Category: NHRC

  • กสม. ตรวจสอบเขื่อนภูงอย – เปิดเวทีสาธารณะ คนอุบลฯ ประสานเสียงหวั่นน้ำเติมน้ำท่วมเมือง เสี่ยงเสียดินแดน วิถีชีวิตถูกทำลาย

    กสม. ตรวจสอบเขื่อนภูงอย – เปิดเวทีสาธารณะ คนอุบลฯ ประสานเสียงหวั่นน้ำเติมน้ำท่วมเมือง เสี่ยงเสียดินแดน วิถีชีวิตถูกทำลาย

    “กสม. ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบที่คาดว่าจะได้รับจากเขื่อนภูงอย พร้อมเปิดเวทีรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นจากหลายฝ่าย – คนอุบลฯ หวั่นวิกฤตน้ำท่วมเมือง สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ เสี่ยงเสียดินแดน “ เมื่อวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2567 นางสาวศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยที่ปรึกษา พยานผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชนจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำภูงอย  ซึ่งเครือข่ายประชาชนและภาคประชาสังคมในจังหวัดอุบลราชธานีได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง กสม. ให้ดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากห่วงผลกระทบในด้านต่าง ๆ เช่น ระบบนิเวศแม่น้ำโขง การประมง น้ำเท้อย้อนกลับเข้าสู่แม่น้ำมูลในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมยาวนาน และส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของประชาชน โดยในวันแรกของการลงพื้นที่ตรวจสอบ (16 พ.ค. 2567) กสม. ลงพื้นที่ไปยังจุดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 7 จุด ได้แก่ 1) จุดบรรจบแม่น้ำชี-แม่น้ำมูล บ้านวังยาง อ.วารินชำราบ 2) รับฟังการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ณ สำนักงานชลประทานที่ 7 และลงพื้นที่สถานีวัดน้ำ M.7 สะพานเสรีประชาธิปไตย…

  • ทบทวน NAP1 เดินหน้า NAP2: การขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในไทยจะไปข้างหน้าอย่างไร

    ทบทวน NAP1 เดินหน้า NAP2: การขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในไทยจะไปข้างหน้าอย่างไร

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนและองค์กรพันธมิตร ได้แก่ องค์กรแม่น้ำนานาขาติ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง เสมสิกขาลัย EarthRights International คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบข้ามพรมแดน และ Forum Asia ได้ร่วมกันจัดงานเวทีสาธารณะ “สถานการณ์ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน แผนปฏิบัติการชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะสอง: “ก้าวไปข้างหน้า” ขึ้น  ณ โรงแรมไมด้า ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ก่อตั้งและทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่างานเสวนาในครั้งนี้เป็นผลมาจากการจัดเวทีระดมความคิดการทบทวนและติดตามของภาคประชาชนทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศต่อการนำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562 – 2565) หรือ NAP1 ไปใช้ จนไปถึงการสร้างข้อเสนอแนะต่อแผนปฏิบัติการระดับชาติฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) หรือ NAP2 พิชมณฑ์ เอี่ยวพานทอง ผู้แทนจากคณะทำงานว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่าหลังจากที่ไทยมีแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP) ฉบับแรก…

  • “กสม. ตรวจสอบข้อกังวลเขื่อนสานะคาม หลัง ETOs Watch ร้องเรียน – ด้านชุมชนและหน่วยงานภาครัฐกังวลผลกระทบเพราะเขื่อนอยู่ใกล้ไทยเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตร”

    “กสม. ตรวจสอบข้อกังวลเขื่อนสานะคาม หลัง ETOs Watch ร้องเรียน – ด้านชุมชนและหน่วยงานภาครัฐกังวลผลกระทบเพราะเขื่อนอยู่ใกล้ไทยเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตร”

    กสม. ลงพื้นที่ – สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกรณีเขื่อนสานะคามหลัง ETOs Watch ยื่นเรื่องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความคืบหน้าโครงการ ด้านหน่วยงานและชาวบ้านกังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และเขตแดนระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษา กสม. และเจ้าหน้าที่ กสม. ร่วมกับคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ในฐานะผู้ร้องเรียนได้ลงพื้นที่และประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรแม่น้ำโขงแห่งชาติ (สทนช.) กรมทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมแผนที่ทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมประมง กอ.รมน. พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนจากสามตำบลใน อ.เชียงคาน ตัวแทนหน่วยงานและประชาชนจาก อ.ปากชม และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนสานะคาม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60…

  • สรุปเสวนาเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)”

    สรุปเสวนาเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)”

    รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์ สรุปและเรียบเรียง Hope Space และ ETOs Watch Coalition ถ่ายภาพ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) เวียนมาจัดอีกครั้งเป็นปีที่ 5 โดยปีนี้มีวงสนทนาและงานเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ที่ Hope Space กรุงเทพฯ หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามของการทำงานติดตามและตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ลงทุนในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตลอดช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปี ของคณะทำงานติดตามการลงทุนข้ามพรมแดน (Extra-Territorial Obligations: ETOs Watch) เครือข่ายภาคประชาสังคมที่รวมตัวกันจาก 5 องค์กร [กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly – TMB) องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers…

  • ชวนอ่านหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เล่ม 2”

    ชวนอ่านหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เล่ม 2”

    เข้าสู่ปีที่ 6 แล้วที่ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ Extra – Territorial Obligation Watch Coalition หรือ ETOs Watch Coalition นับตั้งแต่ธันวาคม 2559 ที่ทางเครือข่ายซึ่งเกิดจากการรวมตัวขององค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม จำนวน 5 องค์กร ได้แก่ เสมสิกขาลัย กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง องค์กรแม่น้ำนานาชาติ Earth Rights International (ERI) และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน การจัดทำรายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบต่อชุมชนฉบับนี้ มีขอบเขตเนื้อหาไม่เกินเดือนพฤษภาคม  2566 โดยจะให้ความสำคัญในแง่ของเนื้อหาเกี่ยวกับความคืบหน้าและพัฒนาการของโครงการต่าง ๆ ที่ทางคณะทำงานได้ทำงาน ติดตาม ตรวจสอบ อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเน้นเฉพาะกรณีศึกษาหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลและอาจส่งผลกระทบหรือมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคแม่น้ำโขง หรือเรียกอย่างเข้าใจง่ายคือ กลุ่ม CLMV ทั้งหมด 21 กรณีศึกษา โดยสามารถแบ่งตามประเทศต่าง ๆ 4 ประเทศ ได้ดังต่อไปนี้ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จำนวน 8…

  • ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลังวงเสวนาว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน”

    ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลังวงเสวนาว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน”

    ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลัง workshop ว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน” จัดโดย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ร่วมกับองค์กรพันธมิตรจากกัมพูชาและเมียนมา เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยอัตมาจายา กรุงจาการ์ตา สาธารณัรัฐอินโดนีเซีย Workshop ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมเวทีภาคประชาชนและภาคประชาสังคมอาเซียน หรือ ACSC/APF2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน (คลิกที่ลิ้งก์ด้านล่างและรับชมได้เลย) … We invite you all to watch the recorded video on… “Transboundary Investments: Borderless Impacts and Extraterritorial Obligation and Governance” The workshop was hold by ‘ETOs…

  • กสม. มีมติไม่รับเรื่อง เนื่องจากผู้ได้รับผลกระทบไม่ใช่คนไทย จากกรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบธุรกิจไทยในเมียนมาหลังการรัฐประหาร
  • อดีต กสม. แนะ กสม.ต้องคำนึงสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ

    อดีต กสม. แนะ กสม.ต้องคำนึงสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ

    นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะหลังทราบมติ กสม. กรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก   —————————-             จากกรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก จนเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่หลวงแก่ประชาชนลาวในพื้นที่เขื่อน และผลกระทบยังกระจายเป็นวงกว้างไปถึงประชาชนในกัมพูชาด้วย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน จึงยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติให้ตรวจสอบ จนในที่สุดคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีมติ ยุติการตรวจสอบ พร้อมชี้แจงว่า การที่โครงการอยู่ในพื้นที่ สปป.ลาว ทําให้การตรวจสอบและกํากับดูแล ผลกระทบจากการดําเนินโครงการย่อมอยู่ภายใต้อํานาจและหน้าที่ของ สปป.ลาว คณะกรรมการสิทธิ์ มนุษยชนแห่งชาติจึงไม่อาจดําเนินการตรวจสอบการกระทําหรือการละเลยการกระทําของผู้ถูกร้อง อันอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใน สปป.ลาว ได้ และเห็นควรยุติการตรวจสอบ ดังกล่าว นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ จึงได้ให้ความเห็นต่อ รายงานตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิ กรณีเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ครั้งนี้ว่า “ถือว่าเป็นความไม่เข้าใจภารกิจที่ถูกต้องของคณะกรรมการสิทธิฯ เพราะคณะกรรมการสิทธิ์ มีหน้าที่หลักคือการไปตรวจสอบการละเมิดสิทธิของมนุษยชน  มันต้องเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบ แล้วจะไปเสนอแนะได้อย่างไร จะละเลยหน้าที่นี้ไม่ได้  หากจะทำข้อเสนอแนะต้องเสนอมีข้อเสนอแนะทางนโยบายและกฎหมายในการตรวจสอบให้ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน  ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเขา (กสม.) ยังไม่เข้าใจเรื่องพันธกรณีต่าง ๆ ที่ประเทศไทยได้ไปเซ็นสัญญาทั้งระดับสากลและและสถาบันเอาเซียน พันธนกรณีได้ตราไว้ชัดเจนว่า หากประเทศไทยได้ไปเซ็นสัญญากับประเทศอื่นไว้ และมีการลงปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนไว้แล้ว  เราต้องมาดูว่ามีการอำนาจการตรวจสอบได้มากน้อยแค่ไหน และสิทธิของประชาชนมีปัญหาอะไรและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างไร   ไม่ใช่ยุติการตรวจสอบในประเทศอื่น ๆ เพียงแค่กังวลว่าจะไปก้าวก่ายกรณีของการเมือง เพราะเราไม่ได้ไปตรวจสอบรัฐบาลของแต่ละประเทศ แต่ไปลงทุนตรวจสอบการลงทุนของบริษัทไทย เป็นผลของการทำของธุรกิจไทยและธนาคารไทยไปลงทุนปล่อยกู้ ซึ่งเข้าหลักของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่ว่าด้วยการคุ้มครองและรับผิดชอบและต้องไปชดเชยเยียวยา กระบวนการตรวจสอบไม่ใช่ไปแทรกแซง การทำงานของรัฐบาลนั้น นอกจากไม่แทรกแซงแล้ว…

  • กสม.แจง การตรวจสอบเขื่อนลาวแตกอยู่นอกอำนาจรับผิดชอบ

    กสม.แจง การตรวจสอบเขื่อนลาวแตกอยู่นอกอำนาจรับผิดชอบ

    จากกรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสปป.ลาว ได้เกิดเหตุการณ์เขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ หรือ Saddle Dam D ซึ่งเป็นเขื่อนดิน กว้าง 8 เมตร ยาว 770 เมตร สูง 16 เมตร ได้ทรุดตัวและพังทลาย ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อยกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเซเปียน ไปจนถึงชุมชนบริเวณแม่น้ำเซกอง ในกัมพูชา เพียงแค่เฉพาะในลาว พบว่ายอดผู้ได้รับผลกระทบจากตัวเลขทางการของรัฐ จนถึงเดือน ตุลาคม 2561 เป็นระยะเวลา 4 เดือนนับแต่เกิดเหตุ  ยอดผู้เสียชีวิต 43 ศพ เป็นเด็กต่ำกว่าอายุ 10 ปี 15 ศพ เป็นผู้หญิง 19 ศพ และยังสูญหาย 28 คน   มีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ทั้งหมด 19 หมู่บ้าน จำนวน…

  • เปิดรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อยแตก

    เปิดรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อยแตก

    3 สิงหาคม 2563 หลังจากที่ตัวแทนคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากกรณีเหตุการณ์พังทลายของเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย ในแขวงอัตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ทำให้เกิดน้ำท้วมเฉียบพลันในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 6,000 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และมีผู้เสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 หลังจากผ่านไปเกือบสองปี ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ออกรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีดังกล่าว มีมติให้ยุติเรื่องการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณนี้เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าเซเปียน – เซน้ำน้อยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ จึงไม่อาจดำเนินการตรวจสอบการกระทำหรือการละเลยการกระทำของผู้ถูกร้องคือ คือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อันอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว ตามคำร้องของทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดนได้ ดังนั้น กรณีนี้จึงไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของและอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา…