Category: news

  • ธปท. จับมือ IFC ร่วมส่งเสริมการเงินเพื่อความยั่งยืน

    ต้นฉบับจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/Activities/Pages/BOT_IFC.aspx?fbclid=IwAR1hXCnnBiSkN0Kv22NOH3IU-eBzR6ay4849MvZkXXhmaVCFbkdUSE17K5c เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ นายวิครัม คูมาร์ หัวหน้าสำนักงานประจำประเทศไทย บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ International Finance Corporation (IFC) ซึ่งเป็นสมาชิกของธนาคารโลก (World Bank)ร่วม “ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมการเงินเพื่อความยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันผู้ให้บริการทางการเงินผนวกแนวคิดเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน ความร่วมมือระหว่าง ธปท. และ IFC ครอบคลุมการได้รับการสนับสนุนจาก IFC ในการจัดทำกรอบนโยบายและแผนงานด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย โดย IFC เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว ธปท. และ IFC มุ่งหวังว่าความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันให้ภาคการเงินสามารถนำแนวคิดเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืนไปปรับใช้ในทางปฏิบัติ และทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางการเงินซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน

  • “ทุกปัญหามีทางออก แต่ทางออกเรื่องนี้จะยากหน่อย เพราะเป็นความพยายามหาทางออกของคนตัวเล็กตัวน้อย”

    ต้นฉบับจาก Thai PBS (C – Site Report) https://www.csitereport.com/#!/newsfeed?id=0000014499 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 นิวัติ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ กลุ่มรักษ์เชียงของ ร่วมแลกเปลี่ยน “ทางออกของปัญหาแม่น้ำโขงและภูมิภาคในมือประชาชน” ในงาน (สุด) สัปดาห์แม่โขง-อาเซียน 2563 Mekong – ASEAN Environmental Week (end) 2020 สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และชีวิตที่โยงใยกันในภูมิภาค วันที่ 27 กันยายน 2563 ห้อง Friend of BACC ชั้น 6 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ “ครูตี๋” ได้ชี้ถึงความสำคัญของสร้างองค์กรให้กับภาคประชาชนในการเช้าไปต่อรองในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำซึ่งเป็นเรื่องหนักหนาพอสมควรแต่จำเป็นต้องร่วมมือกัน “จากที่เราฟังกันมาหลายวันมันนานพอสมควร นานจนเราเห็นว่ามันมีผลกระทบต่อคนเล็กคนน้อย ตั้งแต่จีนมาจนถึงเวียดนามปัญหาเหล่านี้เชื่อมโยงกันหมดการพัฒนาไปเบียดบัง ไปยื้อแย่งที่ ดิน-น้ำ-ป่า คนเล็กคนน้อยตายแน่ ทั้ง…

  • ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง

    ต้นฉบับจาก สำนักข่าวประชาไท https://prachatai.com/journal/2020/09/89702 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง เผยผลร้าย  5 ข้อ ผลกระทบข้ามแดนมหาศาล- สวนทางความต้องการไฟฟ้าในประเทศที่ลดฮวบ -เสี่ยงถูกจีนครอบงำลาว 27 ก.ย. 2563 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และผู้แทนเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัวแทนภาคประชาชนเครือข่ายแม่น้ำโขงได้มีการประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงข้อกังวลต่อแนวโน้มการให้เงินกู้ต่อโครงการเขื่อนหลวงพระบาง และปรึกษากับผู้แทนธนาคารต่าง ๆ โดยมีผู้แทนจาก ธปท. และธนาคารพาณิชย์อีก 6 แห่งเข้าร่วม นายนิวัฒน์ กล่าวว่าเครือข่ายฯ และแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ได้นำเสนอเหตุผล 5 ประการ ที่ธนาคารไทยไม่ควรปล่อยกู้ให้แก่โครงการเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งจะกั้นแม่น้ำโขง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป. ลาว)…

  • ทุนไทยใน “เขื่อนลาว” ปชช. แบกค่าไฟ ประโยชน์อยู่ไหน?

