Category: UNGP and NAP
-

สรุปเสวนาเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)”
รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์ สรุปและเรียบเรียง Hope Space และ ETOs Watch Coalition ถ่ายภาพ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) เวียนมาจัดอีกครั้งเป็นปีที่ 5 โดยปีนี้มีวงสนทนาและงานเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ที่ Hope Space กรุงเทพฯ หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามของการทำงานติดตามและตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ลงทุนในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตลอดช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปี ของคณะทำงานติดตามการลงทุนข้ามพรมแดน (Extra-Territorial Obligations: ETOs Watch) เครือข่ายภาคประชาสังคมที่รวมตัวกันจาก 5 องค์กร [กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly – TMB) องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers…
-

ชวนอ่านหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เล่ม 2”
เข้าสู่ปีที่ 6 แล้วที่ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ Extra – Territorial Obligation Watch Coalition หรือ ETOs Watch Coalition นับตั้งแต่ธันวาคม 2559 ที่ทางเครือข่ายซึ่งเกิดจากการรวมตัวขององค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม จำนวน 5 องค์กร ได้แก่ เสมสิกขาลัย กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง องค์กรแม่น้ำนานาชาติ Earth Rights International (ERI) และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน การจัดทำรายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบต่อชุมชนฉบับนี้ มีขอบเขตเนื้อหาไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2566 โดยจะให้ความสำคัญในแง่ของเนื้อหาเกี่ยวกับความคืบหน้าและพัฒนาการของโครงการต่าง ๆ ที่ทางคณะทำงานได้ทำงาน ติดตาม ตรวจสอบ อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเน้นเฉพาะกรณีศึกษาหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลและอาจส่งผลกระทบหรือมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคแม่น้ำโขง หรือเรียกอย่างเข้าใจง่ายคือ กลุ่ม CLMV ทั้งหมด 21 กรณีศึกษา โดยสามารถแบ่งตามประเทศต่าง ๆ 4 ประเทศ ได้ดังต่อไปนี้ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จำนวน 8…
-

กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดตัวแผน NAP 2 – ด้านภาคประชาชนและทนายสิทธิแนะรัฐและเอกชนจัดตั้งกลไกผลักดันธุรกิจและสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในและข้ามพรมแดน ย้ำอย่ามองประชาชนก่อความวุ่นวาย
ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร เรียบเรียง “กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดตัวแผน NAP 2 – ด้านภาคประชาชนและทนายสิทธิแนะรัฐและเอกชนจัดตั้งกลไกผลักดันธุรกิจและสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในและข้ามพรมแดน ย้ำอย่ามองประชาชนก่อความวุ่นวาย” เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2566 ณ The Portal Ballroom อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพในงานเปิดตัวและประกาศใช้ “แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570)” มีผู้เข้าร่วมราว 400 คน ทั้งภาครัฐ องค์การมหาชน คณะทูตานุทูต ตัวแทนองค์การระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม ประเทศไทยได้มีการนำหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) มาใช้ตั้งแต่ปี 2559 โดย UNGP มีหลักการสามเสาหลัก ได้แก่ คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา ซึ่งที่ผ่านมาหลังจากที่ได้มีการรับหลักการดังกล่าวแล้วประเทศไทยได้มีการขับเคลื่อนจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน…
-

ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลังวงเสวนาว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน”
ชวนชมบันทึกวิดีโอย้อนหลัง workshop ว่าด้วย “การลงทุนข้ามพรมแดน: ผลกระทบ ความรับผิดชอบ/พันธกิจนอกอาณาเขต และธรรมาภิบาลไร้พรมแดน” จัดโดย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน หรือ ETOs Watch Coalition ร่วมกับองค์กรพันธมิตรจากกัมพูชาและเมียนมา เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยอัตมาจายา กรุงจาการ์ตา สาธารณัรัฐอินโดนีเซีย Workshop ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมเวทีภาคประชาชนและภาคประชาสังคมอาเซียน หรือ ACSC/APF2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน (คลิกที่ลิ้งก์ด้านล่างและรับชมได้เลย) … We invite you all to watch the recorded video on… “Transboundary Investments: Borderless Impacts and Extraterritorial Obligation and Governance” The workshop was hold by ‘ETOs…
-
“ครม. ไฟเขียวแผน NAP ระยะ 2 อนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ต้อนรับรัฐบาลใหม่ – เน้นย้ำบทบาทไทยในฐานะผู้นำภูมิภาคในการขับเคลื่อนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน”
ต้นฉบับจาก https://www.moj.go.th/view/86648?fbclid=IwAR2M3UkZqUlI24yz9o-mMxHYTOaIddSVaHKvXsWmfM_0JpZzoa1ScXeaa9M เว็บไซต์กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม รายงานเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ และในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 2 อย่างเป็นรูปธรรม โดย “แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) เป็นกรอบนโยบายของรัฐ จัดทำขึ้นด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยพัฒนาต่อยอดมาจากแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562-2565) บนพื้นฐานของการนำหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs) ซึ่งประกอบด้วย 3…
-

