Category: news

  • นักวิชาการเวียดนามชี้เขื่อนหลวงพระบางไม่คุ้มค่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมต่อเวียดนาม และประเทศลุ่มน้ำโขง

    นักวิชาการเวียดนามชี้เขื่อนหลวงพระบางไม่คุ้มค่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อมต่อเวียดนาม และประเทศลุ่มน้ำโขง

    ลงเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ ตามลิ้งค์นี้ https://transbordernews.in.th/home/?p=24880&fbclid=IwAR2KrBrw3sI5dxqXM2gaNO3UPw419oPyIMnLqLndrpbINR9wpS0z1HESDSg นายหวิน ดัง อา ธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมชาวแคนาดา ได้เขียนบทความวิเคราะห์กรณีโครงการเขื่อนหลวงพระบาง ลงในเว็บไซต์ nguoidothi.net ระบุว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาวแจ้งต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ให้มีการจัดกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า (PNPCA) ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 ซึ่งโครงการเขื่อนหลวงพระบาง มีจุดก่อสร้างอยู่บนแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบาง 25 กิโลเมตร มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ ผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัทหลวงพระบางเอเนอยี่จำกัด โดยบริษัท PretoVietnam(PVPower) ถือหุ้น 38 % , บริษัท PT Co.Ltd(Laos) ถือหุ้น 37 % และรัฐบาลลาว ถือหุ้น 25 % และได้รับสิทธิ์พัฒนาโครงการมาตั้งแต่…

  • ข้อมูลฟ้องชัด วิกฤตแม่น้ำโขงแล้งครั้งประวัติศาสตร์ เป็นฝีมือเขื่อนจีน

    ข้อมูลฟ้องชัด วิกฤตแม่น้ำโขงแล้งครั้งประวัติศาสตร์ เป็นฝีมือเขื่อนจีน

    ลงเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews ตามลิ้งค์นี้ https://greennews.agency/?p=20880&fbclid=IwAR3TNhthFsVvPZI02gTI0_7S8q6X7qinl6AxdQGAHEKgMEMK9OMTwJeGVnQ ข้อมูลดาวเทียมยืนยัน แม่น้ำโขงเผชิญภัยแล้งครั้งประวัติศาสตร์เพราะเขื่อนจีนกักเก็บน้ำ แม้ทางการจีนแถลงโต้ว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง ในขณะที่นักวิชาการรัฐศาสตร์เรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขงทั้ง MRC และ LMC รวมถึงชาติสมาชิก จะต้องปฏิรูปแนวทางการบริหารจัดการแม่น้ำโขงให้โปร่งใส คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดทั้งลุ่มน้ำเป็นสำคัญ ศูนย์วิจัยสหรัฐ Stimson Center ออกรายงานการศึกษาชิ้นใหม่เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2563 ยืนยันว่า สภาวะภัยแล้งรุนแรงในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างช่วงปีก่อน เป็นผลจากการกักเก็บน้ำของเขื่อนทางการจีน จนทำให้เกิดวิกฤตระดับน้ำแม่น้ำโขงลดต่ำผิดปกติครั้งประวัติศาสตร์ จากข้อมูลการศึกษาเผยว่า ระหว่างเดือนเมษายน – กันยายน พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างประสบความแห้งแล้งอย่างหนัก ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในเขตประเทศจีนกลับได้รับปริมาณน้ำฝนสูงกว่าปกติ ผลการศึกษาข้อมูลดาวเทียมยังบ่งชี้ว่า เขตลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนยังมีความชื้นในดินสูงกว่าที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าที่ราบทิเบตอันเป็นแหล่งกำเนิดน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้ประสบภาวะฝนแล้งดั่งที่ทางการจีนกล่าวอ้าง ดังนั้น ถ้าหากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีนปล่อยน้ำตามปกติ ไม่มีการกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำฝนและการละลายของหิมะที่เพิ่มขึ้นในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน จะเพียงพอที่จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงช่วงระหว่างชายแดนไทย – ลาว ในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2562 – เดือนมีนาคมนี้ มีปริมาณน้ำมากกว่าปกติ  ข้อมูลดังกล่าวจึงชี้ชัดว่า เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้วถึง 11…

