Category: news
-

21 โครงการลงทุนไทยข้ามแดนในภูมิภาคแม่น้ำโขง
ปัจจุบัน คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ได้ดำเนินงานร่วมกันมาเข้าสู่ปีที่ 7 มีการดำเนินงานติดตามโครงการลงทุนไทยข้ามพรมแดนในภูมิภาคแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมกันทั้งหมด 21 โครงการ โดยแบ่งเป็น เมียนมา 8 โครงการ ประกอบด้วย ลาว 11 โครงการ ประกอบด้วย กัมพูชา 2 โครงการ ประกอบด้วย เวียดนาม 1 โครงการ ในปัจจุบัน แต่ละโครงการมีสถานภาพการดำเนินงานที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งเป็น 5 ประเภทได้ดังนี้ (1) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและยังดำเนินการอยู่ (ตัวอักษรสีฟ้าในแผนที่) (2) โครงการที่มีการก่อสร้างไปแล้วและเตรียมดำเนินการ (3) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและหยุดชะงักชั่วคราว (4) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและยุติการดำเนินโครงการแล้ว (ตัวอักษรสีแดงในแผนที่) (5) โครงการที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างและดำเนินการ
-

“ยกฟ้อง! คดีบริษัทเหมืองชาวไทยในพม่าฟ้องนักข่าวสิ่งแวดล้อม”
“ยกฟ้อง! คดีบริษัทเหมืองแร่ดีบุกชาวไทยในพม่าฟ้องนักข่าวสิ่งแวดล้อม” ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำพิพากษายกฟ้อง คดีระหว่างบริษัทเหมืองแร่ดีบุกเฮงดาในเมียนมาร์ กับ อดีต บก. สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews จากการรายงานข่าวคำพิพากษาศาลทวายและผลกระทบจากเหมือง วันนี้ (12 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ อดีตบรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม หรือกรีนนิวส์ พร้อมด้วย น.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน และตัวแทนชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อฟังคำพิพากษาตามการนัดหมายของศาล หลังมีการสืบพยานครั้งสุดท้ายในข่วงระหว่างวันที่ 10-11 พ.ค. ที่ผ่านมา คดีนี้ มีที่มาจากการที่บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการเหมืองแร่ จดทะเบียนในประเทศเมียนมาโดยมีผู้ลงทุนเป็นนักธุรกิจชาวไทย เป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อ ปรัชญ์ รุจิวนารมย์ ขณะนั้นเป็น บ.ก.สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม ในข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา อันเกี่ยวข้องกับการรายงานข่าวเรื่อง “ศาลพม่าสั่งบริษัทเหมืองแร่ไทยชดใช้ชาวบ้านทวาย 2.4 ล้านบาท เหตุเหมืองดีบุกทำสิ่งแวดล้อมพัง” เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2563 ซึ่งเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ของทางสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 9.00…
-
ชวนอ่านรายงาน “ความไม่เป็นธรรมของค่าไฟไทย”
สฤณี อาชวนันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาองค์ความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด บทความนี้นำเสนอภายใต้โครงการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมในประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำเสนอต่อสาธารณชนให้มีความรู้ความเข้าใจ และช่วยตั้งคำถามถึงความไม่เป็นธรรมของค่าไฟในปัจจุบัน ตามความเหมาะสม บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดเวทีสาธารณะ “ทางออกอยู่ตรงไหน? ค่าไฟไทยในยุคของแพง ค่าแรงถูก” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นต่อประเด็นค่าไฟฟ้า ตลอดจนหารือถึงทางออกในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ในยุคที่เรียกกันติดปากว่า “ของแพง ค่าแรงถูก” ปัญหาหนักอกของคนไทยทั้งประเทศก็คือ สินค้า และบริการที่กำลังขึ้นราคานั้นหลายชนิดไม่ใช่ของหรูหราราคาแพงที่นานๆ เราจะซื้อที แต่เป็นของที่เรา จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ไม่เว้นแม้แต่ “ค่าไฟฟ้า” สาธารณูปโภคพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในวิถีชีวิตสมัยใหม่ ค่าไฟที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คนไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งคำถามกับการจัดหาพลังงาน หลายคนนอกจากจะแชร์บิลค่าไฟของตัวเองในโลกออนไลน์แล้ว ยังสงสัยว่าเราต้อง “รับสภาพ” ค่าไฟที่สูงขึ้น อย่างไม่มีทางเลือกอื่นจริงหรือ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ฟังเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน (สำนักงาน กกพ.) หน่วยงานกำกับดูแลภาคพลังงาน กล่าวในงาน Energy Symposium 2022 เมื่อ วันที่ 12 กันยายน 2565…
-