    ต้นฉบับจาก voice TV online https://www.voicetv.co.th/read/AKzqhb-YJ?fbclid=IwAR1enGumfmLGuGA-Ae4vCP-lG0O7mBwtOXcPqGHn0c5xrDEQ3akq0CI74-A เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ไทยมีไฟฟ้าล้นเกินเกือบ 40% แต่วางแผนนำเข้าเพิ่ม เอ็นจีโอชี้ประโยชน์ตกอยู่กับนายทุน ผอ.กองนโยบายไฟฟ้าแจงเล็งเห็นปัญหา-กำลังแก้ไข ที่ผ่านมาต้นทุนทั้งหมดคนไทยต้องแบกภาระ ขณะ ปชช.ลาวสูญเสียชีวิต ย้อนกลับไปปี 2562 ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะถูกวิกฤตโรคระบาดแทรกแซงจนพังยับเยิน ตามข้อมูลตรงจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศมีมากถึง 50,932 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการสูงสุดอยู่แค่เพียง 31,377 เมกะวัตต์  ไฟฟ้าล้นเกินระดับ 38% อาจไม่ทำให้คนหยุดคิดถึงผลกระทบที่ตามมา หรือต้องยอมรับความจริงตั้งแต่แรกว่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รับรู้การมีอยู่ของตัวเลขดังกล่าว ทว่าเบื้องหลังที่หลบซ่อนอยู่ในกำลังผลิตไฟฟ้าล้นเกินเต็มไปด้วยผลประโยชน์ของชาติ ที่ไม่ได้ตกอยู่ในมือประชาชนและชีวิตของผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสูญสลาย  ประโยชน์นี้ ‘เพื่อไทย’ หรือ ‘เพื่อใคร’ การมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองเป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรก็ตาม ‘ไพรินทร์ เสาะสาย’ ตัวแทนจากองค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) และ ‘เปรมฤดี ดาวเรือง’ ผู้ประสานงานโปรเจกต์เสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ทำงานใกล้ชิดประเด็นการลงทุนไทยในเขื่อนลาวทั้ง 2 คน ชี้ชัดว่า สัดส่วนพลังงานสำรองที่มากเกินพอดีไม่สร้างประโยชน์กับผู้ใด นอกจาก บริษัทก่อสร้าง…

  • จับตา “ฟอกเขียว” เขื่อนโขง MRC ออกไกค์ไลน์ใหม่ป้องกันผลกระทบเขื่อนตลอดอายุโครงการ

    จับตา “ฟอกเขียว” เขื่อนโขง MRC ออกไกค์ไลน์ใหม่ป้องกันผลกระทบเขื่อนตลอดอายุโครงการ

    ต้นฉบับจาก สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews https://greennews.agency/?p=21900 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกต ชุดแนวทางใหม่ ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในการป้องกันแก้ไขความเสี่ยงผลกระทบจากโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าบนลำน้ำโขง มีหลักการดี แต่ควรมีหลักการเช่นนี้มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว พร้อมแสดงความกังวลว่าจะมีการนำชุดแนวทางนี้ไปปฏิบัติใช้อย่างไร หวั่นอาจถูกนำไปใช้ “ฟอกเขียว” สร้างความชอบธรรมในการผลักดันโครงการเขื่อนแม่น้ำโขงตอนล่าง เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) ได้ออกประกาศ ชุดแนวทางการแก้ปัญหาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (MRC’s Hydropower Mitigation Guidelines) อันจะเป็นชุดข้อเสนอเชิงเทคนิคล่าสุด ที่ตั้งเป้าเป็นเครื่องมือช่วยให้ ผู้พัฒนาโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า บริษัทที่ปรึกษาโครงการ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการป้องกันแก้ไขผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจากเขื่อน ตลอดช่วงระยะเวลาโครงการ ชุดแนวทางดังกล่าว ประกอบด้วยข้อเสนอเชิงเทคนิค 3 ชุด มุ่งเน้นไปยังการแก้ปัญหาความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคำนึงถึง 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อุทกศาสตร์และการไหลของแม่น้ำ, ธรณีสัณฐานและการไหลของตะกอน, คุณภาพน้ำ, การประมง…

