Category: news
-

ครอบครัวเกาะกงยุติข้อพิพาทเรื่องที่ดินระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทน้ำตาลในสหราชอาณาจักร
*บทความแปลจาก https://cambojanews.com/koh-kong-families-settle-years-long-land-dispute-involving-u-k-sugar-conglomerate/ ซึ่งเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566* ชาวบ้านกัมพูชากว่า 200 ครอบครัว ในจังหวัดเกาะกง ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสัมปทานที่ดินและจัดตั้งโรงงานน้ำตาลในกรณีความขัดแย้งในที่ดินที่ถูกกล่าวหาว่าถูกขโมยโดยผู้ผลิตน้ำตาลในปี 2549 ในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงในปลายปี 2565 องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศอย่าง กัมพูชาที่เป็นธรรม (Equitable Cambodia) ออกแถลงการณ์ประกาศข้อตกลงที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ “ผู้มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน” ที่ไม่เปิดเผยรายชื่อบางรายได้ทำข้อตกลงร่วมกับครอบครัวและผู้เรียกร้องสิทธิแรงงานเด็ก 71 ราย ในขณะที่ “ผู้มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน” เฉพาะเจาะจงที่ยุติข้อพิพาทยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ หลังจากการยุติคดีฟ้องร้องโดยครอบครัวต่อผู้ผลิตน้ำตาล Tate & Lyle ในสหราชอาณาจักรก็ถูกถอนออก คดีดังกล่าวมีความโดดเด่นตรงที่เป็นการฟ้องร้องบริษัทผู้ซื้อสินค้าในสหราชอาณาจักร แทนที่จะเป็นตัวแทนส่งออกผลผลิตน้ำตาล หรือ supplier ซึ่งเป็นบริษัทน้ำตาลที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่างกลุ่มบริษัทน้ำตาลขอนแก่น “KSL” ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจากชุมชนว่าขโมยที่ดิน กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้เน้นย้ำถึงการละเมิดที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนทั่วโลก โดยที่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่สามารถจ้างงานภายนอกให้กับบริษัทอื่นๆ และกระจายความรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน “ในการให้ข้อมตินี้ ในที่สุดผู้มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานได้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบในระดับหนึ่งสำหรับการมีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงเหล่านี้” คำแถลงดังกล่าวระบุ “บ่อยครั้งที่การจัดการขององค์กรที่ซับซ้อนทำให้บริษัทต่างๆ หลีกเลี่ยงการรับผิดชอบต่อการละเมิด” สมาชิกในชุมชนที่พูดคุยกับ CamboJA มีการตอบสนองที่หลากหลายต่อข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากพวกเขาได้รับค่าชดเชย แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนเงินทั้งหมดสำหรับการสูญเสียที่ถูกกล่าวหา “เรายินดีที่ได้ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และเพื่อยุติปัญหาที่สำคัญและยาวนานนี้” โฆษกของ…
-

-

“ชาวพม่าในไทยเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก – อ่านแถลงการณ์ – ชูป้าย #DoMoreSingapore หน้าสถานทูตสิงคโปร์ เรียกร้องปิดกั้นไม่ให้เผด็จการพม่าเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาวุธ และเชื้อเพลิงเครื่องบิน”
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00 น. บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ตัวแทนประชาชนพม่าในไทยราว 10 ราย ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสถานทูตในฐานะตัวแทนของประเทศสิงคโปร์ในไทยเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเงินทุน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และเชื้อเพลิงเครื่องบินของคณะเผด็จการทหารพม่า พร้อมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชูป้ายกระดาษเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์เร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้อง โดยมีข้อความ เช่น “Singapore stop selling arms to Myanmar junta for killing our children”, Singapore…clean or blood money, และ “Do More Singapore for Myanmar” เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดข้อมูลความสูเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพม่าหลังการรัฐประหาร จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวมีผู้ลงนามสนับสนุนต่อข้อเรียกร้องกว่า 27,700 คน และมีองค์กรภาคประชาสังคมจากทั้งในเมียนมา ไทย และที่อื่น ๆ ทั่วโลกอีกกว่า 430 แห่ง ได้ลงนามรับรองจดหมายดังกล่าวด้วย นอกจากการเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกแล้ว ทางตัวแทนชาวพม่ายังได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์บริเวณด้านหน้าสถานทูตโดยมีเนื้อความในแถลงการณ์ระบุให้รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเงินทุน…
-

ทบทวน NAP1 เดินหน้า NAP2: การขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในไทยจะไปข้างหน้าอย่างไร
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนและองค์กรพันธมิตร ได้แก่ องค์กรแม่น้ำนานาขาติ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง เสมสิกขาลัย EarthRights International คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบข้ามพรมแดน และ Forum Asia ได้ร่วมกันจัดงานเวทีสาธารณะ “สถานการณ์ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน แผนปฏิบัติการชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะสอง: “ก้าวไปข้างหน้า” ขึ้น ณ โรงแรมไมด้า ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ก่อตั้งและทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่างานเสวนาในครั้งนี้เป็นผลมาจากการจัดเวทีระดมความคิดการทบทวนและติดตามของภาคประชาชนทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศต่อการนำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562 – 2565) หรือ NAP1 ไปใช้ จนไปถึงการสร้างข้อเสนอแนะต่อแผนปฏิบัติการระดับชาติฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) หรือ NAP2 พิชมณฑ์ เอี่ยวพานทอง ผู้แทนจากคณะทำงานว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่าหลังจากที่ไทยมีแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP) ฉบับแรก…
-

“กสม. ตรวจสอบข้อกังวลเขื่อนสานะคาม หลัง ETOs Watch ร้องเรียน – ด้านชุมชนและหน่วยงานภาครัฐกังวลผลกระทบเพราะเขื่อนอยู่ใกล้ไทยเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตร”
กสม. ลงพื้นที่ – สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกรณีเขื่อนสานะคามหลัง ETOs Watch ยื่นเรื่องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความคืบหน้าโครงการ ด้านหน่วยงานและชาวบ้านกังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และเขตแดนระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษา กสม. และเจ้าหน้าที่ กสม. ร่วมกับคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ในฐานะผู้ร้องเรียนได้ลงพื้นที่และประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรแม่น้ำโขงแห่งชาติ (สทนช.) กรมทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมแผนที่ทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมประมง กอ.รมน. พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนจากสามตำบลใน อ.เชียงคาน ตัวแทนหน่วยงานและประชาชนจาก อ.ปากชม และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนสานะคาม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60…
-

สรุปเสวนาเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)”
รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์ สรุปและเรียบเรียง Hope Space และ ETOs Watch Coalition ถ่ายภาพ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) เวียนมาจัดอีกครั้งเป็นปีที่ 5 โดยปีนี้มีวงสนทนาและงานเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ที่ Hope Space กรุงเทพฯ หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามของการทำงานติดตามและตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ลงทุนในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตลอดช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปี ของคณะทำงานติดตามการลงทุนข้ามพรมแดน (Extra-Territorial Obligations: ETOs Watch) เครือข่ายภาคประชาสังคมที่รวมตัวกันจาก 5 องค์กร [กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly – TMB) องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers…
-

ชวนอ่านหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เล่ม 2”
เข้าสู่ปีที่ 6 แล้วที่ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ Extra – Territorial Obligation Watch Coalition หรือ ETOs Watch Coalition นับตั้งแต่ธันวาคม 2559 ที่ทางเครือข่ายซึ่งเกิดจากการรวมตัวขององค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม จำนวน 5 องค์กร ได้แก่ เสมสิกขาลัย กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง องค์กรแม่น้ำนานาชาติ Earth Rights International (ERI) และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน การจัดทำรายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบต่อชุมชนฉบับนี้ มีขอบเขตเนื้อหาไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2566 โดยจะให้ความสำคัญในแง่ของเนื้อหาเกี่ยวกับความคืบหน้าและพัฒนาการของโครงการต่าง ๆ ที่ทางคณะทำงานได้ทำงาน ติดตาม ตรวจสอบ อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเน้นเฉพาะกรณีศึกษาหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลและอาจส่งผลกระทบหรือมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคแม่น้ำโขง หรือเรียกอย่างเข้าใจง่ายคือ กลุ่ม CLMV ทั้งหมด 21 กรณีศึกษา โดยสามารถแบ่งตามประเทศต่าง ๆ 4 ประเทศ ได้ดังต่อไปนี้ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จำนวน 8…
-

กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดตัวแผน NAP 2 – ด้านภาคประชาชนและทนายสิทธิแนะรัฐและเอกชนจัดตั้งกลไกผลักดันธุรกิจและสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในและข้ามพรมแดน ย้ำอย่ามองประชาชนก่อความวุ่นวาย
ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร เรียบเรียง “กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดตัวแผน NAP 2 – ด้านภาคประชาชนและทนายสิทธิแนะรัฐและเอกชนจัดตั้งกลไกผลักดันธุรกิจและสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในและข้ามพรมแดน ย้ำอย่ามองประชาชนก่อความวุ่นวาย” เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2566 ณ The Portal Ballroom อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพในงานเปิดตัวและประกาศใช้ “แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570)” มีผู้เข้าร่วมราว 400 คน ทั้งภาครัฐ องค์การมหาชน คณะทูตานุทูต ตัวแทนองค์การระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม ประเทศไทยได้มีการนำหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) มาใช้ตั้งแต่ปี 2559 โดย UNGP มีหลักการสามเสาหลัก ได้แก่ คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา ซึ่งที่ผ่านมาหลังจากที่ได้มีการรับหลักการดังกล่าวแล้วประเทศไทยได้มีการขับเคลื่อนจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน…
-

ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลังวงเสวนาว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน”
ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลัง workshop ว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน” จัดโดย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ร่วมกับองค์กรพันธมิตรจากกัมพูชาและเมียนมา เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยอัตมาจายา กรุงจาการ์ตา สาธารณัรัฐอินโดนีเซีย Workshop ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมเวทีภาคประชาชนและภาคประชาสังคมอาเซียน หรือ ACSC/APF2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน (คลิกที่ลิ้งก์ด้านล่างและรับชมได้เลย) … We invite you all to watch the recorded video on… “Transboundary Investments: Borderless Impacts and Extraterritorial Obligation and Governance” The workshop was hold by ‘ETOs…
-
“ครม. ไฟเขียวแผน NAP ระยะ 2 อนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ต้อนรับรัฐบาลใหม่ – เน้นย้ำบทบาทไทยในฐานะผู้นำภูมิภาคในการขับเคลื่อนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน”
ต้นฉบับจาก https://www.moj.go.th/view/86648?fbclid=IwAR2M3UkZqUlI24yz9o-mMxHYTOaIddSVaHKvXsWmfM_0JpZzoa1ScXeaa9M เว็บไซต์กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม รายงานเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ และในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 2 อย่างเป็นรูปธรรม โดย “แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) เป็นกรอบนโยบายของรัฐ จัดทำขึ้นด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยพัฒนาต่อยอดมาจากแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562-2565) บนพื้นฐานของการนำหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs) ซึ่งประกอบด้วย 3…