Author: etoswatchgmailcom
-

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านนาคอเรือคว่ำบาตร กรมชล-กฟผ.-ม.นเรศวร ไม่ร่วมประชุมด้วย-ห้ามเข้าพื้นที่หมู่บ้านหวั่นถูกนำไปแอบอ้างเดินหน้าโครงการผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล ชาวบ้านร่วมกันติดป้าย-แสดงสัญลักษณ์คัดค้าน
ต้นฉบับจาก: สำนักข่าวชายขอบ (Transborder News) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่บ้านแม่งูด ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านได้ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อคัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลโดยการสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทะลุป่าอนุรักษ์ผืนใหญ่มาลงที่บ้านแม่งูด อ.ฮอด เนื่องจากขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวบ้านอย่างแท้จริงและมีการแอบอ้างชื่อชาวบ้านในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ทั้งนี้ชาวบ้านได้ร่วมกันติดป้ายคัดค้านโครงการไว้บริเวณจุดต่างๆ และถ่ายภาพการคัดค้านเพื่อนำไปเผยแพร่ นายวันชัย ศรีนวล ผู้ใหญ่บ้านแม่งูด หมู่ 6 ต.นาคอเรือ กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้ทำหนังสือเพื่อขอเข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อเลือกแนวในการจัดทำโครงการเครือข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์จากลำพูนถึงสบเมย ขณะที่มหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งรับงานจากกรมชลประทานในการจัดทำอีไอเอโครงการผันแม่น้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพลก็ได้เชิญประชุมเกี่ยวกับการจัดการน้ำ ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านแม่งูดได้จัดประชุมกันเพื่อขอมติในการแสดงท่าทีโดยที่ประชุมเห็นว่าห้ามเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เจ้าหน้าที่ กฟผ.และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าพื้นที่หมู่บ้าน และหากไม่มีผู้ใหญ่บ้านเดินทางร่วมไปด้วย ชาวบ้านจะไม่พูดด้วยกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ นายวันไชยกล่าวว่า ในการจัดประชุมที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดขึ้นที่ อ.ดอยเต่า ในวันเดียวกันนี้ทางกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านต่างมีมติเห็นพ้องกันว่าจะไม่เดินทางเข้าร่วมประชุมเพราะเกรงว่าจะถูกนำไปแอบอ้างอีก เหมือนกันเมื่อครั้งที่มีการทำอีไอเอ ซึ่งตอนนั้นมีคนมาหาตนและบอกว่าจะพูดคุยเรื่องสถานการณ์โควิด แต่สุดท้ายกลับถ่ายภาพและเอาไปเขียนในอีไอเอว่าได้มีการหารือในเชิงลึกเรื่องโครงการผันน้ำยวมกับตนแล้ว ทั้งๆที่ไม่ได้คุยกันเรื่องผันน้ำยวมเลย อย่างไรก็ตามครั้งนี้แม้ในจดหมายเชิญจะไม่ระบุว่าเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการผันน้ำยวม แต่เชื่อว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่นำมาใช้กับชาวบ้านเพื่อโครงการดังกล่าว “ที่ผ่านมาบริษัทเอกชนที่ได้รับการว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษาโครงการผันน้ำยวมได้โทรมาหาผมหลายครั้ง เขาบอกว่าอยากเข้ามาคุยด้วย เพราะคงเห็นว่าผมและชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ผมแจ้งเขาไปว่ามันเลยขั้นตอนรับฟังไปแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมตอนทำอีไอเอถึงไม่มาหาเรา แต่ตอนนี้กลับจะมาหา…
-

The Joint Transboundary Network of Civil Societypublic statement on Thai mining case in Myanmar filed a lawsuit against the former editor of GreenNews Agency
According to Myanmar Pongpipat Co Ltd., a Thai mining company operating in Myanmar, has reported the case against Mr. Pratch Rujivanarom, the then Editor of GreenNews, for the report on “Myanmar Court Ordering Thai Mining Company to Compensate Dawei Villager for 2.4 Million Baht as a result of the environmental damage caused by tin mining”…
-

