Category: Statement
-

Toxic Fallout from Myanmar’s Rare Earth Mining Reaches Thailand: ETOs Watch Submits Urgent Report to UN Special Rapporteur
Bangkok, 30 July 2025 — The ETOs Watch Coalition has submitted an additional urgent communication to Dr. Tlaleng Mofokeng, United Nations Special Rapporteur on the Right to Health, regarding an unfolding cross-border environmental and public health crisis. The coalition reports that toxic contamination from rare earth and gold mining operations in Myanmar’s Shan State is…
-

สารพิษจากเหมืองแร่รัฐฉานไหลข้ามพรมแดนสู่ไทย ETOs Watch ยื่นข้อมูลใหม่ต่อยูเอ็น เรียกร้องความรับผิดชอบระหว่างประเทศ
กรุงเทพมหานคร, 30 กรกฎาคม 2568 — คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ยื่นเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมต่อ ดร. Tlaleng Mofokeng ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิในสุขภาพ เพื่อรายงานวิกฤตสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสุขภาพข้ามพรมแดนจากการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสายสาขา ซึ่งมีต้นตอมาจากกิจกรรมเหมืองแร่หายากและเหมืองทองคำในพื้นที่รัฐฉาน ประเทศเมียนมา การยื่นข้อมูลครั้งนี้มีขึ้นภายหลังจากที่ผู้รายงานพิเศษฯ ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และหารือกับภาคประชาสังคมหลายภาคส่วน รวมถึงตัวแทนของ ETOs Watch Coalition เพื่อรับฟังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศ หนึ่งในประเด็นที่ยังไม่มีการกล่าวถึงในช่วงเวลานั้นคือหลักฐานใหม่ที่เพิ่งปรากฏในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ถึงวิกฤตด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่กำลังขยายตัวข้ามพรมแดนอย่างเงียบเชียบและอันตราย เอกสารดังกล่าวระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงจากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation – SHRF) แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเหมืองแร่หายากและเหมืองทองคำในพื้นที่ภูเขาทางฝั่งรัฐฉานใกล้ชายแดนไทย เหมืองเหล่านี้ตั้งอยู่ในบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ซึ่งไหลเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยโดยตรง โดยสังเกตได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ การตัดไม้ทำลายป่า และการสร้างบ่อกักเก็บกากแร่ขนาดใหญ่โดยไม่มีระบบจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษของไทยสนับสนุนข้อสังเกตดังกล่าว โดยการเก็บตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำทั้งสามสายในจังหวัดเชียงราย พบว่ามีสารโลหะหนัก เช่น สารหนู ตะกั่ว แมงกานีส และปรอท ในระดับที่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินของประเทศ สารเหล่านี้เป็นของเสียโดยตรงจากกระบวนการทำเหมืองแร่ และเป็นที่ทราบกันดีว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างรุนแรง…
-

“เสียงจากสายน้ำ: ประชาชน 8 จังหวัดลุ่มโขงลุกขึ้นต้านเขื่อนโขง ด้านองค์กรอิสระ นิติบัญญัติ วิชาการ ชี้กระบวนการสร้างเขื่อนมีปัญหา เรียกร้องทบทวนการพัฒนาผ่านโครงการเขื่อน”
เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน ช่วงระหว่างวันที่ 29 – 30 ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง มูลนิธิแม่น้ำนานาชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาสาธารณะ “จากเขื่อนปากแบงถึงเขื่อนพูงอย : การตรวจสอบขององค์กรอิสระและผลกระทบข้ามพรมแดน” เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนในแม่น้ำโขงที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในท้องถิ่น รวมถึงติดตามบทบาทขององค์กรอิสระภายใต้กลไกภาครัฐและฝ่ายนิติบัญญัติโดยคณะกรรมาธิการของรัฐสภาในสถานการณ์ปัจจุบันที่คาดว่าเขื่อนปากแบงกำลังจะเริ่มต้นก่อสร้างใน ต.ค. 2568 ที่จะถึงนี้ และเขื่อนพูงอยที่กำลังจะตามมาในอนาคต ณ โรงแรมโฮเทลมุก ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ทบทวน – วางแผน – ไปต่อ วันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันแรกของงาน ได้มีการประชุมเครือข่ายชุมชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง โดยมีตัวแทนชุมชนริมแม่น้ำโขงจากจังหวัดเชียงราย เลย บึงกาฬ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี พร้อมด้วยนักวิชาการ และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่ติดตามปัญหาแม่น้ำโขง ประมาณ 100…
-

ETOs Watch จับมือเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ยื่นคำร้องเร่งด่วนถึง UN เรียกร้องแก้วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองในเมียนมาลงแม่น้ำโขง
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน นำโดยคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ยื่นจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อองค์การสหประชาชาติ โดยเรียกร้องให้มีการแทรกแซงและติดตามสถานการณ์ วิกฤตมลพิษโลหะหนักข้ามพรมแดน จากกิจกรรมเหมืองทองคำและแร่หายากในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อ แม่น้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง ในเขตภาคเหนือของไทย จดหมายฉบับนี้จัดทำโดย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ร่วมกับ เครือข่ายประชาชนเพื่อการพิทักษ์แม่น้ำกก สาย รวก และโขง โดยอ้างอิงข้อมูลจากการตรวจสอบของ กรมควบคุมมลพิษ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2568 ที่พบสารหนูและโลหะหนักในระดับเกินมาตรฐานในหลายจุดของแม่น้ำสายหลัก และยังพบการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายระหว่างประเทศที่มีความสำคัญระดับภูมิภาค จดหมายระบุว่า เหมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในรัฐฉาน โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองมองสาดและมองยอ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย มีลักษณะเป็นการทำเหมืองแบบเปิด (open-pit) ที่ขาดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลที่เพียงพอ ส่งผลให้ตะกอนปนเปื้อนโลหะหนักไหลลงสู่แม่น้ำข้ามแดนโดยตรง ทั้งยังพบว่าการดำเนินงานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของทุนจีน ตัวแทนเครือข่ายประชาชนระบุว่า วิกฤตดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิต สุขภาพ และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนริมน้ำในจังหวัดเชียงรายจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคหรือประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย…
-

Statement and Policy Recommendations from the ETOs Watch Coalition on Promoting Environmental Rights and Managing Cross-Border Investment Impacts
Statement and Policy Recommendations from the ETOs Watch Coalition on Promoting Environmental Rights and Managing Cross-Border Investment Impacts Presented at the 46th ASEAN Summit 2025 Kuala Lumpur, Malaysia May 25 – 27, 2025 Dear; – His Excellency Dato’ Seri Anwar Ibrahim, Prime Minister of the Federation of Malaysia, in his capacity as Chair of the…
-

แถลงการณ์และข้อเสนอแนะนโยบายจากคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ต่อการส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน
“แถลงการณ์และข้อเสนอแนะนโยบายจากคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ต่อการส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน” เสนอในวาระ การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ประจำปี 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2568 เรียน – ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งสมาพันธรัฐมาเลเซีย ในฐานะประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) – ฯพณฯ เกา กึม ฮวน เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit 2025) ครั้งที่ 46 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ภายใต้การนำของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำอาเซียนจะร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดนที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของภูมิภาค ปัจจุบัน ภูมิภาคอาเซียนเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง เกิดจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ขาดการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น การทำเหมือง การสร้างเขื่อน และการเกษตรเชิงเดี่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ…
-

จดหมายร้องเรียนถึงผู้รายงานพิเศษ UN ว่าด้วยสิทธิในสุขภาพ ในวาระโอกาสเยือนประเทศไทย
เมื่อเดือนมกราคม 2568 ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ส่งจดหมายร้องเรียนถึงทลาลัง โมโฟเค็ง ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาติว่าด้วยสิทธิในสุขภาพในวาระโอกาสเยือนประเทศไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เนื้อหาภายในจดหมายดังกล่าวระบุถึงผู้รายงานพิเศษฯ ว่า เรา คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ขอส่งจดหมายฉบับนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนโดยตรงของไทย (Thailand Direct Investment – TDI) และผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนอันเกิดจากการลงทุนข้ามพรมแดนและมลพิษในประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญของประชาชนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการเขื่อนพลังงานน้ำและโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทำลายระบบนิเวศ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประเด็นสำคัญและผลกระทบ นักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการจากไทยได้ขยายการลงทุนและห่วงโซ่คุณค่า แต่โครงการเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน เสี่ยงต่อสุขภาพ และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชน และความก้าวหน้าในการควบคุมการลงทุนโดยตรงของไทย ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการกำกับดูแลการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลักดันของภาคประชาสังคม ตัวอย่างความคืบหน้ามีดังนี้ แม้จะมีความคืบหน้า แต่ยังมีช่องว่างด้านกฎหมายและกลไกกำกับดูแล โดยเฉพาะเรื่องการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดน (Tb-EHIA) ซึ่งยังไม่มีการบังคับใช้เป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย ข้อกังวลหลัก ข้อเสนอแนะ เราเรียกร้องให้ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติผลักดันให้รัฐบาลไทยและภาคธุรกิจดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้ เราพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมและหวังว่าจะได้รับการตอบกลับเกี่ยวกับประเด็นเร่งด่วนนี้ … สามารถอ่านจดหมายฉบับเต็มภาษาอังกฤษได้ที่นี่
-