  • ระดับน้ำโตนเลสาบต่ำสุดในประวัติศาสตร์สองเดือนติด นักวิจัยห่วง เขื่อนจีนมีเอี่ยว

    ต้นฉบับจาก สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews https://greennews.agency/?p=21690 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเผย กรกฎาคมและสิงหาคมนี้ ระดับน้ำโตนเลสาบต่ำสุดในประวัติศาสตร์เข้าขั้น “วิกฤต” เหตุแม่น้ำโขงแห้งเพราะแล้งฝน ด้านนักวิจัยหลากหลายสังกัดคาดเขื่อนจีนมีส่วนเกี่ยว เรียกร้องให้ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลน้ำเพื่อหาทางออกร่วมกัน 19 สิงหาคม พ.ศ.2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC – Mekong River Commission) เปิดเผยรายงานสถานการณ์หน้าฝนลุ่มน้ำโขงตอนล่างรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 11 – 17 สิงหาคม พบว่า แม้ปัจจุบัน ฝนจะตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงและลำน้ำประกอบทยอยเพิ่มสูงขึ้น ทว่าสถานการณ์น้ำในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างยังน่ากังวล ระดับน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสะสมแทบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลสาบน้ำจืด “โตนเลสาบ” ประเทศกัมพูชา มีระดับน้ำต่ำขั้นวิกฤต น้อยที่สุดตั้งแต่เก็บข้อมูลมาในรอบ 20 ปี โดยปกติแล้ว เมื่อถึงกลางเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นฤดูฝน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะสูงขึ้น ทำให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่โตนเลสาบ เติมน้ำให้กับทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้จนขนาดขยายกว้างกว่า 6 เท่า เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของปลาและนกน้ำหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวเผยว่า ช่วงกรกฎาคมและสิงหาคมปีนี้ โตนเลสาบมีปริมาณน้ำน้อยที่สุดที่เคยพบมา…

  • กสม.แจง การตรวจสอบเขื่อนลาวแตกอยู่นอกอำนาจรับผิดชอบ

    กสม.แจง การตรวจสอบเขื่อนลาวแตกอยู่นอกอำนาจรับผิดชอบ

    จากกรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสปป.ลาว ได้เกิดเหตุการณ์เขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ หรือ Saddle Dam D ซึ่งเป็นเขื่อนดิน กว้าง 8 เมตร ยาว 770 เมตร สูง 16 เมตร ได้ทรุดตัวและพังทลาย ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อยกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเซเปียน ไปจนถึงชุมชนบริเวณแม่น้ำเซกอง ในกัมพูชา เพียงแค่เฉพาะในลาว พบว่ายอดผู้ได้รับผลกระทบจากตัวเลขทางการของรัฐ จนถึงเดือน ตุลาคม 2561 เป็นระยะเวลา 4 เดือนนับแต่เกิดเหตุ  ยอดผู้เสียชีวิต 43 ศพ เป็นเด็กต่ำกว่าอายุ 10 ปี 15 ศพ เป็นผู้หญิง 19 ศพ และยังสูญหาย 28 คน   มีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ทั้งหมด 19 หมู่บ้าน จำนวน…

