Author: etoswatchgmailcom
-

-

-

-

-

ความเห็นทั่วไปที่ 24 (2560) ว่าด้วยพันธกรณีของรัฐตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในบริบทของการดำเนินธุรกิจ
คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ I. อารัมภบท 1. ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการบรรลุถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทั้งนี้โดยการส่งเสริมให้เกิดโอกาสการจ้างงาน ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนา เป็นต้น อย่างไรก็ดี คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมมักเผชิญกับสถานการณ์ที่รัฐบกพร่องไม่สามารถประกันให้เกิดการปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนอันเป็นที่ยอมรับระดับสากลในเขตอำนาจศาลของตน เป็นเหตุให้การดำเนินงานของบรรษัทส่งผลกระทบด้านลบต่อสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ความเห็นทั่วไปฉบับนี้มุ่งชี้แจงหน้าที่ของรัฐภาคีที่มีต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้โดยมุ่งหวังให้เกิดการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบร้ายแรงของการดำเนินธุรกิจที่มีต่อสิทธิมนุษยชน 2. ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้เคยพิจารณาผลกระทบเพิ่มขึ้นเนื่องจากการดำเนินธุรกิจที่มีต่อการได้รับประโยชน์จากสิทธิตามกติกาบางประเภท ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพ[1] ที่อยู่อาศัย[2] อาหาร[3] น้ำ[4] หลักประกันทางสังคม[5] สิทธิที่จะมีงานทำ[6] สิทธิที่จะมีสภาพการทำงานที่เป็นธรรมและเกื้อหนุน[7] และสิทธิในการจัดตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงาน[8] นอกจากนั้น คณะกรรมการได้แก้ปัญหานี้ในข้อสังเกตเชิงสรุป[9] ที่มีต่อรายงานของรัฐภาคี และในคำวินิจฉัยเบื้องต้นต่อข้อมูลที่ได้รับส่วนบุคคล[10] ในปี 2554 คณะกรรมการได้รับรองถ้อยแถลงเกี่ยวกับพันธกรณีของรัฐเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบรรษัทในบริบทของสิทธิตามกติกา[11] ความเห็นทั่วไปฉบับนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรอ่านพร้อมกับเอกสารก่อนหน้านี้ รวมทั้งการพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ จากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ[12] และเอกสารของหน่วยงานระดับภูมิภาค อย่างเช่น คณะมนตรียุโรป[13] ในการรับรองความเห็นทั่วไปฉบับนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2554[14] รวมทั้งเอกสารอื่น ๆ…
-

“ชาวพม่าในไทยเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก – อ่านแถลงการณ์ – ชูป้าย #DoMoreSingapore หน้าสถานทูตสิงคโปร์ เรียกร้องปิดกั้นไม่ให้เผด็จการพม่าเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาวุธ และเชื้อเพลิงเครื่องบิน”
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00 น. บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ตัวแทนประชาชนพม่าในไทยราว 10 ราย ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสถานทูตในฐานะตัวแทนของประเทศสิงคโปร์ในไทยเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเงินทุน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และเชื้อเพลิงเครื่องบินของคณะเผด็จการทหารพม่า พร้อมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชูป้ายกระดาษเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์เร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้อง โดยมีข้อความ เช่น “Singapore stop selling arms to Myanmar junta for killing our children”, Singapore…clean or blood money, และ “Do More Singapore for Myanmar” เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดข้อมูลความสูเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพม่าหลังการรัฐประหาร จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวมีผู้ลงนามสนับสนุนต่อข้อเรียกร้องกว่า 27,700 คน และมีองค์กรภาคประชาสังคมจากทั้งในเมียนมา ไทย และที่อื่น ๆ ทั่วโลกอีกกว่า 430 แห่ง ได้ลงนามรับรองจดหมายดังกล่าวด้วย นอกจากการเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกแล้ว ทางตัวแทนชาวพม่ายังได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์บริเวณด้านหน้าสถานทูตโดยมีเนื้อความในแถลงการณ์ระบุให้รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเงินทุน…
-

-

ทบทวน NAP1 เดินหน้า NAP2: การขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในไทยจะไปข้างหน้าอย่างไร
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนและองค์กรพันธมิตร ได้แก่ องค์กรแม่น้ำนานาขาติ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง เสมสิกขาลัย EarthRights International คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบข้ามพรมแดน และ Forum Asia ได้ร่วมกันจัดงานเวทีสาธารณะ “สถานการณ์ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน แผนปฏิบัติการชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะสอง: “ก้าวไปข้างหน้า” ขึ้น ณ โรงแรมไมด้า ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ก่อตั้งและทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่างานเสวนาในครั้งนี้เป็นผลมาจากการจัดเวทีระดมความคิดการทบทวนและติดตามของภาคประชาชนทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศต่อการนำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562 – 2565) หรือ NAP1 ไปใช้ จนไปถึงการสร้างข้อเสนอแนะต่อแผนปฏิบัติการระดับชาติฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) หรือ NAP2 พิชมณฑ์ เอี่ยวพานทอง ผู้แทนจากคณะทำงานว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่าหลังจากที่ไทยมีแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP) ฉบับแรก…
-

“กสม. ตรวจสอบข้อกังวลเขื่อนสานะคาม หลัง ETOs Watch ร้องเรียน – ด้านชุมชนและหน่วยงานภาครัฐกังวลผลกระทบเพราะเขื่อนอยู่ใกล้ไทยเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตร”
กสม. ลงพื้นที่ – สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกรณีเขื่อนสานะคามหลัง ETOs Watch ยื่นเรื่องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความคืบหน้าโครงการ ด้านหน่วยงานและชาวบ้านกังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และเขตแดนระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษา กสม. และเจ้าหน้าที่ กสม. ร่วมกับคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ในฐานะผู้ร้องเรียนได้ลงพื้นที่และประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรแม่น้ำโขงแห่งชาติ (สทนช.) กรมทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมแผนที่ทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมประมง กอ.รมน. พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนจากสามตำบลใน อ.เชียงคาน ตัวแทนหน่วยงานและประชาชนจาก อ.ปากชม และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนสานะคาม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60…
-

สรุปเสวนาเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)”
รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์ สรุปและเรียบเรียง Hope Space และ ETOs Watch Coalition ถ่ายภาพ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) เวียนมาจัดอีกครั้งเป็นปีที่ 5 โดยปีนี้มีวงสนทนาและงานเปิดตัวหนังสือ “รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (เล่ม 2)” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ที่ Hope Space กรุงเทพฯ หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามของการทำงานติดตามและตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ลงทุนในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตลอดช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปี ของคณะทำงานติดตามการลงทุนข้ามพรมแดน (Extra-Territorial Obligations: ETOs Watch) เครือข่ายภาคประชาสังคมที่รวมตัวกันจาก 5 องค์กร [กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly – TMB) องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers…