Category: Dams

  • JOINT SUBMISSION OF THE INTERNATIONAL COMMISSION OF JURISTS, THE EXTRA –TERRITORIAL OBLIGATION WATCH COALITION AND LAND WATCH THAI FOR THEPREPARATION BY THE COMMITTEE ON ECONOMIC, SOCIAL AND CULTURAL RIGHTS OFA LIST OF ISSUES FOR THE EXAMINATION OF LAO PEOPLE’S DEMOCRATIC REPUBLIC’SINITIAL REPORT UNDER THE INTERNATIONAL COVENANT ON ECONOMIC, SOCIAL ANDCULTURAL RIGHTS
  • “กสม. ตรวจสอบข้อกังวลเขื่อนสานะคาม หลัง ETOs Watch ร้องเรียน – ด้านชุมชนและหน่วยงานภาครัฐกังวลผลกระทบเพราะเขื่อนอยู่ใกล้ไทยเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตร”

    “กสม. ตรวจสอบข้อกังวลเขื่อนสานะคาม หลัง ETOs Watch ร้องเรียน – ด้านชุมชนและหน่วยงานภาครัฐกังวลผลกระทบเพราะเขื่อนอยู่ใกล้ไทยเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตร”

    กสม. ลงพื้นที่ – สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกรณีเขื่อนสานะคามหลัง ETOs Watch ยื่นเรื่องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความคืบหน้าโครงการ ด้านหน่วยงานและชาวบ้านกังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และเขตแดนระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษา กสม. และเจ้าหน้าที่ กสม. ร่วมกับคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ในฐานะผู้ร้องเรียนได้ลงพื้นที่และประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรแม่น้ำโขงแห่งชาติ (สทนช.) กรมทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมแผนที่ทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมประมง กอ.รมน. พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนจากสามตำบลใน อ.เชียงคาน ตัวแทนหน่วยงานและประชาชนจาก อ.ปากชม และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนสานะคาม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60…

  • สรุปเสวนาเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)”

    สรุปเสวนาเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)”

    รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์ สรุปและเรียบเรียง Hope Space และ ETOs Watch Coalition ถ่ายภาพ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) เวียนมาจัดอีกครั้งเป็นปีที่ 5 โดยปีนี้มีวงสนทนาและงานเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ที่ Hope Space กรุงเทพฯ หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามของการทำงานติดตามและตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ลงทุนในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตลอดช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปี ของคณะทำงานติดตามการลงทุนข้ามพรมแดน (Extra-Territorial Obligations: ETOs Watch) เครือข่ายภาคประชาสังคมที่รวมตัวกันจาก 5 องค์กร [กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly – TMB) องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers…

  • ชวนอ่านหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เล่ม 2”

    ชวนอ่านหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เล่ม 2”

    เข้าสู่ปีที่ 6 แล้วที่ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ Extra – Territorial Obligation Watch Coalition หรือ ETOs Watch Coalition นับตั้งแต่ธันวาคม 2559 ที่ทางเครือข่ายซึ่งเกิดจากการรวมตัวขององค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม จำนวน 5 องค์กร ได้แก่ เสมสิกขาลัย กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง องค์กรแม่น้ำนานาชาติ Earth Rights International (ERI) และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน การจัดทำรายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบต่อชุมชนฉบับนี้ มีขอบเขตเนื้อหาไม่เกินเดือนพฤษภาคม  2566 โดยจะให้ความสำคัญในแง่ของเนื้อหาเกี่ยวกับความคืบหน้าและพัฒนาการของโครงการต่าง ๆ ที่ทางคณะทำงานได้ทำงาน ติดตาม ตรวจสอบ อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเน้นเฉพาะกรณีศึกษาหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลและอาจส่งผลกระทบหรือมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคแม่น้ำโขง หรือเรียกอย่างเข้าใจง่ายคือ กลุ่ม CLMV ทั้งหมด 21 กรณีศึกษา โดยสามารถแบ่งตามประเทศต่าง ๆ 4 ประเทศ ได้ดังต่อไปนี้ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จำนวน 8…

  • ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลังวงเสวนาว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน”

    ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลังวงเสวนาว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน”

    ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลัง workshop ว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน” จัดโดย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ร่วมกับองค์กรพันธมิตรจากกัมพูชาและเมียนมา เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยอัตมาจายา กรุงจาการ์ตา สาธารณัรัฐอินโดนีเซีย Workshop ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมเวทีภาคประชาชนและภาคประชาสังคมอาเซียน หรือ ACSC/APF2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน (คลิกที่ลิ้งก์ด้านล่างและรับชมได้เลย) … We invite you all to watch the recorded video on… “Transboundary Investments: Borderless Impacts and Extraterritorial Obligation and Governance” The workshop was hold by ‘ETOs…

  • 21 โครงการลงทุนไทยข้ามแดนในภูมิภาคแม่น้ำโขง

    21 โครงการลงทุนไทยข้ามแดนในภูมิภาคแม่น้ำโขง

    ปัจจุบัน คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ได้ดำเนินงานร่วมกันมาเข้าสู่ปีที่ 7 มีการดำเนินงานติดตามโครงการลงทุนไทยข้ามพรมแดนในภูมิภาคแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมกันทั้งหมด 21 โครงการ โดยแบ่งเป็น เมียนมา 8 โครงการ ประกอบด้วย ลาว 11 โครงการ ประกอบด้วย กัมพูชา 2 โครงการ ประกอบด้วย เวียดนาม 1 โครงการ ในปัจจุบัน แต่ละโครงการมีสถานภาพการดำเนินงานที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งเป็น 5 ประเภทได้ดังนี้ (1) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและยังดำเนินการอยู่ (ตัวอักษรสีฟ้าในแผนที่) (2) โครงการที่มีการก่อสร้างไปแล้วและเตรียมดำเนินการ (3) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและหยุดชะงักชั่วคราว (4) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและยุติการดำเนินโครงการแล้ว (ตัวอักษรสีแดงในแผนที่) (5) โครงการที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างและดำเนินการ

  • ชวนอ่านรายงาน “ความไม่เป็นธรรมของค่าไฟไทย”

    สฤณี อาชวนันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาองค์ความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด บทความนี้นำเสนอภายใต้โครงการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมในประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำเสนอต่อสาธารณชนให้มีความรู้ความเข้าใจ และช่วยตั้งคำถามถึงความไม่เป็นธรรมของค่าไฟในปัจจุบัน ตามความเหมาะสม บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดเวทีสาธารณะ “ทางออกอยู่ตรงไหน? ค่าไฟไทยในยุคของแพง ค่าแรงถูก” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นต่อประเด็นค่าไฟฟ้า ตลอดจนหารือถึงทางออกในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ในยุคที่เรียกกันติดปากว่า “ของแพง ค่าแรงถูก” ปัญหาหนักอกของคนไทยทั้งประเทศก็คือ สินค้า และบริการที่กำลังขึ้นราคานั้นหลายชนิดไม่ใช่ของหรูหราราคาแพงที่นานๆ เราจะซื้อที แต่เป็นของที่เรา จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ไม่เว้นแม้แต่ “ค่าไฟฟ้า”  สาธารณูปโภคพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในวิถีชีวิตสมัยใหม่   ค่าไฟที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คนไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งคำถามกับการจัดหาพลังงาน  หลายคนนอกจากจะแชร์บิลค่าไฟของตัวเองในโลกออนไลน์แล้ว ยังสงสัยว่าเราต้อง “รับสภาพ” ค่าไฟที่สูงขึ้น อย่างไม่มีทางเลือกอื่นจริงหรือ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ฟังเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน (สำนักงาน กกพ.) หน่วยงานกำกับดูแลภาคพลังงาน กล่าวในงาน Energy Symposium 2022 เมื่อ วันที่ 12 กันยายน 2565…

  • “ทุกปัญหามีทางออก แต่ทางออกเรื่องนี้จะยากหน่อย เพราะเป็นความพยายามหาทางออกของคนตัวเล็กตัวน้อย”