ประชาชน 727 คน สนับสนุนยื่นฟ้อง ‘ประยุทธ์’ ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ กรณีการจัดการฝุ่น PM 2.5 ไร้พรมแดน ประชาสังคมชี้ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนต้องเร่งกำกับดูแล กำหนดมาตรการและบทลงโทษที่ชัดเจนต่อกลุ่มทุนไทย สกัดต้นตอการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นมิตรกับสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 เครือข่ายประชาชนภาคเหนือ นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจภาคเหนือ เด็ก และประชาชน รวม 10 ราย ได้ร่วมกันยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน โดยมีประชาชนมาร่วมลงชื่อสนับสนุนฟ้อง 727 คน ซึ่ง เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดในภาคเหนือ และจังหวัดอื่นๆ พวกเขาเห็นว่า มลพิษทางอากาศจาก PM 2.5 มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ แผนกคดีสิ่งแวดล้อม เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส. 3/2566 การฟ้องร้องคดีต่อศาลปกครองในครั้งนี้ มีข้อเรียกร้องสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. ฟ้องนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจตามมาตรา 9 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติอย่างร้ายแรง ให้มีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานทำหน้าที่อย่างเข้มงวด เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจนี้…
-

Open letter to U.S. Ambassador to Thailand for Imposing Sanctions on MOGE
Open letter to U.S. Ambassador to Thailand for Imposing Sanctions on MOGE under control of Myanmar Military Dictatorship March 23, 2023 Hon. Robert F. Godec United States Ambassador to Thailand Bangkok, Thailand Dear Ambassador Robert F. Godec For over two years, the United States government has watched as the American company Chevron and the Thai…
-

“ICJ” and “LRWC” submitted The Amicus on Thai Tin Mine in Myanmar suing former GreenNews’ Editor
On February, 7 2023, the International Commission of Jurists (ICJ) and Lawyers’ Rights Watch Canada (LRWC) jointly submitted a legal brief (amicus curiae) to the Nakhon Pathom Provincial Court in criminal defamation proceeding against Thai journalist Pratch Rujivanarom, former editor of GreenNews Agency. The submission stresses that international law requires that defamation laws not be…
-

ICJ และ LRWC ยื่นจดหมายเพื่อนศาล ‘คดีเหมืองไทยในพม่า’ ฟ้อง ‘อดีต บก. GreenNews’
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา องค์กรด้านกฎหมายระหว่างประเทศโดยคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (ICJ) และกลุ่มจับตาสิทธินักกฎหมายแคนาดา (Lawyer’s Rights Watch Canada: LRWC) ได้มีความเห็นในคดีนี้ผ่านการส่งหนังสือเพื่อนศาล (Amicus Curiae Brief) ไปยังศาลจังหวัดนครปฐมได้ให้ความเห็นว่า การบังคับใช้บทลงโทษที่รุนแรง อาทิโทษจำคุกหรือโทษปรับเป็นจำนวนเงินที่สูงต่อผู้สื่อข่าวเพียงเพราะการรายงานข่าวที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะผ่านช่องทางออนไลน์ จะทำให้เกิด “ความหวาดกลัว” ต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออกซึ่งประเทศไทยมีหน้าที่ต้องคุ้มครองตามพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงบรรดาสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีวัตถุประสงค์ของผู้ทำความเห็นต่อบันทึกทางกฎหมายนี้มีความมุ่งหมายเพื่อชี้แจงต่อศาลถึงเนื้อหาและขอบเขตของพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและในข้อมูลข่าวสาร พร้อมกล่าวสรุปว่าขอให้ศาลยึดแนวทางการตีความกฎหมายประเทศไทยในทางที่สอดคล้องกับพันธกรณีกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ “…ผู้ทำความเห็นขอกราบเรียนต่อศาลว่าไม่มีบุคคลใดที่ควรรับผิดทางอาญาจากฐานความผิดหมิ่นประมาท และบุคคลต่างๆควรได้รับการคุ้มครองจากการดำเนินคดีที่ส่งผลเป็นการจำกัดสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก การเข้าถึงข้อมูล และกิจกรรมต่างๆของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้สื่อข่าว การกระทำใดๆที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทไม่ว่าจะทางอาญาหรือทางแพ่งที่เป็นอุปสรรคต่อสิทธิในเสรีภาพในการแสดงออกนั้น ถ้าไม่สอดคล้องกับหลักความชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย จำเป็น และได้สัดส่วน อย่างเคร่งครัด ถือเสมือนว่าเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” เนิ้อหาในหนังสือเพื่อนศาลระบุ อ่านจดหมายเพื่อนศาลฉบับเต็มภาษาไทยได้ที่ด้านล่าง
-