แถลงการณ์ร่วมข้ามพรมแดน กรณีเหมืองแร่ไทยในเมียนมาแจ้งความดำเนินคดีต่อ บ.ก. GreenNews – เรียกร้องอัยการสั่งไม่ฟ้อง ยืนยันสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็น
สืบเนื่องจากบริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ไทยในเมียนมาได้แจ้งความต่อ นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น จากการรายงานข่าวเรื่อง ‘ศาลพม่าสั่งบริษัทเหมืองแร่ไทยชดใช้ชาวบ้านทวาย 2.4 ล้านบาท เหตุเหมืองดีบุกทำสิ่งแวดล้อมพัง’ ซึ่งเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ในข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา เนื้อหาของข่าวดังกล่าวอ้างถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมืองทวายที่พิพากษาให้ บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด จ่ายค่าชดเชยแก่ นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เหมือง เป็นเงินจำนวน 114,800,000 จ๊าต (ประมาณ 76,533 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400,000 บาท) เนื่องจากก่อนหน้านี้ในปี 2558 นายซอ ดา เชว ได้ฟ้องคดีต่อศาลทวาย เรียกร้องให้บริษัทฯ ชดเชยความเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สิน โดยเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับต้นหมากที่ล้มตายจำนวน 882 ต้น เนื่องจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ของบริษัทที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในฐานะเครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา…
-

เครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย – เมียนมา เชิญชวนลงนามแถลงการณ์ร่วม กรณีเหมืองแร่ไทยในเมียนมาแจ้งความดำเนินคดีต่อ บ.ก. GreenNews – เรียกร้องอัยการสั่งไม่ฟ้อง ยืนยันสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็น
เครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา เชิญชวนทุกท่าน/ทุกองค์กรลงนามในแถลงการณ์ร่วมของเครือข่ายฯ กรณีบริษัทเหมืองแร่ไทยในเมียนมา แจ้งความดำเนินคดีต่อบรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) และเรียกร้องให้อัยการจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งไม่ฟ้อง เพื่อเป็นการยืนยันและสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สืบเนื่องจากบริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ไทยในเมียนมาได้แจ้งความต่อ นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น จากการรายงานข่าวเรื่อง ‘ศาลพม่าสั่งบริษัทเหมืองแร่ไทยชดใช้ชาวบ้านทวาย 2.4 ล้านบาท เหตุเหมืองดีบุกทำสิ่งแวดล้อมพัง’ ซึ่งเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ในข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา เนื้อหาของข่าวดังกล่าวอ้างถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมืองทวายที่พิพากษาให้ บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด จ่ายค่าชดเชยแก่ นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เหมือง เป็นเงินจำนวน 114,800,000 จ๊าต (ประมาณ 76,533 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400,000 บาท) เนื่องจากก่อนหน้านี้ในปี 2558 นายซอ ดา เชว ได้ฟ้องคดีต่อศาลทวาย…
-

A Summary of the Situation and Recommendations: Humanitarian Relief and Addressing the problems of the people from Myanmar who have become Internally Displaced Person in Myanmar and Refugees in Thailand
A Summary of the Situation and Recommendations: Humanitarian Relief and Addressing the problems of the people from Myanmar[1] who have become Internally Displaced Person in Myanmar and Refugees[2] in Thailand 1. An overall figure of IDPs and the situation of refugees following the military coup in Myanmar Armed conflicts in the Republic of the Union…
-

สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมาที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทย
สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมา[1] ที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัย[2]ในประเทศไทย 1. ภาพรวมตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในประเทศและสถานการณ์ผู้ลี้ภัยภายหลังการรัฐประหารในเมียนมา ความขัดแย้งทางอาวุธในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (ประเทศเมียนมา) การพยายามโจมตีพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์ต่าง ๆ ของกองทัพเมียนมาภายหลังการก่อรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากมีความหวาดกลัวต่อภัยประหัตประหาร ต้องหนีภัยประหัตประหารและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally Displaced Persons) และกลายมาเป็นผู้ลี้ภัย ในประเทศไทยจากรายงานล่าสุดสถานการณ์ฉุกเฉินในเมียนมา วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 (Myanmar Emergency Update as of 01 July 2021) โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า ความรุนแรงและความไม่มั่นคงที่เกิดจากการสู้รบนับแต่ตั้งเหตุรัฐประหาร ส่งผลให้ประชาชนกว่า 211,000 คน กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา โดยกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของรัฐคะฉิ่นราว 10,200 คน รัฐฉานมากกว่า 30,200 คน รัฐชินราว 10,000 คน[3] ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด ‘สถานการณ์มนุษยธรรมในเมียนมา…
-

“Dawei Studies”: An evaluation of knowledge and movement about Dawei
Background The workshop on “Dawei Studies” An evaluation of knowledge and movement about Dawei was held during 14–15 September 2020 at the Foundation for Natural Resources and Environment (FENR) in Chiang Mai as part of the 3rd International Conference on Burma/Myanmar Studies (ICBMS) from 5-7 March 2021 at the UNISERV, Chiang Mai University. It aims…
-

76 Thai – Foreign Civil Society Organizations ask Thai Gas Companies to Stop Enabling Myanmar Army’s Crackdown of People
20th May 2021, Bangkok, The Extraterritorial Obligation Watch Coalition (ETOs Watch) called on Thai gas companies to stop the flow of revenue to the Myanmar Army, which is aiding the army’s human rights violations against the people. The ETO Watch – a collective of Civil Society Organizations (CSOs) and Non-Governmental Organizations (NGOs) working on Business…
-

76 ภาคประชาสังคม ไทย-เทศ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง ปตท – หยุดเป็นท่อน้ำเลี้ยงทหารพม่า
20 พฤษภาคม 64 (กรุงเทพฯ) คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch) เปิดเผยจดหมายเปิดผนึกซึ่งส่งถึง ปตท และ ปตท.สผ. เพื่อให้ระงับและงดส่งจ่ายเงินจากก๊าซธรรมชาติให้กับกองทัพเมียนมา เพื่อยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา 76 องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคมด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ทั้งไทย เมียนมา และนานาชาติร่วมลงชื่อ ชี้ชัดเงินค่าก๊าซธรรมชาติอยู่ในการควบคุมของกองทัพ หวั่นส่งเสริมการประหัตประหารประชาชน นายธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร ผู้ประสานงานคณะทำงาน กล่าวว่า “เราเรียกร้องให้ ปตท.งดจ่ายเงินให้กับบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ดูแลเรื่องน้ำมันและก๊าซของพม่าในขณะเพราะแม้ว่าโดยหลักการแล้วบริษัทนี้จะเป็นของรัฐบาลเมียนมา แต่การควบคุมอำนาจในการบริหารหน่วยงานแบบเบ็ดเสร็จของคณะรัฐประหารเมียนมาทำให้บริษัทรัฐวิสาหกิจซึ่งควรจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นเจ้าของนั้นไม่อาจรับประกันได้อีกต่อไปว่ารายได้จาก ปตท ในฐานะผู้ซื้อตามสัญญาจะถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อกิจการพลเรือนและผลประโยชน์ต่อประชาชนชาวเมียนมาอย่างแท้จริง ความไม่โปร่งใสและการใช้อำนาจฉ้อฉล ทั้งยังดิบเถื่อนของกองทัพเมียนมาต่อประชาชนในประเทศตนเองที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั้นทำให้เรากังวลเป็นอย่างมากว่าเงินรายได้ในส่วนนี้จะถูกแปรเป็นอาวุธหรือกระสุนปืนที่สาดใส่แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์” ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ หรือ Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw: CRPH ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนชาวเมียนมา ได้ส่งหนังสือไปยังกลุ่มธุรกิจหรือรัฐวิสาหกิจจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศโดยเฉพาะในกิจการการลงทุนด้านการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เรียกร้องให้ระงับกิจการการลงทุนและตัดสายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจร่วมกับกองทัพเมียนมาในทันที อีกทั้งเรียกร้องให้บริษัทที่ร่วมทุนนำรายได้ที่ต้องจ่ายไปยังบริษัท Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะรัฐประหารเผด็จการกองทัพเมียนมาไปไว้ยังบัญชีที่ได้รับการปกป้อง (protected/escrow account) เนื่องจากพวกเขาเกรงว่ารายได้จากการประกอบธุรกิจนี้จะเป็นเงินที่ป้อนเข้าสู่กระเป๋าของกองทัพเมียนมาโดยตรง โดยหนังสือดังกล่าวมีข้อเรียกร้องที่อ้างไปถึง…
-

เรียกร้องให้รัฐบาลไทย รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระงับการลงทุนและการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ต่อธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน
เรียน นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจผู้อำนวยการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นระยะเวลา 2 เดือนแล้ว การยึดอำนาจครั้งนี้ได้นำมาสู่การจับกุม คุมขังนักการเมือง นักกิจกรรมทางการเมือง สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาสังคม นักศึกษา ประชาชนชน ที่ออกมาแสดงอารยะขัดขืน (Civil Disobedience Movement: CDM) ทั่วประเทศ และมีผู้เสียชีวิตทั้งเด็ก เยาวชนและประชาชนจำนวนมาก ดังที่ปรากฏรายงานตามสำนักข่าวต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรง ตามรายงาน ณ วันที่ 25 มีนาคม 2564 ขององค์กรให้ความช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา ระบุว่าขณะนี้มีผู้ที่ถูกจับกุมสะสม นับแต่มีการรัฐประหารรวมแล้ว กว่า 2,981 ราย มีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 320 ราย และมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงมากขึ้น สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา ท าให้หลายประเทศทั่วโลก ได้ออกแถลงการณ์ ประณาม และร่วมกันคว่ำบาตรทางการค้า…