  • How China Turned Off the Tap on the Mekong River

    How China Turned Off the Tap on the Mekong River

    published on April 13, 2020 You could access the original content/full report at https://www.stimson.org/2020/new-evidence-how-china-turned-off-the-mekong-tap/?utm_source=Stimson+Center&utm_campaign=2086671340-RA%2FSE+Asia%2FMekong+Damns+Story+Promo&utm_medium=email&utm_term=0_15c3e20f70-2086671340-46308013&mc_cid=2086671340&mc_eid=9fa9fe4a91&fbclid=IwAR3uuXVS6NF1x80M8ZEg6C7B5ESs2u5DKU0J2nymbzMR89Vm0ugv2bcvUus What We Know New data shows that during a severe drought in the lower Mekong Basin in 2019, China’s upper basin enjoyed high rainfall and snowmelt and China’s upstream dams restricted nearly all of the record rainfall and snowmelt from the…

  • รายงานบริษัทวิจัยสหรัฐ ระบุ เขื่อนจีนกักน้ำไม่ยอมปล่อย ส่งผลให้เกิดภัยแล้งในประเทศลุ่มน้ำโขง

    รายงานบริษัทวิจัยสหรัฐ ระบุ เขื่อนจีนกักน้ำไม่ยอมปล่อย ส่งผลให้เกิดภัยแล้งในประเทศลุ่มน้ำโขง

    ลงเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://www.bbc.com/thai/thailand-52276706?SThisFB&fbclid=IwAR19IKSDa-xULvQ_O2wKooGFGSq0SWxDX_JtfjfkSp1FvbJ9MVYXA3Q2Gt8 บริษัทวิจัยในสหรัฐฯ เปิดเผยผลการศึกษาที่ชี้ว่าเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในจีนกักน้ำไว้ปริมาณมหาศาลในช่วงที่ประเทศลุ่มน้ำโขงประสบปัญหาภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรงเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ระดับปริมาณน้ำเฉลี่ยในจีนสูงกว่าประเทศที่อยู่ตอนล่าง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลจีนได้ออกมาโต้แย้งผลการศึกษาดังกล่าว และระบุว่าในช่วงฤดูฝนของปีที่แล้ว ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงตลอดสาย 4,350 กิโลเมตร ลดน้อยลง ผลการศึกษาของ อายส์ ออน เอิร์ธ อิงค์ (Eyes on Earth) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านน้ำซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ อาจยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับปัญหาการจัดการน้ำระหว่างประเทศจีนและประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน 60 ล้านชีวิตในประเทศลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม รายงานฉบับนี้มีชื่อว่า “Monitoring the Quantity of Water Flowing Through the Upper Mekong Through Natural (Unimpeded) Conditions” เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ 2 คนคือ อลัน เบซิสต์…

  • กสิกรไทย ธนาคารสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ร่วมรับใน “หลักการธนาคารที่รับผิดชอบ”

    ลงวันที่ 31 มีนาคม 2563 ประชาชาติธุรกิจ สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://www.prachachat.net/finance/news-441210 ธนาคารกสิกรไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจบนรากฐานของการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน เข้าร่วมลงนามรับใน “หลักการธนาคารที่รับผิดชอบ” ของสำนักงานโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติว่าด้วยข้อริเริ่มด้านการเงิน หรือ UNEP FI เป็นธนาคารสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในธนาคารกว่า 170 แห่งทั่วโลกที่เข้าร่วมในหลักการดังกล่าว เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของธนาคารตามมาตรฐานสากล และกำหนดกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติและข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจบนรากฐานของการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงและการบริหารจัดการต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสมดุลทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งสร้างความยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ธนาคารตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางด้านการเงินให้คนในสังคม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เคารพในสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ลูกค้าและธนาคารเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อประกาศเจตนารมย์ถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการขับเคลื่อนธุรกิจในทิศทางดังกล่าวและพัฒนาอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ธนาคารกสิกรไทยจึงได้ตอบรับเข้าร่วมใน “หลักการธนาคารที่รับผิดชอบ” (UN Principles for Responsible Banking) ของสำนักงานโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติว่าด้วยข้อริเริ่มด้านการเงิน (United Nations Environmental Program…

  • ห่วงถูกลักไก่ช่วงวิกฤต COVID-19 นักสิทธิสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้ชะลอโครงการพัฒนาไว้ก่อน

    เนื้อหาและภาพต้นฉบับโดย สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://greennews.agency/?p=20578&fbclid=IwAR1IYzR3pOPRI5zuDVKT75MCpLPdDN8s-Az0Mp_5p4AqYMR96W8H92NYUhg ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมแถลงเรียกร้อง ให้ชะลอการอนุมัติอนุญาต และเลื่อนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จนกว่าสังคมจะกลับสู่สภาวะปกติ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสผ่านโครงการเหล่านี้ โดยปราศจากการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ระหว่างการบังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ที่เข้มงวด ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ออกแถลงการณ์ต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตประชาชน ให้ยุติหรือชะลอการดำเนินกระบวนการรับฟังความคิดเห็น และการพิจารณาอนุมัติอนุญาตโครงการต่างๆ ออกไปจนกว่าจะมีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และหรือสถานการณ์โรคระบาดจาก เชื้อไวรัส COVID-19 จะคลี่คลายลงจนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นและรวมตัวรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มที่ มูลนิธิ EnLAW ระบุในแถลงการณ์ว่า นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป ภาครัฐได้มีการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดหลายประการ ในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ซึ่งรวมไปถึงการจำกัดสิทธิในการเดินทาง หรือการชุมนุมทำกิจกรรมสาธารณะ ถึงแม้ว่า EnLAW เห็นด้วยว่า…

  • เตือนคนเชียงรายเตรียมรับมือ ทุนไทยจับพม่าเตรียมขุดเหมืองถ่านหิน

    เตือนคนเชียงรายเตรียมรับมือ ทุนไทยจับพม่าเตรียมขุดเหมืองถ่านหิน

    เนื้อหาและภาพต้นฉบับโดย สยามรัฐ สามารถเข้าถึงเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ https://siamrath.co.th/n/110841?fbclid=IwAR2UAiyNxLJCGj45hPZWaJMW-d_v3MN8yOIaG0u8RG-J35dfWUDizlPB8h8 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เตือนคนเชียงรายเตรียมรับมือ ทุนไทยจับพม่าเตรียมขุดเหมืองถ่านหินต้นน้ำกกในรัฐฉาน-เส้นเลือดสำคัญ-แหล่งน้ำประปาใหญ่ ชาวไทใหญ่จัดพิธีต้าน เมื่อวันที่ 24 ต.ค62 มีรายงานข่าวจากรัฐฉาน ประเทศพม่า ว่าเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา เครือข่ายแม่น้ำรัฐฉานได้จัดพิธีสืบชะตาแม่น้ำกก ที่วัดพระธาตุเจ้าครูบาบุญชุ่มที่เมืองกก อำเภอเมืองสาต ภาคตะวันออกของรัฐฉาน โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมพิธีดังกล่าวจำนวนหลายร้อยคน โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเพื่อเรียกร้องให้บริษัทจากไทยและพม่า ยุติโครงการเหมืองแร่ถ่านหินขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำลายสิ่งแวดล้อมและทำให้เกิดสารพิษต่อแม่น้ำกกตลอดสาย เครือข่ายแม่น้ำรัฐฉานได้ออกแถลงการณ์โดยระบุถึงความเคลื่อนไหวของโครงการเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าที่จะสร้างขึ้นที่แม่น้ำกกตอนบน ว่าเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (SQ) จากประเทศไทยและบริษัทโกลเดนเลก จำกัด (GL) จากพม่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจการให้ประทานบัตร เพื่อจัดทำโครงการเหมืองแร่ถ่านหิน 28 ปี ที่เมืองกกในรัฐฉาน โดยทั้ง 2 บริษัทจะใช้เงินก้อนแรก 300 ล้านบาท เพื่อตั้งบริษัทร่วมทุนเหมืองแร่มายคต (Mai Kot) โดยทางบริษัท…

  • Who Will Save Luang Prabang?: The World Heritage site in Laos is enfagered by mega – projects and Mekong dams

    original content by The Diplomat, news agency You could access the original via https://thediplomat.com/2020/03/who-will-save-luang-prabang/?fbclid=IwAR14EKPSsDM1AxOsv7VSgAwZ_m1pjsyJc4av2ClmXDIZJUOPHZMYuR4UFY8 By Tom FawthropMarch 04, 2020 Laos’ ancient royal capital, dating back a thousand years, offers a magical trip back in time to a traditional Asia that is fast disappearing. The unforgettable UNESCO World Heritage enclave comprises over 120 sites of cultural and…

