Author: etoswatchgmailcom
-

เอิ้นขวัญคืนโขงวันเขื่อนจ่ายไฟ
เนื้อหาต้นฉบับโดย The Mekong Butterfly สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://themekongbutterfly.com/2019/11/08/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88/ เรื่องและภาพโดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร สำหรับชาวอุษาคเณย์และชาวจีน การดำรงอยู่ของขวัญ คือ การดำรงอยู่ของชีวิต หากไม่มีขวัญก็ไม่มีชีวิต ขวัญจึงเป็นแหล่งสถิตพลังแห่งชีวิตของพวกเขา คำกล่าวข้างต้นมาจากข้อเขียนที่สำคัญของ สุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีอุษาคเณย์คนสำคัญของเมืองไทยที่มีข้อเสนอว่า ขวัญ เป็นสิ่งจำเพาะของชาวอุษาคเณย์ซึ่งแตกต่างกับจิตวิญญาณในความเข้าใจของตะวันตกหรือแม้กระทั่งพุทธศาสนา สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้ชี้ให้เห็นลักษณะของขวัญว่า จริง ๆ แล้ว ขวัญไร้รูปร่าง มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่อยู่อย่างกระจัดกระจายและสถิตอยู่ตามร่างกายของคนและสัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งของ สถานที่ต่าง ๆ โดยขวัญดำรงอยู่ในสังคมอุษาคเณย์มาเป็นเวลากว่า 3,000 ปี เป็นอย่างน้อยจนถึงปัจจุบัน โดยเราสามารถพบร่องรอยของขวัญได้จากพิธีกรรมที่สำคัญตามงานมงคลและแม้กระทั่งงานอวมงคลต่าง ๆ เราจะพบเห็นพิธีบายศรีสู่ขวัญ ในงานเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ และในงานที่สร้างขวัญและกำลังใจใครสักคนหรือกลุ่มคน ก่อนที่จะไปเผชิญกับสิ่งที่ไม่ขาดฝัน หรือหลังจากที่พวกเขาประสบหรือเผชิญกับเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ นานา พิธีกรรมเอิ้นขวัญคืนโขงที่ชาวบ้านริมโขงกว่า 7 จังหวัด นับร้อยชีวิต ร่วมกันจัดขึ้นบนเรือขนส่งข้ามโขง บนแม่น้ำโขง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ อำเภอปากชม…
-

Soothing the Mekong Spirit when the Dam Generates Electric Power
original content by The Mekong Butterfly You could access the original via https://themekongbutterfly.com/2019/11/23/soothing-the-mekong-spirit-when-the-dam-generates-electric-power/ For the Southeastern and Chinese people, the existence of spirit is the existence of life. Without spirit, there is no life. The spirit is therefore the source of their power of life. The above statement came from the noteworthy writing of Sujit…
-

Thailand and Dawei Special Economic Zone: Road Link to Kilometer Zero (for Disaster?)
24th August 2019, Multipurpose Room, Bangkok Art and Culture Center (BACC) The forum takes off with welcome remarks from Areewan Sombunwatthanakun, Project Coordinator Spirit in Education Movement (SEM), a member of ETOs Watch Coalition. The documentary screening titled “Thai Investment and Dawei” from Backpack Journalists is followed on- experiences of MapThaPhut and Dawei SEZ. There is…
-

Deserted factory; empty operation center and residual responsibility of Thai sugar investor in Koh Kong
original content by The Mekong Butterfly You could access the original via this link https://themekongbutterfly.com/2020/03/25/deserted-factory-empty-operation-center-and-residual-responsibility-of-thai-sugar-investor-in-koh-kong/ The academic operation center; biofertilizer bags as well as piles of chemical bottles labeled and explained in Thai language had been crossed the border and scattered over a vast area. Almost 20,000 hectares of land located in Sre Ambel district,…
-

UNGP and NAP (UPDATE)
UNGP และ NAP UNGP คืออะไร? หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) เป็นหลักการที่สหประชาชาติได้ให้การรับรองขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากธุรกิจ โดยมีการกำหนดหน้าที่ให้ภาครัฐและธุรกิจมีหน้าที่รับผิดชอบ โดยกำหนดให้ภาครัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิของประชาชนจากการถูกละเมิดโดยการประกอบธุรกิจ ส่วนภาคธุรกิจมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชน ตลอดจนกำหนดให้มีการเยียวยาเมื่อเกิดความเสียหายต่อสิทธิของประชาชน ดังนั้น หลักการ UNGP จึงเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคมสามารถใช้อ้างอิงร่วมกันได้เพื่อประกันว่าการประกอบธุรกิจใด ๆ ที่เกิดขึ้นจะตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน มีความรับผิดชอบและดำเนินการอย่างเหมาะสมที่จะหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดผลกระทบ หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการละเมิด การลดความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้น และมีการเยียวยาความเสียหายอย่างมีประสิทธิผล อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อกันในสังคม ต่อองค์กรด้านธุรกิจในสายตาของผู้มีส่วนได้เสีย และต่อประเทศในสายตาประชาคมโลก ประวัติศาสตร์ของ UNGP หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “หลักการรักกี้” (Ruggie Principles) หรือ “กรอบรักกี้” (Ruggie Framework) เนื่องจากหลักการนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย ดร. จอห์น รักกี้ (Dr. John Ruggie)…
-

Thailand’s Direct Investments in Neighbouring Countries Impacts to the Environment and Communities, and Violations of Human Rights
Extra-Territorial Obligations Watch Coalition (ETOs Watch Coalition) formed by the civil societies and nongovernmental organizations that monitor the development and environment situation in neighboring countries of Thailand, consisting of Cambodia, Laos, Myanmar, and Vietnam (also known as CLMV), especially the situation of human rights violations and the struggle for natural resources arising from direct investment…
-

ชาวบ้าน กะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung) ชนะคดีเหมืองเเร่ไทยในทวาย
แถลงข่าว ชาวบ้าน กะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung) ชนะคดีเหมืองเเร่ไทยในทวาย 9 มกราคม 2563 วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2563 นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านในหมู่บ้านกะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung)ของทวาย ชนะคดีแพ่งที่ฟ้องบริษัทเมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองเเร่บุกของไทยเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินเนื่องจากการดำเนินงานของบริษัท นายซอ ดา เชว ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทวายในปีพ.ศ. 2558 เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับต้นหมาก 882 ต้นที่ล้มตายเนื่องน้ำจากเหมืองไหลลงมาท่วม เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2563 ศาลจังหวัดทวายมีคำพิพากษาให้บริษัทเมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จ่ายค่าชดเชยให้กับนายซอ ดา เชว เป็นเงินจำนวน 114,800,000 จั๊ต (ประมาณ 76,533 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400,000 บาท)…
-

Press Statement: Our Hunger for Energy
Press Statement: Our Hunger for Energy – TRIPNET, Candle Light, Southern Youth and Tarkapaw. Today, the 9th of August, marks the International Day of the World’s Indigenous Peoples. On this day Indigenous communities and civil society groups from the Tanintharyi River Basin are releasing two new reports that present the interdependence between indigenous communities, the…
-

เปิดรายงานชุมชนพื้นเมืองแม่น้ำตะนาวศรี รับวันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก
9 สิงหาคม วันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก ในวันนี้ ชุมชนพื้นเมืองและภาคประชาสังคมจากลุ่มน้ำตะนาวศรี ภาคใต้ของพม่า เผยแพร่รายงานใหม่สองฉบับ เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนพื้นเมือง แม่น้ำตะนาวศรี และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และปัญหาท้าทายใหม่ อันเป็นผลมาจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมาก รายงานชิ้นแรกคือ เหนือกว่าแม่น้ำ: เอาชนะความท้าทายด้วยภูมิปัญญาด้านนิเวศของชนพื้นเมือง (Beyond the River: Overcoming Challenges with Indigenous Ecological Knowledge) จัดทำโดยเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง TRIPNET และรายงานอีกชิ้นคือ ปิดกั้นเส้นเลือด: ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำตะนาวศรีกลัวผลกระทบจากเขื่อนขนาดใหญ่ (Blocking a Bloodline: Communities Along the Tanintharyi River Fear the Impacts of Large-Scale Dams) จัดทำโดยกลุ่มอนุรักษ์ Candle Light, Southern Youth และ Tarkapaw ซึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องให้เคารพพื้นที่ ภูมิปัญญาชาวบ้าน และจารีตประเพณีของชุมชนพื้นเมืองและให้ยุติการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ รายงาน “เหนือกว่าแม่น้ำ” นำเสนอข้อมูลของพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ 115 ชนิดที่นำเสนอเป็นผลมาจากการวิจัยภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นการศึกษาที่ใช้เวลา 4 ปีโดยกลุ่มชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำตะนาวศรี ภาคใต้ของพม่า งานวิจัยนี้มีชาวบ้านเป็นแกนนำ พวกเขาร่วมกันเก็บข้อมูลโดยใช้ภูมิปัญญาทางนิเวศ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติตามแนวจารีตประเพณีดั้งเดิม โดยกลุ่ม TRIPNET เป็นผู้ประสานงานให้เกิดการวิจัยแบบภูมิปัญญาชาวบ้านร่วมกับชุมชนในลุ่มน้ำตะนาวศรีตั้งแต่ปี 2557 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน “ชาวบ้านต่างมีทักษะในการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติ และมีองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ข้อค้นพบจากงานวิจัยในรายงาน ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างชุมชนในพื้นที่กับแม่น้ำตะนาวศรี” ซอว์ อัลเบิร์ต ผู้ประสานงานโครงการของ TRIPNET กล่าว เราจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาทางนิเวศที่ลึกซึ้งของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำตะนาวศรี และนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อการอนุรักษ์และการตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำแห่งนี้ รายงาน เหนือกว่าแม่น้ำ สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำตะนาวศรี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน และชี้ให้เห็นความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้จากการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำแห่งนี้ “ชนพื้นเมืองกำลังปกป้องแม่น้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เราจำเป็นต้องมีเวทีเพื่อชี้ให้เห็นแรงจูงใจของพวกเขา และแลกเปลี่ยนความสำเร็จของการทำงานระดับชุมชนเพื่อการอนุรักษ์เหล่านี้” ซอว์ แฟรงกี้ อาบรู ผู้อำนวยการ TRIPNET กล่าว การทำวิจัยอย่างมีส่วนร่วมโดยภูมิปัญญาชาวบ้านครั้งนี้ นำไปสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งของชุมชนเพื่อคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์สัตว์น้ำตลอดทั่วภูมิภาคตะนาวศรี กิจกรรมอนุรักษ์ระดับชุมชนเหล่านี้เป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ระดับชุมชนของชนพื้นเมือง (Indigenous…
-
เปิดรายงานชุมชนพื้นเมืองแม่น้ำตะนาวศรี รับวันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก
9 สิงหาคม วันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก ในวันนี้ ชุมชนพื้นเมืองและภาคประชาสังคมจากลุ่มน้ำตะนาวศรี ภาคใต้ของพม่า เผยแพร่รายงานใหม่สองฉบับ เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนพื้นเมือง แม่น้ำตะนาวศรี และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และปัญหาท้าทายใหม่ อันเป็นผลมาจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมาก รายงานชิ้นแรกคือ เหนือกว่าแม่น้ำ: เอาชนะความท้าทายด้วยภูมิปัญญาด้านนิเวศของชนพื้นเมือง (Beyond the River: Overcoming Challenges with Indigenous Ecological Knowledge) จัดทำโดยเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง TRIPNET และรายงานอีกชิ้นคือ ปิดกั้นเส้นเลือด: ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำตะนาวศรีกลัวผลกระทบจากเขื่อนขนาดใหญ่ (Blocking a Bloodline: Communities Along the Tanintharyi River Fear the Impacts of Large-Scale Dams) จัดทำโดยกลุ่มอนุรักษ์ Candle Light, Southern Youth และ Tarkapaw ซึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องให้เคารพพื้นที่ ภูมิปัญญาชาวบ้าน และจารีตประเพณีของชุมชนพื้นเมืองและให้ยุติการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ รายงาน “เหนือกว่าแม่น้ำ” นำเสนอข้อมูลของพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ 115 ชนิดที่นำเสนอเป็นผลมาจากการวิจัยภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นการศึกษาที่ใช้เวลา 4 ปีโดยกลุ่มชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำตะนาวศรี ภาคใต้ของพม่า งานวิจัยนี้มีชาวบ้านเป็นแกนนำ พวกเขาร่วมกันเก็บข้อมูลโดยใช้ภูมิปัญญาทางนิเวศ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติตามแนวจารีตประเพณีดั้งเดิม โดยกลุ่ม TRIPNET เป็นผู้ประสานงานให้เกิดการวิจัยแบบภูมิปัญญาชาวบ้านร่วมกับชุมชนในลุ่มน้ำตะนาวศรีตั้งแต่ปี 2557 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน “ชาวบ้านต่างมีทักษะในการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติ และมีองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ข้อค้นพบจากงานวิจัยในรายงาน ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างชุมชนในพื้นที่กับแม่น้ำตะนาวศรี” ซอว์ อัลเบิร์ต ผู้ประสานงานโครงการของ TRIPNET กล่าว เราจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาทางนิเวศที่ลึกซึ้งของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำตะนาวศรี และนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อการอนุรักษ์และการตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำแห่งนี้ รายงาน เหนือกว่าแม่น้ำ สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำตะนาวศรี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน และชี้ให้เห็นความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้จากการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำแห่งนี้ “ชนพื้นเมืองกำลังปกป้องแม่น้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เราจำเป็นต้องมีเวทีเพื่อชี้ให้เห็นแรงจูงใจของพวกเขา และแลกเปลี่ยนความสำเร็จของการทำงานระดับชุมชนเพื่อการอนุรักษ์เหล่านี้” ซอว์ แฟรงกี้ อาบรู ผู้อำนวยการ TRIPNET กล่าว การทำวิจัยอย่างมีส่วนร่วมโดยภูมิปัญญาชาวบ้านครั้งนี้ นำไปสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งของชุมชนเพื่อคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์สัตว์น้ำตลอดทั่วภูมิภาคตะนาวศรี กิจกรรมอนุรักษ์ระดับชุมชนเหล่านี้เป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ระดับชุมชนของชนพื้นเมือง (Indigenous…