    ต้นฉบับจาก Thai PBS (C – Site Report) https://www.csitereport.com/#!/newsfeed?id=0000014499 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 นิวัติ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ กลุ่มรักษ์เชียงของ ร่วมแลกเปลี่ยน “ทางออกของปัญหาแม่น้ำโขงและภูมิภาคในมือประชาชน” ในงาน (สุด) สัปดาห์แม่โขง-อาเซียน 2563 Mekong – ASEAN Environmental Week (end) 2020 สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และชีวิตที่โยงใยกันในภูมิภาค วันที่ 27 กันยายน 2563 ห้อง Friend of BACC ชั้น 6 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ “ครูตี๋” ได้ชี้ถึงความสำคัญของสร้างองค์กรให้กับภาคประชาชนในการเช้าไปต่อรองในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำซึ่งเป็นเรื่องหนักหนาพอสมควรแต่จำเป็นต้องร่วมมือกัน “จากที่เราฟังกันมาหลายวันมันนานพอสมควร นานจนเราเห็นว่ามันมีผลกระทบต่อคนเล็กคนน้อย ตั้งแต่จีนมาจนถึงเวียดนามปัญหาเหล่านี้เชื่อมโยงกันหมดการพัฒนาไปเบียดบัง ไปยื้อแย่งที่ ดิน-น้ำ-ป่า คนเล็กคนน้อยตายแน่ ทั้ง…

  • ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง

    ต้นฉบับจาก สำนักข่าวประชาไท https://prachatai.com/journal/2020/09/89702 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง เผยผลร้าย  5 ข้อ ผลกระทบข้ามแดนมหาศาล- สวนทางความต้องการไฟฟ้าในประเทศที่ลดฮวบ -เสี่ยงถูกจีนครอบงำลาว 27 ก.ย. 2563 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และผู้แทนเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัวแทนภาคประชาชนเครือข่ายแม่น้ำโขงได้มีการประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงข้อกังวลต่อแนวโน้มการให้เงินกู้ต่อโครงการเขื่อนหลวงพระบาง และปรึกษากับผู้แทนธนาคารต่าง ๆ โดยมีผู้แทนจาก ธปท. และธนาคารพาณิชย์อีก 6 แห่งเข้าร่วม นายนิวัฒน์ กล่าวว่าเครือข่ายฯ และแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ได้นำเสนอเหตุผล 5 ประการ ที่ธนาคารไทยไม่ควรปล่อยกู้ให้แก่โครงการเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งจะกั้นแม่น้ำโขง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป. ลาว)…

  • ทุนไทยใน “เขื่อนลาว” ปชช. แบกค่าไฟ ประโยชน์อยู่ไหน?

    ต้นฉบับจาก voice TV online https://www.voicetv.co.th/read/AKzqhb-YJ?fbclid=IwAR1enGumfmLGuGA-Ae4vCP-lG0O7mBwtOXcPqGHn0c5xrDEQ3akq0CI74-A เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ไทยมีไฟฟ้าล้นเกินเกือบ 40% แต่วางแผนนำเข้าเพิ่ม เอ็นจีโอชี้ประโยชน์ตกอยู่กับนายทุน ผอ.กองนโยบายไฟฟ้าแจงเล็งเห็นปัญหา-กำลังแก้ไข ที่ผ่านมาต้นทุนทั้งหมดคนไทยต้องแบกภาระ ขณะ ปชช.ลาวสูญเสียชีวิต ย้อนกลับไปปี 2562 ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะถูกวิกฤตโรคระบาดแทรกแซงจนพังยับเยิน ตามข้อมูลตรงจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศมีมากถึง 50,932 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการสูงสุดอยู่แค่เพียง 31,377 เมกะวัตต์  ไฟฟ้าล้นเกินระดับ 38% อาจไม่ทำให้คนหยุดคิดถึงผลกระทบที่ตามมา หรือต้องยอมรับความจริงตั้งแต่แรกว่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รับรู้การมีอยู่ของตัวเลขดังกล่าว ทว่าเบื้องหลังที่หลบซ่อนอยู่ในกำลังผลิตไฟฟ้าล้นเกินเต็มไปด้วยผลประโยชน์ของชาติ ที่ไม่ได้ตกอยู่ในมือประชาชนและชีวิตของผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสูญสลาย  ประโยชน์นี้ ‘เพื่อไทย’ หรือ ‘เพื่อใคร’ การมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองเป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรก็ตาม ‘ไพรินทร์ เสาะสาย’ ตัวแทนจากองค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) และ ‘เปรมฤดี ดาวเรือง’ ผู้ประสานงานโปรเจกต์เสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ทำงานใกล้ชิดประเด็นการลงทุนไทยในเขื่อนลาวทั้ง 2 คน ชี้ชัดว่า สัดส่วนพลังงานสำรองที่มากเกินพอดีไม่สร้างประโยชน์กับผู้ใด นอกจาก บริษัทก่อสร้าง…