Author: etoswatchgmailcom

  • สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมาที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

    สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมาที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

    สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมา[1] ที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัย[2]ในประเทศไทย 1. ภาพรวมตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในประเทศและสถานการณ์ผู้ลี้ภัยภายหลังการรัฐประหารในเมียนมา ความขัดแย้งทางอาวุธในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (ประเทศเมียนมา) การพยายามโจมตีพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์ต่าง ๆ ของกองทัพเมียนมาภายหลังการก่อรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากมีความหวาดกลัวต่อภัยประหัตประหาร ต้องหนีภัยประหัตประหารและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally Displaced Persons) และกลายมาเป็นผู้ลี้ภัย ในประเทศไทยจากรายงานล่าสุดสถานการณ์ฉุกเฉินในเมียนมา วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 (Myanmar Emergency Update as of 01 July 2021) โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า ความรุนแรงและความไม่มั่นคงที่เกิดจากการสู้รบนับแต่ตั้งเหตุรัฐประหาร ส่งผลให้ประชาชนกว่า 211,000 คน กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา โดยกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของรัฐคะฉิ่นราว 10,200 คน รัฐฉานมากกว่า 30,200 คน รัฐชินราว 10,000 คน[3] ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด ‘สถานการณ์มนุษยธรรมในเมียนมา…

  • “Dawei Studies”: An evaluation of knowledge and movement about Dawei

    “Dawei Studies”: An evaluation of knowledge and movement about Dawei

    Background The workshop on “Dawei Studies” An evaluation of knowledge and movement about Dawei was held during 14–15 September 2020 at the Foundation for Natural Resources and Environment (FENR) in Chiang Mai as part of the 3rd International Conference on Burma/Myanmar Studies (ICBMS) from 5-7 March 2021 at the UNISERV, Chiang Mai University. It aims…

  • 76 Thai – Foreign Civil Society Organizations ask Thai Gas Companies to Stop Enabling Myanmar Army’s Crackdown of People

    76 Thai – Foreign Civil Society Organizations ask Thai Gas Companies to Stop Enabling Myanmar Army’s Crackdown of People

    20th May 2021, Bangkok, The Extraterritorial Obligation Watch Coalition (ETOs Watch) called on Thai gas companies to stop the flow of revenue to the Myanmar Army, which is aiding the army’s human rights violations against the people.  The ETO Watch – a collective of Civil Society Organizations (CSOs) and Non-Governmental Organizations (NGOs) working on Business…

  • 76 ภาคประชาสังคม ไทย-เทศ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง ปตท – หยุดเป็นท่อน้ำเลี้ยงทหารพม่า

    76 ภาคประชาสังคม ไทย-เทศ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง ปตท – หยุดเป็นท่อน้ำเลี้ยงทหารพม่า

    20 พฤษภาคม 64 (กรุงเทพฯ) คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch) เปิดเผยจดหมายเปิดผนึกซึ่งส่งถึง ปตท และ ปตท.สผ. เพื่อให้ระงับและงดส่งจ่ายเงินจากก๊าซธรรมชาติให้กับกองทัพเมียนมา เพื่อยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา 76 องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคมด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ทั้งไทย เมียนมา และนานาชาติร่วมลงชื่อ ชี้ชัดเงินค่าก๊าซธรรมชาติอยู่ในการควบคุมของกองทัพ หวั่นส่งเสริมการประหัตประหารประชาชน นายธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร ผู้ประสานงานคณะทำงาน กล่าวว่า “เราเรียกร้องให้ ปตท.งดจ่ายเงินให้กับบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ดูแลเรื่องน้ำมันและก๊าซของพม่าในขณะเพราะแม้ว่าโดยหลักการแล้วบริษัทนี้จะเป็นของรัฐบาลเมียนมา แต่การควบคุมอำนาจในการบริหารหน่วยงานแบบเบ็ดเสร็จของคณะรัฐประหารเมียนมาทำให้บริษัทรัฐวิสาหกิจซึ่งควรจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นเจ้าของนั้นไม่อาจรับประกันได้อีกต่อไปว่ารายได้จาก ปตท ในฐานะผู้ซื้อตามสัญญาจะถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อกิจการพลเรือนและผลประโยชน์ต่อประชาชนชาวเมียนมาอย่างแท้จริง ความไม่โปร่งใสและการใช้อำนาจฉ้อฉล ทั้งยังดิบเถื่อนของกองทัพเมียนมาต่อประชาชนในประเทศตนเองที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั้นทำให้เรากังวลเป็นอย่างมากว่าเงินรายได้ในส่วนนี้จะถูกแปรเป็นอาวุธหรือกระสุนปืนที่สาดใส่แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์” ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ หรือ Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw: CRPH ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนชาวเมียนมา ได้ส่งหนังสือไปยังกลุ่มธุรกิจหรือรัฐวิสาหกิจจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศโดยเฉพาะในกิจการการลงทุนด้านการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เรียกร้องให้ระงับกิจการการลงทุนและตัดสายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจร่วมกับกองทัพเมียนมาในทันที อีกทั้งเรียกร้องให้บริษัทที่ร่วมทุนนำรายได้ที่ต้องจ่ายไปยังบริษัท Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะรัฐประหารเผด็จการกองทัพเมียนมาไปไว้ยังบัญชีที่ได้รับการปกป้อง (protected/escrow account) เนื่องจากพวกเขาเกรงว่ารายได้จากการประกอบธุรกิจนี้จะเป็นเงินที่ป้อนเข้าสู่กระเป๋าของกองทัพเมียนมาโดยตรง โดยหนังสือดังกล่าวมีข้อเรียกร้องที่อ้างไปถึง…

  • เรียกร้องให้รัฐบาลไทย รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระงับการลงทุนและการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน  ต่อธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

    เรียกร้องให้รัฐบาลไทย รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระงับการลงทุนและการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ต่อธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

    เรียน นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจผู้อำนวยการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นระยะเวลา 2 เดือนแล้ว การยึดอำนาจครั้งนี้ได้นำมาสู่การจับกุม คุมขังนักการเมือง นักกิจกรรมทางการเมือง สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาสังคม นักศึกษา ประชาชนชน ที่ออกมาแสดงอารยะขัดขืน (Civil Disobedience Movement: CDM) ทั่วประเทศ และมีผู้เสียชีวิตทั้งเด็ก เยาวชนและประชาชนจำนวนมาก ดังที่ปรากฏรายงานตามสำนักข่าวต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรง ตามรายงาน ณ วันที่ 25 มีนาคม 2564 ขององค์กรให้ความช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา ระบุว่าขณะนี้มีผู้ที่ถูกจับกุมสะสม นับแต่มีการรัฐประหารรวมแล้ว กว่า 2,981 ราย มีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 320 ราย และมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงมากขึ้น สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา ท าให้หลายประเทศทั่วโลก ได้ออกแถลงการณ์ ประณาม และร่วมกันคว่ำบาตรทางการค้า…

  • Call for The Thai government, state enterprises and concerned agencies urged to suspend investment and financial assistance to businesses affiliated to the Myanmar Army to prevent human rights violation

    Call for The Thai government, state enterprises and concerned agencies urged to suspend investment and financial assistance to businesses affiliated to the Myanmar Army to prevent human rights violation

    27 March 2021 The Thai government, state enterprises and concerned agencies urged to suspend investment and financial assistance to businesses affiliated to the Myanmar Army to prevent human rights violation Dear the Prime Minister and the Cabinet, Governor of the Bank of Thailand Securities and Exchange Commission of Thailand State Enterprise Policy Office Director of…

  • จดหมายเปิดผนึกติดตามการพัฒนาโครงการถนนทวาย

    จดหมายหลากหลายฉบับเหล่านี้เป็นจดหมายติดตามการดำเนินงานในโครงการถนนสองช่องทางเชื่อมต่อโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และด่านพุน้ำร้อน จ. กาญจนบุรี ในระยะทาง 138 กิโลเมตร ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) หรือ NEDA ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและทางวิชาการต่อโครงการดังกล่าว โดยในการช่วยเหลือทางการเงินนั้น คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติเงินกู้ยืมผ่อนปรน จำนวน 4.5 พันล้านบาท แก่เมียนมาร์ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งทางรัฐสภาของเมียนมาร์ได้มีการอนุมัติรับเงินกู้ยืมดังกล่าวแล้ว และในส่วนของการสนับสนุนทางการวิชาการนั้น ในปี 2562 ทาง สพพ. ได้ว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษา 3 แห่ง ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการปรับปรุงถนนดังกล่าว โดยมีกำหนดการดำเนินงาน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – กันยายน ซึ่งได้เสร็จสิ้นไปแล้ว หลังจากกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้น ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ติดตามการจัดทำและเผยแพร่รายงานดังกล่าว รวมถึงนำเสนอข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องที่เป็นประโยชน์ที่จะทำให้การดำเนินการลงทุนในโครงการถนนทวายมีธรรมาภิบาลการลงทุน ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่โครงการ โดยเฉพาะการปกป้อง เคารพ และคุ้มครอง สิทธิของผู้ได้รับผลกระทบในโครงการดังกล่าวผ่านการออกจดหมายติดตามดังที่ได้กล่าวไป โดยมีจะมีในส่วนจดหมายออกจากทาง ETO Watch ถึงหน่วยงาน และจากหน่วยงานตอบกลับมายัง ETOs Watch รายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ธปท. จับมือ IFC ร่วมส่งเสริมการเงินเพื่อความยั่งยืน

    ต้นฉบับจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/Activities/Pages/BOT_IFC.aspx?fbclid=IwAR1hXCnnBiSkN0Kv22NOH3IU-eBzR6ay4849MvZkXXhmaVCFbkdUSE17K5c เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ นายวิครัม คูมาร์ หัวหน้าสำนักงานประจำประเทศไทย บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ International Finance Corporation (IFC) ซึ่งเป็นสมาชิกของธนาคารโลก (World Bank)ร่วม “ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมการเงินเพื่อความยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันผู้ให้บริการทางการเงินผนวกแนวคิดเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน ความร่วมมือระหว่าง ธปท. และ IFC ครอบคลุมการได้รับการสนับสนุนจาก IFC ในการจัดทำกรอบนโยบายและแผนงานด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย โดย IFC เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว ธปท. และ IFC มุ่งหวังว่าความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันให้ภาคการเงินสามารถนำแนวคิดเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืนไปปรับใช้ในทางปฏิบัติ และทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางการเงินซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน

  • “ทุกปัญหามีทางออก แต่ทางออกเรื่องนี้จะยากหน่อย เพราะเป็นความพยายามหาทางออกของคนตัวเล็กตัวน้อย”

    ต้นฉบับจาก Thai PBS (C – Site Report) https://www.csitereport.com/#!/newsfeed?id=0000014499 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 นิวัติ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ กลุ่มรักษ์เชียงของ ร่วมแลกเปลี่ยน “ทางออกของปัญหาแม่น้ำโขงและภูมิภาคในมือประชาชน” ในงาน (สุด) สัปดาห์แม่โขง-อาเซียน 2563 Mekong – ASEAN Environmental Week (end) 2020 สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และชีวิตที่โยงใยกันในภูมิภาค วันที่ 27 กันยายน 2563 ห้อง Friend of BACC ชั้น 6 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ “ครูตี๋” ได้ชี้ถึงความสำคัญของสร้างองค์กรให้กับภาคประชาชนในการเช้าไปต่อรองในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำซึ่งเป็นเรื่องหนักหนาพอสมควรแต่จำเป็นต้องร่วมมือกัน “จากที่เราฟังกันมาหลายวันมันนานพอสมควร นานจนเราเห็นว่ามันมีผลกระทบต่อคนเล็กคนน้อย ตั้งแต่จีนมาจนถึงเวียดนามปัญหาเหล่านี้เชื่อมโยงกันหมดการพัฒนาไปเบียดบัง ไปยื้อแย่งที่ ดิน-น้ำ-ป่า คนเล็กคนน้อยตายแน่ ทั้ง…