  • Press Statement: Our Hunger for Energy

    Press Statement: Our Hunger for Energy

    Press Statement: Our Hunger for Energy – TRIPNET, Candle Light, Southern Youth and Tarkapaw. Today, the 9th of August, marks the International Day of the World’s Indigenous Peoples. On this day Indigenous communities and civil society groups from the Tanintharyi River Basin are releasing two new reports that present the interdependence between indigenous communities, the…

  • เปิดรายงานชุมชนพื้นเมืองแม่น้ำตะนาวศรี รับวันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก

    9 สิงหาคม วันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก ในวันนี้ ชุมชนพื้นเมืองและภาคประชาสังคมจากลุ่มน้ำตะนาวศรี ภาคใต้ของพม่า เผยแพร่รายงานใหม่สองฉบับ เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนพื้นเมือง แม่น้ำตะนาวศรี และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และปัญหาท้าทายใหม่ อันเป็นผลมาจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมาก  รายงานชิ้นแรกคือ เหนือกว่าแม่น้ำ: เอาชนะความท้าทายด้วยภูมิปัญญาด้านนิเวศของชนพื้นเมือง (Beyond the River: Overcoming Challenges with Indigenous Ecological Knowledge) จัดทำโดยเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง TRIPNET และรายงานอีกชิ้นคือ ปิดกั้นเส้นเลือด: ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำตะนาวศรีกลัวผลกระทบจากเขื่อนขนาดใหญ่ (Blocking a Bloodline: Communities Along the Tanintharyi River Fear the Impacts of Large-Scale Dams) จัดทำโดยกลุ่มอนุรักษ์ Candle Light, Southern Youth และ Tarkapaw ซึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องให้เคารพพื้นที่ ภูมิปัญญาชาวบ้าน และจารีตประเพณีของชุมชนพื้นเมืองและให้ยุติการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่   รายงาน “เหนือกว่าแม่น้ำ” นำเสนอข้อมูลของพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ 115 ชนิดที่นำเสนอเป็นผลมาจากการวิจัยภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นการศึกษาที่ใช้เวลา 4 ปีโดยกลุ่มชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำตะนาวศรี ภาคใต้ของพม่า งานวิจัยนี้มีชาวบ้านเป็นแกนนำ พวกเขาร่วมกันเก็บข้อมูลโดยใช้ภูมิปัญญาทางนิเวศ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติตามแนวจารีตประเพณีดั้งเดิม โดยกลุ่ม TRIPNET เป็นผู้ประสานงานให้เกิดการวิจัยแบบภูมิปัญญาชาวบ้านร่วมกับชุมชนในลุ่มน้ำตะนาวศรีตั้งแต่ปี 2557 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน  “ชาวบ้านต่างมีทักษะในการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติ และมีองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ข้อค้นพบจากงานวิจัยในรายงาน ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างชุมชนในพื้นที่กับแม่น้ำตะนาวศรี” ซอว์ อัลเบิร์ต ผู้ประสานงานโครงการของ TRIPNET กล่าว  เราจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาทางนิเวศที่ลึกซึ้งของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำตะนาวศรี และนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อการอนุรักษ์และการตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำแห่งนี้ รายงาน เหนือกว่าแม่น้ำ สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำตะนาวศรี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน และชี้ให้เห็นความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้จากการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำแห่งนี้  “ชนพื้นเมืองกำลังปกป้องแม่น้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เราจำเป็นต้องมีเวทีเพื่อชี้ให้เห็นแรงจูงใจของพวกเขา และแลกเปลี่ยนความสำเร็จของการทำงานระดับชุมชนเพื่อการอนุรักษ์เหล่านี้” ซอว์ แฟรงกี้ อาบรู ผู้อำนวยการ TRIPNET กล่าว  การทำวิจัยอย่างมีส่วนร่วมโดยภูมิปัญญาชาวบ้านครั้งนี้ นำไปสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งของชุมชนเพื่อคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์สัตว์น้ำตลอดทั่วภูมิภาคตะนาวศรี กิจกรรมอนุรักษ์ระดับชุมชนเหล่านี้เป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ระดับชุมชนของชนพื้นเมือง (Indigenous…