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านนาคอเรือคว่ำบาตร กรมชล-กฟผ.-ม.นเรศวร ไม่ร่วมประชุมด้วย-ห้ามเข้าพื้นที่หมู่บ้านหวั่นถูกนำไปแอบอ้างเดินหน้าโครงการผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล ชาวบ้านร่วมกันติดป้าย-แสดงสัญลักษณ์คัดค้าน
ต้นฉบับจาก: สำนักข่าวชายขอบ (Transborder News) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่บ้านแม่งูด ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านได้ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อคัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลโดยการสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทะลุป่าอนุรักษ์ผืนใหญ่มาลงที่บ้านแม่งูด อ.ฮอด เนื่องจากขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวบ้านอย่างแท้จริงและมีการแอบอ้างชื่อชาวบ้านในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ทั้งนี้ชาวบ้านได้ร่วมกันติดป้ายคัดค้านโครงการไว้บริเวณจุดต่างๆ และถ่ายภาพการคัดค้านเพื่อนำไปเผยแพร่ นายวันชัย ศรีนวล ผู้ใหญ่บ้านแม่งูด หมู่ 6 ต.นาคอเรือ กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้ทำหนังสือเพื่อขอเข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อเลือกแนวในการจัดทำโครงการเครือข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์จากลำพูนถึงสบเมย ขณะที่มหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งรับงานจากกรมชลประทานในการจัดทำอีไอเอโครงการผันแม่น้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพลก็ได้เชิญประชุมเกี่ยวกับการจัดการน้ำ ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านแม่งูดได้จัดประชุมกันเพื่อขอมติในการแสดงท่าทีโดยที่ประชุมเห็นว่าห้ามเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เจ้าหน้าที่ กฟผ.และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าพื้นที่หมู่บ้าน และหากไม่มีผู้ใหญ่บ้านเดินทางร่วมไปด้วย ชาวบ้านจะไม่พูดด้วยกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ นายวันไชยกล่าวว่า ในการจัดประชุมที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดขึ้นที่ อ.ดอยเต่า ในวันเดียวกันนี้ทางกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านต่างมีมติเห็นพ้องกันว่าจะไม่เดินทางเข้าร่วมประชุมเพราะเกรงว่าจะถูกนำไปแอบอ้างอีก เหมือนกันเมื่อครั้งที่มีการทำอีไอเอ ซึ่งตอนนั้นมีคนมาหาตนและบอกว่าจะพูดคุยเรื่องสถานการณ์โควิด แต่สุดท้ายกลับถ่ายภาพและเอาไปเขียนในอีไอเอว่าได้มีการหารือในเชิงลึกเรื่องโครงการผันน้ำยวมกับตนแล้ว ทั้งๆที่ไม่ได้คุยกันเรื่องผันน้ำยวมเลย อย่างไรก็ตามครั้งนี้แม้ในจดหมายเชิญจะไม่ระบุว่าเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการผันน้ำยวม แต่เชื่อว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่นำมาใช้กับชาวบ้านเพื่อโครงการดังกล่าว “ที่ผ่านมาบริษัทเอกชนที่ได้รับการว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษาโครงการผันน้ำยวมได้โทรมาหาผมหลายครั้ง เขาบอกว่าอยากเข้ามาคุยด้วย เพราะคงเห็นว่าผมและชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ผมแจ้งเขาไปว่ามันเลยขั้นตอนรับฟังไปแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมตอนทำอีไอเอถึงไม่มาหาเรา แต่ตอนนี้กลับจะมาหา…
-

76 Thai – Foreign Civil Society Organizations ask Thai Gas Companies to Stop Enabling Myanmar Army’s Crackdown of People
20th May 2021, Bangkok, The Extraterritorial Obligation Watch Coalition (ETOs Watch) called on Thai gas companies to stop the flow of revenue to the Myanmar Army, which is aiding the army’s human rights violations against the people. The ETO Watch – a collective of Civil Society Organizations (CSOs) and Non-Governmental Organizations (NGOs) working on Business…
-

76 ภาคประชาสังคม ไทย-เทศ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง ปตท – หยุดเป็นท่อน้ำเลี้ยงทหารพม่า
20 พฤษภาคม 64 (กรุงเทพฯ) คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch) เปิดเผยจดหมายเปิดผนึกซึ่งส่งถึง ปตท และ ปตท.สผ. เพื่อให้ระงับและงดส่งจ่ายเงินจากก๊าซธรรมชาติให้กับกองทัพเมียนมา เพื่อยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา 76 องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคมด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ทั้งไทย เมียนมา และนานาชาติร่วมลงชื่อ ชี้ชัดเงินค่าก๊าซธรรมชาติอยู่ในการควบคุมของกองทัพ หวั่นส่งเสริมการประหัตประหารประชาชน นายธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร ผู้ประสานงานคณะทำงาน กล่าวว่า “เราเรียกร้องให้ ปตท.งดจ่ายเงินให้กับบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ดูแลเรื่องน้ำมันและก๊าซของพม่าในขณะเพราะแม้ว่าโดยหลักการแล้วบริษัทนี้จะเป็นของรัฐบาลเมียนมา แต่การควบคุมอำนาจในการบริหารหน่วยงานแบบเบ็ดเสร็จของคณะรัฐประหารเมียนมาทำให้บริษัทรัฐวิสาหกิจซึ่งควรจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นเจ้าของนั้นไม่อาจรับประกันได้อีกต่อไปว่ารายได้จาก ปตท ในฐานะผู้ซื้อตามสัญญาจะถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อกิจการพลเรือนและผลประโยชน์ต่อประชาชนชาวเมียนมาอย่างแท้จริง ความไม่โปร่งใสและการใช้อำนาจฉ้อฉล ทั้งยังดิบเถื่อนของกองทัพเมียนมาต่อประชาชนในประเทศตนเองที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั้นทำให้เรากังวลเป็นอย่างมากว่าเงินรายได้ในส่วนนี้จะถูกแปรเป็นอาวุธหรือกระสุนปืนที่สาดใส่แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์” ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ หรือ Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw: CRPH ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนชาวเมียนมา ได้ส่งหนังสือไปยังกลุ่มธุรกิจหรือรัฐวิสาหกิจจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศโดยเฉพาะในกิจการการลงทุนด้านการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เรียกร้องให้ระงับกิจการการลงทุนและตัดสายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจร่วมกับกองทัพเมียนมาในทันที อีกทั้งเรียกร้องให้บริษัทที่ร่วมทุนนำรายได้ที่ต้องจ่ายไปยังบริษัท Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะรัฐประหารเผด็จการกองทัพเมียนมาไปไว้ยังบัญชีที่ได้รับการปกป้อง (protected/escrow account) เนื่องจากพวกเขาเกรงว่ารายได้จากการประกอบธุรกิจนี้จะเป็นเงินที่ป้อนเข้าสู่กระเป๋าของกองทัพเมียนมาโดยตรง โดยหนังสือดังกล่าวมีข้อเรียกร้องที่อ้างไปถึง…