Category: Dams
-

ชวนอ่านหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เล่ม 2”
เข้าสู่ปีที่ 6 แล้วที่ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ Extra – Territorial Obligation Watch Coalition หรือ ETOs Watch Coalition นับตั้งแต่ธันวาคม 2559 ที่ทางเครือข่ายซึ่งเกิดจากการรวมตัวขององค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม จำนวน 5 องค์กร ได้แก่ เสมสิกขาลัย กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง องค์กรแม่น้ำนานาชาติ Earth Rights International (ERI) และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน การจัดทำรายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบต่อชุมชนฉบับนี้ มีขอบเขตเนื้อหาไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2566 โดยจะให้ความสำคัญในแง่ของเนื้อหาเกี่ยวกับความคืบหน้าและพัฒนาการของโครงการต่าง ๆ ที่ทางคณะทำงานได้ทำงาน ติดตาม ตรวจสอบ อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเน้นเฉพาะกรณีศึกษาหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลและอาจส่งผลกระทบหรือมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคแม่น้ำโขง หรือเรียกอย่างเข้าใจง่ายคือ กลุ่ม CLMV ทั้งหมด 21 กรณีศึกษา โดยสามารถแบ่งตามประเทศต่าง ๆ 4 ประเทศ ได้ดังต่อไปนี้ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จำนวน 8…
-

ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลังวงเสวนาว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน”
ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลัง workshop ว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน” จัดโดย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ร่วมกับองค์กรพันธมิตรจากกัมพูชาและเมียนมา เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยอัตมาจายา กรุงจาการ์ตา สาธารณัรัฐอินโดนีเซีย Workshop ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมเวทีภาคประชาชนและภาคประชาสังคมอาเซียน หรือ ACSC/APF2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน (คลิกที่ลิ้งก์ด้านล่างและรับชมได้เลย) … We invite you all to watch the recorded video on… “Transboundary Investments: Borderless Impacts and Extraterritorial Obligation and Governance” The workshop was hold by ‘ETOs…
-

21 โครงการลงทุนไทยข้ามแดนในภูมิภาคแม่น้ำโขง
ปัจจุบัน คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ได้ดำเนินงานร่วมกันมาเข้าสู่ปีที่ 7 มีการดำเนินงานติดตามโครงการลงทุนไทยข้ามพรมแดนในภูมิภาคแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมกันทั้งหมด 21 โครงการ โดยแบ่งเป็น เมียนมา 8 โครงการ ประกอบด้วย ลาว 11 โครงการ ประกอบด้วย กัมพูชา 2 โครงการ ประกอบด้วย เวียดนาม 1 โครงการ ในปัจจุบัน แต่ละโครงการมีสถานภาพการดำเนินงานที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งเป็น 5 ประเภทได้ดังนี้ (1) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและยังดำเนินการอยู่ (ตัวอักษรสีฟ้าในแผนที่) (2) โครงการที่มีการก่อสร้างไปแล้วและเตรียมดำเนินการ (3) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและหยุดชะงักชั่วคราว (4) โครงการที่ดำเนินการไปแล้วและยุติการดำเนินโครงการแล้ว (ตัวอักษรสีแดงในแผนที่) (5) โครงการที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างและดำเนินการ
-
ชวนอ่านรายงาน “ความไม่เป็นธรรมของค่าไฟไทย”
สฤณี อาชวนันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาองค์ความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด บทความนี้นำเสนอภายใต้โครงการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมในประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำเสนอต่อสาธารณชนให้มีความรู้ความเข้าใจ และช่วยตั้งคำถามถึงความไม่เป็นธรรมของค่าไฟในปัจจุบัน ตามความเหมาะสม บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดเวทีสาธารณะ “ทางออกอยู่ตรงไหน? ค่าไฟไทยในยุคของแพง ค่าแรงถูก” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นต่อประเด็นค่าไฟฟ้า ตลอดจนหารือถึงทางออกในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ในยุคที่เรียกกันติดปากว่า “ของแพง ค่าแรงถูก” ปัญหาหนักอกของคนไทยทั้งประเทศก็คือ สินค้า และบริการที่กำลังขึ้นราคานั้นหลายชนิดไม่ใช่ของหรูหราราคาแพงที่นานๆ เราจะซื้อที แต่เป็นของที่เรา จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ไม่เว้นแม้แต่ “ค่าไฟฟ้า” สาธารณูปโภคพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในวิถีชีวิตสมัยใหม่ ค่าไฟที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คนไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งคำถามกับการจัดหาพลังงาน หลายคนนอกจากจะแชร์บิลค่าไฟของตัวเองในโลกออนไลน์แล้ว ยังสงสัยว่าเราต้อง “รับสภาพ” ค่าไฟที่สูงขึ้น อย่างไม่มีทางเลือกอื่นจริงหรือ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ฟังเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน (สำนักงาน กกพ.) หน่วยงานกำกับดูแลภาคพลังงาน กล่าวในงาน Energy Symposium 2022 เมื่อ วันที่ 12 กันยายน 2565…
-
“ทุกปัญหามีทางออก แต่ทางออกเรื่องนี้จะยากหน่อย เพราะเป็นความพยายามหาทางออกของคนตัวเล็กตัวน้อย”
ต้นฉบับจาก Thai PBS (C – Site Report) https://www.csitereport.com/#!/newsfeed?id=0000014499 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 นิวัติ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ กลุ่มรักษ์เชียงของ ร่วมแลกเปลี่ยน “ทางออกของปัญหาแม่น้ำโขงและภูมิภาคในมือประชาชน” ในงาน (สุด) สัปดาห์แม่โขง-อาเซียน 2563 Mekong – ASEAN Environmental Week (end) 2020 สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และชีวิตที่โยงใยกันในภูมิภาค วันที่ 27 กันยายน 2563 ห้อง Friend of BACC ชั้น 6 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ “ครูตี๋” ได้ชี้ถึงความสำคัญของสร้างองค์กรให้กับภาคประชาชนในการเช้าไปต่อรองในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำซึ่งเป็นเรื่องหนักหนาพอสมควรแต่จำเป็นต้องร่วมมือกัน “จากที่เราฟังกันมาหลายวันมันนานพอสมควร นานจนเราเห็นว่ามันมีผลกระทบต่อคนเล็กคนน้อย ตั้งแต่จีนมาจนถึงเวียดนามปัญหาเหล่านี้เชื่อมโยงกันหมดการพัฒนาไปเบียดบัง ไปยื้อแย่งที่ ดิน-น้ำ-ป่า คนเล็กคนน้อยตายแน่ ทั้ง…
-
ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง
ต้นฉบับจาก สำนักข่าวประชาไท https://prachatai.com/journal/2020/09/89702 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 ภาคประชาชนแม่น้ำโขงให้ข้อมูล ธปท. แจงเหตุไม่ควรปล่อยกู้สร้างเขื่อนหลวงพระบาง เผยผลร้าย 5 ข้อ ผลกระทบข้ามแดนมหาศาล- สวนทางความต้องการไฟฟ้าในประเทศที่ลดฮวบ -เสี่ยงถูกจีนครอบงำลาว 27 ก.ย. 2563 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และผู้แทนเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัวแทนภาคประชาชนเครือข่ายแม่น้ำโขงได้มีการประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงข้อกังวลต่อแนวโน้มการให้เงินกู้ต่อโครงการเขื่อนหลวงพระบาง และปรึกษากับผู้แทนธนาคารต่าง ๆ โดยมีผู้แทนจาก ธปท. และธนาคารพาณิชย์อีก 6 แห่งเข้าร่วม นายนิวัฒน์ กล่าวว่าเครือข่ายฯ และแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ได้นำเสนอเหตุผล 5 ประการ ที่ธนาคารไทยไม่ควรปล่อยกู้ให้แก่โครงการเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งจะกั้นแม่น้ำโขง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป. ลาว)…
-
ทุนไทยใน “เขื่อนลาว” ปชช. แบกค่าไฟ ประโยชน์อยู่ไหน?
