เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง แสดงจุดยืน ชูป้าย “ไม่เอาฝายดักตะกอน” พร้อมอ่านแถลงการณ์ – ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมน้ำ – ด้าน ‘สุชาติ’ โพสต์ยุติการสร้างฝายดักตะกอน

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) ณ อาคารคชสาร โรงเรียนองค์การบริการส่วนจังหวัดเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อทบทวนและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ หลังจัดเวทีลักษณะเดียวกันวานนี้ (10 พ.ย.) ณ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ก่อนการประชุมดังกล่าวจะเริ่มขึ้น ตัวแทนภาคประชาชนในจังหวัดเชียงรายในนามเครือข่ายประชาชนปกแ้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้ร่วมกันแสดงจุดยืนด้วยการชูป้ายที่มีข้อความว่า “ไม่เอาฝาย” “ยกเลิก MOU USA” “เราต้องการน้ำสะอาด ไม่ใช่ฝาย” พร้อมกันนี้ยังได้อ่านแถลงการณ์นะบุข้อความให้มีการหยุดเหมืองที่ต้นทาง ไม่เอาฝายดักตะกอน และให้มีการยกเลิก MOU แร่สำคัญที่ทำกับสหรัฐอเมริกาที่เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาที่ประเทศมาเลเซีย จากนั้นตัวแทนภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำโดยมี โอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับและลงนามในหนังสือ

ต่อมาในเวทีการประชุม โอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำได้กล่าวเปิดการประชุมโดยระบุว่าเวทีวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนเป็นหลักว่าอยากให้ทำอะไร หากอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานก็จะลงมือทำให้ทันที และหากไม่ได้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบก็จะประสานต่อไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

รองอธิบดีกล่าวว่าหากเวทีวันนี้ประชาชนยืนยันไม่เอาฝายดักตะกอนก็จะไม่เดินหน้าต่อ กรมทรัพยากรน้ำเน้นเรื่องการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เน้นเรื่องการก่อสร้าง

เรายืนยันว่าเราจะยุติการสร้างฝายดักตะกอน จะไม่มีการสร้างฝายในขณะนี้ เพราะชาวบ้านในพื้นที่โดยเฉพาะท่าตอนเรียกร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เอา จริง ๆ แล้วประเด็นการสร้างฝายนี้ต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดก่อน เราไม่ได้เป็นศัตรูกับชาวบ้าน เราพร้อมมาช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ และยินดีรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากชุมชน อีกทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองก็ยืนยันชัดเจนว่าหากชาวบ้านไม่ต้องการก็จะไม่มีการสร้างฝาย

รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำสรุปว่าวันนี้เป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นเป็นหลักว่าอยากให้เราทำอย่างไร แก้ปัญหาในส่วนไหน หากอยู่ในอำนาจหน้าที่ก็จะทำเต็มที่ เช่น การจัดหาแหล่งน้ำทดแทนซึ่งทางหน่วยงานกำลังดำเนินการ

ในขณะเดียวกัน สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้โพสต์ข้อความบนบัญชีเฟซบุ๊กระบุว่า…

“รัฐบาลยุติสร้างฝายดักตะกอนแม่น้ำกก ยึดเสียงประชาชนเป็นหลัก

กรมทรัพยากรน้ำสรุปผลรับฟังความคิดเห็นประชาชนกว่า 400 คน ที่อ.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ ข้อยุติชัด “ไม่สร้างฝายดักตะกอน” ตามนโยบาย “สุชาติ” รองนายกฯ และ รมว.ทส. ที่ย้ำ ว่า“รัฐบาลจะทำตามความต้องการของประชาชนเป็นหลัก”

โดยจะมีมาตรการแก้ปัญหา ได้แก่ 1) จัดหาแหล่งน้ำสะอาดสำรอง 2) ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำและกล้อง CCTV 3) ตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เผยแพร่ข้อมูลโปร่งใส 4) เจรจาประเทศต้นน้ำ บำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงแม่น้ำกก

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า “สัปดาห์นี้ ผมได้สั่งการให้ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน เพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการเต็มรูปแบบโดยยึดนโยบาย นายกฯ อนุทิน “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” คำนึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต เพื่อการพัฒนายั่งยืน

อนึ่ง เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุดังต่อไปนี้

“แถลงการณ์จุดยืนของประชาชน”

หยุดเหมือง ไม่เอาฝาย ยกเลิก MOU ฟื้นฟูแม่น้ำ ฟื้นฟูชีวิต

ข้อเรียกร้องเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการพังทลายในแม่น้ำ : ปกป้องชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของ แม่น้ำกก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญต่อเสถียรภาพชีวิตประชาชนในจังหวัดเชียงราย ได้ประสบกับปัญหาการบุบผันสาธารณะอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารหนูที่มีปริมาณเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัย เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสิ่งชีวิต ระบบนิเวศในแหล่งน้ำ และศักยภาพสูงสุดคือ ส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสายนี้

ปัจจุบัน การแจ้งเตือนให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในแม่น้ำกก เนื่องจากเป็นอันตรายได้สร้างความหวาดกลัวและความวิตกกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มชาวบ้านและประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำกก สาย รวก โขง และบริเวณใกล้เคียงในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนและปกป้องสิทธิในการมีชีวิตและสุขภาพที่ดีของชุมชน จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้ดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้

1. เร่งร่างหยุดเหมืองพุยฝ้ายในประเทศพม่า ให้รัฐบาลใช้ความสามารถกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเจรจาหรือดำเนินการกับประเทศต้นทาง เพื่อหามาตรการที่เด็ดขาดในการปิดเหมืองหรือยุติแสวงกำไรผิดกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

2. ยุติโครงการ ฝายและม่านดักตะกอน ไม่แก้ปัญหาแต่กลับจะสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ และไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของชาวบ้าน

3. ยกเลิก MOU แร่แร่ริเวอร์เบสหรือซุ่มเร่งก ที่จะเพิ่มปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำและปัญหาด้านอื่นๆที่จะตามมาอีกหลายด้าน

4. ฟื้นฟูแม่น้ำ ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน ฟื้นฟูการเกษตร และสิ่งแวดล้อมของแต่ละชุมชนในแม่น้ำกก สาย รวก โขง อย่างครอบคลุมและโปร่งใส รวมถึงจัดหาและจัดสรรแหล่งน้ำสะอาดใหม่ เพื่อการอุปโภคบริโภค

5. ฟื้นฟูชีวิต ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและเฝ้าระวังสารพิษในร่างกายมนุษย์ ชดเชยผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มชาวบ้านที่บ้านเรือนเสียหาย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการที่พัก รีสอร์ท ชาวบ้านอาชีพประมงท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง

ดังนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องข้างต้นด้วยความเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก สาย รวก โขง และเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรแม่น้ำที่สะอาดปลอดภัยเพื่อมีสุขภาพที่ดีดังเดิม

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการโดยเร็วที่สุด

เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง

11 พฤศจิกายน 2568

ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย”