสูงขึ้น ทำให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่โตนเลสาบ เติมน้ำให้กับทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้จนขนาดขยายกว้างกว่า 6 เท่า เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของปลาและนกน้ำหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวเผยว่า ช่วงกรกฎาคมและสิงหาคมปีนี้ โตนเลสาบมีปริมาณน้ำน้อยที่สุดที่เคยพบมา…

  • อดีต กสม. แนะ กสม.ต้องคำนึงสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ

    อดีต กสม. แนะ กสม.ต้องคำนึงสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ

    นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะหลังทราบมติ กสม. กรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก   —————————-             จากกรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก จนเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่หลวงแก่ประชาชนลาวในพื้นที่เขื่อน และผลกระทบยังกระจายเป็นวงกว้างไปถึงประชาชนในกัมพูชาด้วย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน จึงยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติให้ตรวจสอบ จนในที่สุดคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีมติ ยุติการตรวจสอบ พร้อมชี้แจงว่า การที่โครงการอยู่ในพื้นที่ สปป.ลาว ทําให้การตรวจสอบและกํากับดูแล ผลกระทบจากการดําเนินโครงการย่อมอยู่ภายใต้อํานาจและหน้าที่ของ สปป.ลาว คณะกรรมการสิทธิ์ มนุษยชนแห่งชาติจึงไม่อาจดําเนินการตรวจสอบการกระทําหรือการละเลยการกระทําของผู้ถูกร้อง อันอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใน สปป.ลาว ได้ และเห็นควรยุติการตรวจสอบ ดังกล่าว นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ จึงได้ให้ความเห็นต่อ รายงานตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิ กรณีเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ครั้งนี้ว่า “ถือว่าเป็นความไม่เข้าใจภารกิจที่ถูกต้องของคณะกรรมการสิทธิฯ เพราะคณะกรรมการสิทธิ์ มีหน้าที่หลักคือการไปตรวจสอบการละเมิดสิทธิของมนุษยชน  มันต้องเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบ แล้วจะไปเสนอแนะได้อย่างไร จะละเลยหน้าที่นี้ไม่ได้  หากจะทำข้อเสนอแนะต้องเสนอมีข้อเสนอแนะทางนโยบายและกฎหมายในการตรวจสอบให้ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน  ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเขา (กสม.) ยังไม่เข้าใจเรื่องพันธกรณีต่าง ๆ ที่ประเทศไทยได้ไปเซ็นสัญญาทั้งระดับสากลและและสถาบันเอาเซียน พันธนกรณีได้ตราไว้ชัดเจนว่า หากประเทศไทยได้ไปเซ็นสัญญากับประเทศอื่นไว้ และมีการลงปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนไว้แล้ว  เราต้องมาดูว่ามีการอำนาจการตรวจสอบได้มากน้อยแค่ไหน และสิทธิของประชาชนมีปัญหาอะไรและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างไร   ไม่ใช่ยุติการตรวจสอบในประเทศอื่น ๆ เพียงแค่กังวลว่าจะไปก้าวก่ายกรณีของการเมือง เพราะเราไม่ได้ไปตรวจสอบรัฐบาลของแต่ละประเทศ แต่ไปลงทุนตรวจสอบการลงทุนของบริษัทไทย เป็นผลของการทำของธุรกิจไทยและธนาคารไทยไปลงทุนปล่อยกู้ ซึ่งเข้าหลักของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่ว่าด้วยการคุ้มครองและรับผิดชอบและต้องไปชดเชยเยียวยา กระบวนการตรวจสอบไม่ใช่ไปแทรกแซง การทำงานของรัฐบาลนั้น นอกจากไม่แทรกแซงแล้ว…

  • กสม.แจง การตรวจสอบเขื่อนลาวแตกอยู่นอกอำนาจรับผิดชอบ

    กสม.แจง การตรวจสอบเขื่อนลาวแตกอยู่นอกอำนาจรับผิดชอบ

    จากกรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสปป.ลาว ได้เกิดเหตุการณ์เขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ หรือ Saddle Dam D ซึ่งเป็นเขื่อนดิน กว้าง 8 เมตร ยาว 770 เมตร สูง 16 เมตร ได้ทรุดตัวและพังทลาย ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อยกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเซเปียน ไปจนถึงชุมชนบริเวณแม่น้ำเซกอง ในกัมพูชา เพียงแค่เฉพาะในลาว พบว่ายอดผู้ได้รับผลกระทบจากตัวเลขทางการของรัฐ จนถึงเดือน ตุลาคม 2561 เป็นระยะเวลา 4 เดือนนับแต่เกิดเหตุ  ยอดผู้เสียชีวิต 43 ศพ เป็นเด็กต่ำกว่าอายุ 10 ปี 15 ศพ เป็นผู้หญิง 19 ศพ และยังสูญหาย 28 คน   มีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ทั้งหมด 19 หมู่บ้าน จำนวน…

  • เปิดรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อยแตก

    เปิดรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อยแตก

    3 สิงหาคม 2563 หลังจากที่ตัวแทนคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากกรณีเหตุการณ์พังทลายของเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย ในแขวงอัตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ทำให้เกิดน้ำท้วมเฉียบพลันในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 6,000 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และมีผู้เสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 หลังจากผ่านไปเกือบสองปี ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ออกรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีดังกล่าว มีมติให้ยุติเรื่องการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณนี้เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าเซเปียน – เซน้ำน้อยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ จึงไม่อาจดำเนินการตรวจสอบการกระทำหรือการละเลยการกระทำของผู้ถูกร้องคือ คือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อันอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว ตามคำร้องของทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดนได้ ดังนั้น กรณีนี้จึงไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของและอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา…

  • Mekong Interview Series:   EP.1 ยืนหยัดชัดเจน เสริมพลังความรู้ ฟ้องศาลสร้างความตระหนัก ผลักเพดานการต่อสู้ สร้างการรับรู้สู่สังคม: คุยกับครูตี๋ นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของและครูใหญ่แห่งโฮงเฮียนแม่น้ำของ ร่วมถอดบทเรียนสองทศวรรษแห่งการปกป้องแม่น้ำโขงของพลังเครือข่ายชุมชนคนริมโขง

    Mekong Interview Series: EP.1 ยืนหยัดชัดเจน เสริมพลังความรู้ ฟ้องศาลสร้างความตระหนัก ผลักเพดานการต่อสู้ สร้างการรับรู้สู่สังคม: คุยกับครูตี๋ นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของและครูใหญ่แห่งโฮงเฮียนแม่น้ำของ ร่วมถอดบทเรียนสองทศวรรษแห่งการปกป้องแม่น้ำโขงของพลังเครือข่ายชุมชนคนริมโขง

    สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562 คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบจากการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ชวนครูตี๋ นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หนึ่งในนักต่อสู้คนสำคัญของเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ที่ใช้เวลากว่าหนึ่งในสามของชีวิตยืนหยัดต่อสู้กับโครงการพัฒนาบนแม่น้ำโขงที่ไม่เป็นธรรมต่อแม่น้ำและผู้คนในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักและโครงการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง มาร่วมพูดคุยถอดบทเรียนการต่อสู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าครูตี๋และเครือข่ายฯ ได้ลองใช้มาแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างองค์ความรู้เรื่องแม่น้ำโขงโดยชุมชนและการร่วมกับสถาบันทางวิชาการ การร้องเรียนและการออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไปยังกลไกขององค์กรระดับชาติ องค์การระดับภูมิภาค และองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ การขับเน้นและการเขย่าให้เห็นช่องโหว่ของกระบวนการและทัศนคติของศาลต่อประเด็นแม่น้ำโขง รวมไปถึงการหล่อเลี้ยงและสร้างขวัญกำลังใจร่วมกันของลูกแม่น้ำโขง ที่สถานการณ์ในวันนี้รัฐบาลในภูมิภาคแม่น้ำโขงหรือแม้กระทั่งจีนและกลุ่มทุนธุรกิจก่อสร้างและพลังงานยังคงมุ่งหน้าผลักดันโครงการเขื่อนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง   ในการต่อสู้ที่ผ่านมา กลไกใดที่รู้สึกว่าใช้แล้วมันได้ผล? การขับเคลื่อนพวกนี้ ครูใช้คำว่า “องคาพยพ” คุณจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด ในยุคสมัยของการต่อสู้ในโลกปัจจุบันและอนาคตนี้ เพราะกลไกทุกอย่างมันจะหนุนเสริมกันเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ศาล เรื่องข้อกฎหมาย เราจะบอกว่ามันไม่ได้ผลหรอก เราถือว่ากฎหมายเป็นตัวที่สำคัญ ถ้ากฎหมายมันมีข้อชี้ชัดแล้วมันก็จะจัดการต้นตอของปัญหาได้ทันที  หากกฎหมายมันเข้าไปไม่ถึง เราต้องเข้าไปมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในข้อกฎหมายนั้น ๆ เช่นการที่เราฟ้องศาล เรารู้ทั้งรู้ว่ากฎหมายมันไปไม่ถึงหรอก แต่เราต้องทำให้สาธารณะได้รับรู้ ให้คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องตัวบทกฎหมายได้รับรู้ เช่น ผู้พิพากษา อัยการ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวพวกนี้ได้รับรู้ว่าข้อกฎหมายมันไปไม่ถึง มันล้าสมัยอย่างไรบ้าง…

  • จดหมายเปิดผนึกถึงคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เรียกร้องการมีส่วนร่วมมากขึ้นของชุมชนชายขอบในการดำเนินงานของภาคธุรกิจ

    จดหมายเปิดผนึกถึงคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เรียกร้องการมีส่วนร่วมมากขึ้นของชุมชนชายขอบในการดำเนินงานของภาคธุรกิจ

    9 มิถุนายน 2563 เรียน คณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNWG),สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO), กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF), องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN  Women) และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition)[1] การประชุมสหประชาชาติผ่านอินเตอร์เน็ตเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน: ปัญหาท้าทายใหม่ แนวทางการดำเนินงานใหม่ เอเชียและแปซิฟิก จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 มิถุนายน 2563 เพื่ออภิปรายถึงปัญหาท้าทายและโอกาสในการสนับสนุนให้เกิดธุรกิจและสิทธิมนุษยชนที่รับผิดชอบในภูมิภาค เป็นการพิจารณาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งได้รับผลกระทบและเชื่อมโยงกับวิกฤตดังกล่าว และอภิปรายถึงความจำเป็นที่จะต้องมองว่าวิกฤตครั้งนี้ เป็นโอกาสเพื่อสนับสนุนความเปลี่ยนแปลง และฟื้นฟูระบบให้ดีขึ้น ในนามของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เครือข่ายติดตามการลงทุนไทยและความรับผิดชอบข้ามพรมแดน (ETO Watch) ขอส่งจดหมายนี้ถึงคณะทำงาน UNWG ว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน และผู้จัดงาน เพื่อเรียกร้องการมีส่วนร่วมมากขึ้นของชุมชนชายขอบที่เสี่ยงภัย และขอกระตุ้นให้มีความใส่ใจเป็นพิเศษต่อพันธกรณีข้ามพรมแดนของนักลงทุน รวมทั้งนักลงทุนไทยในต่างแดน และการปฏิบัติตามหลักพันธกรณีของพวกเขา ในระหว่างการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของคณะทำงาน UNWG เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) ของไทย เครือข่ายฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนหลายประการ[2] ในนามของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนของไทยในต่างแดน รวมทั้งกรณีของโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โครงการสร้างถนนเชื่อมจากทวาย เหมืองถ่านหินบานชองในเมียนมา เขื่อนไซยะบุรีในสปป,ลาว และการปลูกอ้อยในกัมพูชา เครือข่ายฯ ได้เข้าร่วมประชุมในเวทีธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติหลายครั้ง และสะท้อนความเห็นของชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งจากเมียนมา กัมพูชา และสปป.ลาว เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านธุรกิจของนักลงทุนไทยในต่างแดน และที่สำคัญ เครือข่ายฯ เรียกร้องการมีส่วนร่วมมากขึ้นของชุมชนชายขอบเพื่อให้เข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการชดเชยและการเยียวยาอย่างเป็นธรรมและยุติธรรม  ในหลายประเทศในอาเซียน มีความกังวลอย่างต่อเนื่องต่อปัญหาการขาดความรับผิด เมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยนักลงทุนจากไทยในต่างแดน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของการลงทุนเหล่านี้ มักรวมถึงการทำลายอาชีพ…

  • The Mekong need just energy transition, not more destructive dams

    The Mekong need just energy transition, not more destructive dams

    published on June 2, 2020 original content from Save the Mekong On 11 May, the Mekong River Commission (MRC) announced that the proposed Sanakham hydropower project in Laos will undergo the MRC’s Prior Consultation process.[1]Sanakham is the sixth mainstream dam to be submitted for Prior Consultation. The proposed Sanakham dam is expensive, unnecessary and risky…