ต้นฉบับจาก voice TV online https://www.voicetv.co.th/read/AKzqhb-YJ?fbclid=IwAR1enGumfmLGuGA-Ae4vCP-lG0O7mBwtOXcPqGHn0c5xrDEQ3akq0CI74-A เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ไทยมีไฟฟ้าล้นเกินเกือบ 40% แต่วางแผนนำเข้าเพิ่ม เอ็นจีโอชี้ประโยชน์ตกอยู่กับนายทุน ผอ.กองนโยบายไฟฟ้าแจงเล็งเห็นปัญหา-กำลังแก้ไข ที่ผ่านมาต้นทุนทั้งหมดคนไทยต้องแบกภาระ ขณะ ปชช.ลาวสูญเสียชีวิต ย้อนกลับไปปี 2562 ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะถูกวิกฤตโรคระบาดแทรกแซงจนพังยับเยิน ตามข้อมูลตรงจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศมีมากถึง 50,932 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการสูงสุดอยู่แค่เพียง 31,377 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าล้นเกินระดับ 38% อาจไม่ทำให้คนหยุดคิดถึงผลกระทบที่ตามมา หรือต้องยอมรับความจริงตั้งแต่แรกว่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รับรู้การมีอยู่ของตัวเลขดังกล่าว ทว่าเบื้องหลังที่หลบซ่อนอยู่ในกำลังผลิตไฟฟ้าล้นเกินเต็มไปด้วยผลประโยชน์ของชาติ ที่ไม่ได้ตกอยู่ในมือประชาชนและชีวิตของผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสูญสลาย ประโยชน์นี้ ‘เพื่อไทย’ หรือ ‘เพื่อใคร’ การมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองเป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรก็ตาม ‘ไพรินทร์ เสาะสาย’ ตัวแทนจากองค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) และ ‘เปรมฤดี ดาวเรือง’ ผู้ประสานงานโปรเจกต์เสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ทำงานใกล้ชิดประเด็นการลงทุนไทยในเขื่อนลาวทั้ง 2 คน ชี้ชัดว่า สัดส่วนพลังงานสำรองที่มากเกินพอดีไม่สร้างประโยชน์กับผู้ใด นอกจาก บริษัทก่อสร้าง…
-

จับตา “ฟอกเขียว” เขื่อนโขง MRC ออกไกค์ไลน์ใหม่ป้องกันผลกระทบเขื่อนตลอดอายุโครงการ
ต้นฉบับจาก สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews https://greennews.agency/?p=21900 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกต ชุดแนวทางใหม่ ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในการป้องกันแก้ไขความเสี่ยงผลกระทบจากโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าบนลำน้ำโขง มีหลักการดี แต่ควรมีหลักการเช่นนี้มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว พร้อมแสดงความกังวลว่าจะมีการนำชุดแนวทางนี้ไปปฏิบัติใช้อย่างไร หวั่นอาจถูกนำไปใช้ “ฟอกเขียว” สร้างความชอบธรรมในการผลักดันโครงการเขื่อนแม่น้ำโขงตอนล่าง เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) ได้ออกประกาศ ชุดแนวทางการแก้ปัญหาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (MRC’s Hydropower Mitigation Guidelines) อันจะเป็นชุดข้อเสนอเชิงเทคนิคล่าสุด ที่ตั้งเป้าเป็นเครื่องมือช่วยให้ ผู้พัฒนาโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า บริษัทที่ปรึกษาโครงการ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการป้องกันแก้ไขผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจากเขื่อน ตลอดช่วงระยะเวลาโครงการ ชุดแนวทางดังกล่าว ประกอบด้วยข้อเสนอเชิงเทคนิค 3 ชุด มุ่งเน้นไปยังการแก้ปัญหาความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคำนึงถึง 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อุทกศาสตร์และการไหลของแม่น้ำ, ธรณีสัณฐานและการไหลของตะกอน, คุณภาพน้ำ, การประมง…
-
ระดับน้ำโตนเลสาบต่ำสุดในประวัติศาสตร์สองเดือนติด นักวิจัยห่วง เขื่อนจีนมีเอี่ยว