ประชาชน 727 คน สนับสนุนยื่นฟ้อง ‘ประยุทธ์’ ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ กรณีการจัดการฝุ่น PM 2.5 ไร้พรมแดน ประชาสังคมชี้ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนต้องเร่งกำกับดูแล กำหนดมาตรการและบทลงโทษที่ชัดเจนต่อกลุ่มทุนไทย สกัดต้นตอการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นมิตรกับสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 เครือข่ายประชาชนภาคเหนือ นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจภาคเหนือ เด็ก และประชาชน รวม 10 ราย ได้ร่วมกันยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน โดยมีประชาชนมาร่วมลงชื่อสนับสนุนฟ้อง 727 คน ซึ่ง เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดในภาคเหนือ และจังหวัดอื่นๆ พวกเขาเห็นว่า มลพิษทางอากาศจาก PM 2.5 มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ แผนกคดีสิ่งแวดล้อม เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส. 3/2566 การฟ้องร้องคดีต่อศาลปกครองในครั้งนี้ มีข้อเรียกร้องสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. ฟ้องนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจตามมาตรา 9 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติอย่างร้ายแรง ให้มีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานทำหน้าที่อย่างเข้มงวด เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจนี้…
-

Open Letter to U.S. Ambassador to Thailand for Imposing Sanctions on MOGE
Open letter to U.S. Ambassador to Thailand for Imposing Sanctions on MOGE under control of Myanmar Military Dictatorship March 23, 2023 Hon. Robert F. Godec United States Ambassador to Thailand Bangkok, Thailand Dear Ambassador Robert F. Godec For over two years, the United States government has watched as the American company Chevron and the Thai…
-

“ETOs Watch” ยื่น 15 ข้อเสนอะแนะ หวัง “NAP 2” ดีขึ้นจากแผนหนึ่ง
ข้อเสนอแนะจาก ETOs Watch ต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ต่อ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 2 (2566 – 2570) การลงทุนระหว่างประเทศ และบรรษัทข้ามชาติ ในประเด็นด้านการลงทุนระหว่างประเทศ และบรรษัทข้ามชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่สี่ที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการฯ มีข้อเสนอ 15 ข้อ ดังต่อไปนี้
-

ข้อเสนอแนะชองชุมชนและภาคประชาสังคม ต่อ ร่าง “แผน NAP2”
ข้อเสนอแนะของชุมชนและภาคประชาสังคม ต่อ ร่าง “แผนปฏิบัติการระดับชาติ ว่าด้วย ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 2” โดย เครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคมติดตามสถานการณ์ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (Community and Civil Society Coalition for Business and Human Rights Watch Network: CCBHR) ข้อเสนอแนะดังที่จะระบุด้านล่างนี้ รวบรวมมาจากการเสวนาในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2565 และ การจัดเวทีเสวนา “แผนปฏิบัติการระดับชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน แผนที่ 2: ความท้าทายข้างหน้า” ในวันที่ 19 สิงหาคม 2565 ซึ่งมีตัวแทนชุมชน ภาคประชาสังคม และผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมกว่า 75 คน เพื่อพูดคุยถึงร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 2 การประชุมและเสวนาดังกล่าว จัดโดย มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (Community Resource Centre Foundation) ร่วมกับ เครือข่ายติดตามการลงทุนไทยและความรับผิดชอบข้ามพรมแดน…
-

บริษัทของรัฐบาลไทยเตรียมเพิ่มหุ้นบ่อก๊าซในเมียนมา จ่ายค่าอาวุธให้คณะรัฐประหารใช้ฆ่าประชาชน ขณะที่คนไทยอาจต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้น
โดย “ร่มสายน้ำ” ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกิดข่าวใหญ่ในแวดวงพลังงานที่เชื่อมโยงถึงสถานการณ์ในประเทศเมียนมาอย่างมาก หลังจากที่บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (ซึ่งถือหุ้นใหญ่ 63.79% โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือหุ้นใหญ่ 51.11% อีกทีโดยกระทรวงการคลังของรัฐบาลไทย) ประกาศซื้อหุ้นเพิ่มและเข้าเป็นผู้ดำเนินงานในโครงการยาดานา เนื่องมาจากการถอนการลงทุนของ TotalEnergies บริษัทพลังงานจากรายใหญ่จากฝรั่งเศส ด้วยเหตุผลด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงของกองทัพเมียนมาต่อประชาชนตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร ซึ่งทางบริษัทด้านพลังงานที่มีส่วนร่วมในการลงทุน เช่น Total และ Chevron ได้ออกมาประกาศเมื่อปลายเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา แหล่งข่าวหลายสำนักระบุว่า ปตท.สผ. จะเข้าทำการควบคุมการดำเนินงานในแหล่งก๊าซยาดานา บริเวณอ่าวเมาะตะมะ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แหล่งก๊าซสำคัญในเมียนมาที่ ปตท.สผ. เข้าร่วมลงทุน (อีก 2 แห่ง ได้แก่ แหล่งเยตากุนและแหล่งซอติก้า) แทน Total ในวันที่ 20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยอ้างถึงความต่อเนื่องการบริโภคด้านพลังงานเป็นหลัก…