  • ลาวยื่น PNPCA เขื่อนสานะคาม กั้นโขงเหนือ อ.เชียงคาน จ.เลย ๒ กิโลเมตร

    ลาวยื่น PNPCA เขื่อนสานะคาม กั้นโขงเหนือ อ.เชียงคาน จ.เลย ๒ กิโลเมตร

    ลงเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 สามารถเข้าถึงต้นฉบับได้ที่ สารคดี https://www.sarakadee.com/2020/05/22/pnpca-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1/?fbclid=IwAR0Y2JBkf3K6lAZYMXII5eTsJMuoEdr-39nEQk1dr9dAjh_P_FN-Xq4RqsU เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission : MRC) องค์การร่วมมือระหว่างรัฐบาล ๔ ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ก่อตั้งขึ้นเพื่อประสานงานพัฒนาแหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่างยั่งยืน ได้เผยแพร่เอกสารข่าวว่ารัฐบาลลาวจะดำเนินการตาม “กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า” (Prior consultation process) สำหรับโครงการเขื่อนสานะคาม กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าถือเป็นส่วนหนึ่งของกติกาการใช้น้ำบนแม่น้ำโขงตามระเบียบปฏิบัติเรื่อง “การแจ้ง ปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง” (Procedure for notification, Prior consultation and Agreement : PNPCA) ของ MRC ภายใต้ระเบียบปฏิบัตินี้ โครงการใดก็ตามที่ใช้น้ำจากแม่น้ำโขงสายประธาน ระหว่างฤดูแล้งภายในลุ่มน้ำเดียวกัน หรือฤดูน้ำหลากระหว่างลุ่มน้ำ จะต้องผ่านกระบวนการ PNPCA ไม่ว่าจะเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่…

  • จี้ต่อมคุณธรรม 4 แบงก์ไทย-ในฐานะปล่อยกู้สร้างเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ผู้เชียวชาญยูเอ็นร้องหาความยุติธรรมให้ผู้ประสบภัยเขื่อนแตกเมื่อ 2 ปีก่อน

    จี้ต่อมคุณธรรม 4 แบงก์ไทย-ในฐานะปล่อยกู้สร้างเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ผู้เชียวชาญยูเอ็นร้องหาความยุติธรรมให้ผู้ประสบภัยเขื่อนแตกเมื่อ 2 ปีก่อน

    ลงเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 สามารถเข้าถึงต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ https://transbordernews.in.th/home/?p=25019&fbclid=IwAR2YMg3mwXDIGK0zjfVIbgT6_Iw50AGqMtEB3utZglsSAcriotWyD466xEY ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  (28 เมษายน 2562) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้รอดชีวิตจากเขื่อนแตกในประเทศลาวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา  แถลงการณ์ระบุว่า ชาวบ้านหลายพันคนต้องสูญเสียทุกอย่างและต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและไร้อนาคต รัฐบาล บริษัทและธนาคารที่เกี่ยวข้องได้ผลประโยชน์และกำไรจากโครงการเขื่อนไฟฟ้านั้น แต่ชาวบ้านต้องสูญเสียทุกอย่างและไม่ได้รับการช่วยเหลือตามที่สัญญาไว้ เหตุการณ์สันเขื่อนย่อย D ของเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ที่เมืองสนามไซย แขวงอัตตะปือของลาว แตกเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ทำให้น้ำท่วมและคร่าชีวิตของชาวบ้านกว่า 71 คนและอีกหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย  “ชาวบ้านและชนพื้นที่เมืองยังไม่ได้รับค่าชดเชยที่เพียงพอและยังต้องอยู่ในที่พักชั่วคราวที่ไม่ได้มาตรฐาน มีความเป็นส่วนตัวน้อย เข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค สุขอนามัย และที่ดิน อย่างไม่เพียงพอ เราได้รับรายงานว่ามีกระบวนการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการโยกย้ายหรือการช่วยเหลือตามแผนที่วางไว้  รัฐบาลลาว อ้างว่ากำลังให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างถึงที่สุด แต่มันดูขัดแย้งกับรายงานต่างๆที่ออกมาว่า ชาวบ้านยังอยู่ภาวะทุกข์ยากลำบาก” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติระบุว่า ภาคธุรกิจกำลังเพิกเฉยต่อความรับผิดชอบตามหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนภายใน หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน “นับตั้งแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจนี้ พวกเขาควรจะต้องปรึกษาผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องและแก้ไขเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพแก่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ” ในแถลงการณ์เน้นย้ำ  จวบจนถึงปัจจุบัน…