ต้นฉบับจาก สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews https://greennews.agency/?p=21690 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเผย กรกฎาคมและสิงหาคมนี้ ระดับน้ำโตนเลสาบต่ำสุดในประวัติศาสตร์เข้าขั้น “วิกฤต” เหตุแม่น้ำโขงแห้งเพราะแล้งฝน ด้านนักวิจัยหลากหลายสังกัดคาดเขื่อนจีนมีส่วนเกี่ยว เรียกร้องให้ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลน้ำเพื่อหาทางออกร่วมกัน 19 สิงหาคม พ.ศ.2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC – Mekong River Commission) เปิดเผยรายงานสถานการณ์หน้าฝนลุ่มน้ำโขงตอนล่างรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 11 – 17 สิงหาคม พบว่า แม้ปัจจุบัน ฝนจะตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงและลำน้ำประกอบทยอยเพิ่มสูงขึ้น ทว่าสถานการณ์น้ำในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างยังน่ากังวล ระดับน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสะสมแทบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลสาบน้ำจืด “โตนเลสาบ” ประเทศกัมพูชา มีระดับน้ำต่ำขั้นวิกฤต น้อยที่สุดตั้งแต่เก็บข้อมูลมาในรอบ 20 ปี โดยปกติแล้ว เมื่อถึงกลางเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นฤดูฝน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะสูงขึ้น ทำให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่โตนเลสาบ เติมน้ำให้กับทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้จนขนาดขยายกว้างกว่า 6 เท่า เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของปลาและนกน้ำหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวเผยว่า ช่วงกรกฎาคมและสิงหาคมปีนี้ โตนเลสาบมีปริมาณน้ำน้อยที่สุดที่เคยพบมา…
-

อดีต กสม. แนะ กสม.ต้องคำนึงสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ
นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะหลังทราบมติ กสม. กรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก —————————- จากกรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก จนเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่หลวงแก่ประชาชนลาวในพื้นที่เขื่อน และผลกระทบยังกระจายเป็นวงกว้างไปถึงประชาชนในกัมพูชาด้วย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน จึงยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติให้ตรวจสอบ จนในที่สุดคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีมติ ยุติการตรวจสอบ พร้อมชี้แจงว่า การที่โครงการอยู่ในพื้นที่ สปป.ลาว ทําให้การตรวจสอบและกํากับดูแล ผลกระทบจากการดําเนินโครงการย่อมอยู่ภายใต้อํานาจและหน้าที่ของ สปป.ลาว คณะกรรมการสิทธิ์ มนุษยชนแห่งชาติจึงไม่อาจดําเนินการตรวจสอบการกระทําหรือการละเลยการกระทําของผู้ถูกร้อง อันอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใน สปป.ลาว ได้ และเห็นควรยุติการตรวจสอบ ดังกล่าว นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ จึงได้ให้ความเห็นต่อ รายงานตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิ กรณีเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ครั้งนี้ว่า “ถือว่าเป็นความไม่เข้าใจภารกิจที่ถูกต้องของคณะกรรมการสิทธิฯ เพราะคณะกรรมการสิทธิ์ มีหน้าที่หลักคือการไปตรวจสอบการละเมิดสิทธิของมนุษยชน มันต้องเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบ แล้วจะไปเสนอแนะได้อย่างไร จะละเลยหน้าที่นี้ไม่ได้ หากจะทำข้อเสนอแนะต้องเสนอมีข้อเสนอแนะทางนโยบายและกฎหมายในการตรวจสอบให้ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเขา (กสม.) ยังไม่เข้าใจเรื่องพันธกรณีต่าง ๆ ที่ประเทศไทยได้ไปเซ็นสัญญาทั้งระดับสากลและและสถาบันเอาเซียน พันธนกรณีได้ตราไว้ชัดเจนว่า หากประเทศไทยได้ไปเซ็นสัญญากับประเทศอื่นไว้ และมีการลงปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนไว้แล้ว เราต้องมาดูว่ามีการอำนาจการตรวจสอบได้มากน้อยแค่ไหน และสิทธิของประชาชนมีปัญหาอะไรและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ไม่ใช่ยุติการตรวจสอบในประเทศอื่น ๆ เพียงแค่กังวลว่าจะไปก้าวก่ายกรณีของการเมือง เพราะเราไม่ได้ไปตรวจสอบรัฐบาลของแต่ละประเทศ แต่ไปลงทุนตรวจสอบการลงทุนของบริษัทไทย เป็นผลของการทำของธุรกิจไทยและธนาคารไทยไปลงทุนปล่อยกู้ ซึ่งเข้าหลักของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่ว่าด้วยการคุ้มครองและรับผิดชอบและต้องไปชดเชยเยียวยา กระบวนการตรวจสอบไม่ใช่ไปแทรกแซง การทำงานของรัฐบาลนั้น นอกจากไม่แทรกแซงแล้ว…