  • ชาวลาวที่ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยยังไม่ได้ค่าชดเชย-อยู่อย่างลำบาก ส่วนใหญ่หนีออกจากศูนย์พักพิงไปสร้างบ้านเรือนเอง

    ชาวลาวที่ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยยังไม่ได้ค่าชดเชย-อยู่อย่างลำบาก ส่วนใหญ่หนีออกจากศูนย์พักพิงไปสร้างบ้านเรือนเอง

    ลงเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 เข้าถึงต้นฉบับได้ที่ สำนักข่าวชายขอบ https://transbordernews.in.th/home/?p=24953&fbclid=IwAR1XIbwUjLnhxsh7xQjsW7UiG6EA46LcXT3cT2BNYwRn8cuywKg-258A4zo สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรีรายงานว่า(23/04/2020) ผู้รอดชีวิตจากเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยแตกพังเมื่อปี 2561 ต้องอยู่ในศูนย์อพยพมากว่า 2 ปีอย่างลำบาก แม้มีข่าวว่ารัฐบาลลาวและบริษัทได้สัญญาว่าจะจ่ายค่าชดเชยและย้ายให้ไปอยู่ในบ้านและที่ดินจัดสรรและบ้านที่สร้างให้ใหม่ แต่ขณะนี้ความช่วยเหลือนั้นก็ยังไม่เกิด ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ยังอยู่ในบ้านพักชั่วคราวที่มีสภาพร้อน น้ำใช้ไม่สะอาดและสุขอนามัยไม่สะอาด ส่วนบางคนที่ตัดสินใจย้ายออกจากที่พักชั่วคราวเองก็ต้องใช้เงินตัวเองในการสร้างบ้านใหม่ ผู้ได้รับผลกระทบรายหนึ่งที่ไม่ประสงค์จะออกนาม อยู่ศูนย์อพยพดงบาก ในเมืองสนามไซย กล่าวว่า “บ้านชั่วคราวมันอยู่ไม่ได้ เพราะร้อนมาก สกปรก กลิ่นเหม็นมาก และขาดแคลนน้ำใช้ พวกเรากลัวมากว่าจะเกิดโรคระบาด ห้องน้ำก็สภาพแย่ มันเต็มและไม่เคยมีการสูบออกเลย เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้มาตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่เลยชาวบ้านหลายคนที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านดงบากตัดสินใจหนีออกไปศูนย์แห่งนี้” “คนที่ออกไป ก็ไปสร้างกระท่อมหรือบ้านหลังเล็กๆอยู่ในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้เป็นค่าชดเชย หรือกลับไปยังที่ดินทำกินเดิมของพวกเขาที่ถูกน้ำท่วม หรือบางคนก็ต้องกลับไปยังบ้านหลังเก่าในหมู่บ้านเดิมที่ประสบภัย “เขากล่าว เมื่อปีที่ 2562 หน่วยงานรัฐได้จัดสรรที่ดินขนาด 20×40 เมตร ให้กับแต่ละครอบครัว และรัฐจะช่วยสร้างบ้านให้บนที่ดินนั้น แก่ชาวบ้านกว่า 4,000 ครอบครัว แต่ตอนนี้มีเพียงบ้าน 36 หลังที่สร้างแล้วเสร็จให้กับครอบครัวที่ยากจนที่สุดเท่านั้นส่วนผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนที่พอจะมีเงินก็ต้องไปซื้อไม้และสร้างบ้านของตัวเอง เดิมในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านดงบาก มีคนอยู่จำนวน 68 ครอบครัว ตอนนี้เหลือเพียง…