จดหมายเปิดผนึกถึง CEO บริษัท Airbus SE จากกลุ่มองค์กรปฏิวัติระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคมกว่า 300 องค์กร เรียกร้องให้ทางบริษัทหยุดการลงทุนทุกรูปแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยคณะเผด็จการอาชญากรทหารพม่า
จดหมายเปิดผนึกถึง CEO บริษัท Airbus SE จากกลุ่มองค์กรปฏิวัติระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคมกว่า 300 องค์กร เรียกร้องให้ทางบริษัทหยุดการลงทุนทุกรูปแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยคณะเผด็จการอาชญากรทหารพม่า ถึง กิโยม ฟอรี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) บริษัท Airbus SE 10 ธันวาคม 2567 เรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท Airbus SE กับ บริษัท Aviation Industry Corporation of China (AVIC) กว่าสามปีหลังจากความพยายามก่อการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อเดือนกมุภาพันธ์ 2564 คณะรัฐประหารยังคงก่ออาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ ต่อประชาชนเมยีนมาโดยไม่ต้องรับโทษใดๆ การก่อการร้ายนี้เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ คณะรัฐประหารยังคงเข้าถึงอาวุธได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเครื่องบินรบ และความช่วยเหลือด้านเทคนิคการบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการปรับปรุงที่เกี่ยวข้อง ซัพพลายเออร์รายสำคัญของอากาศยานทหารและการบำรุงรักษาให้แก่กองทัพคือบริษัทอุตสาหกรรมการบินแห่งประเทศจีน (AVIC)[1] บริษัทของคุณเป็นนักลงทนุรายสำคัญและพันธมิตรของ AVIC ด้วยเอกสารและรายงานที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องที่สหประชาชาติเกี่ยวกับวิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมา[2] และบทบาทของ AVIC ในการจัดหาอาวุธให้กับคณะเผด็จการทหาร[3] คุณคงทราบดีว่าความร่วมมือของคุณกับ AVIC…
-
130 CSOs call for OECD’s meaningful Guidelines and implementation
… อ่านฉบับแปลไทยด้านล่าง เรียน คุณ คอร์มันน์ เลขาธิการใหญ่ OECD ตัวแทนทูต OECD อันทรงเกียรติ: เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566 สภา OECD มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของ OECD สำหรับวิสาหกิจข้ามชาติเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (guidelines) ด้วยการปรับปรุง OECD รับประกันความเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องของมาตรฐานเหล่านี้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม และประสานความเป็นผู้นำระดับโลกของ OECD ในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (RBC) ในขณะที่เราเข้าใกล้วันครบรอบปีแรกของแนวปฏิบัติที่ได้รับการปรับปรุง ภาคประชาสังคมขอเรียกร้องให้คุณสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความหมายตามมาตรฐาน ผ่านการประกันว่า OECD จะมีการส่งเสริมอย่างมีประสิทธิผลและการนำไปปฏิบัติโดยรัฐบาล เราเขียนด้วยความเคารพเพื่อกระตุ้นความมุ่งมั่นของคุณต่อการดำเนินการหลักสามประการเพื่อให้แน่ใจว่าบทบาทสำคัญของ OECD และแนวปฏิบัติในการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน: 1. สนับสนุนการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผลโดยศูนย์ติดต่อประสานงานระดับชาติ (NCP) 2. ดำเนินการให้สอดคล้องกันระหว่างแนวทางปฏิบัติกับ OECD และนโยบายระดับชาติและกฎหมายว่าด้วย RBC 3. รับประกันประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของภาคประชาสังคมเพื่อช่วยชี้แนะการกำหนดนโยบายของ OECD 1. สนับสนุนการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผลโดยหน่วยงานประสานงานระดับชาติ แนวทางแรกของรัฐบาลที่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัตินี้คือผ่านทางศูนย์ติดต่อประสานงานระดับชาติ (NCP) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งได้รับคำสั่งให้ส่งเสริมแนวปฏิบัตินี้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และจัดการข้อเรียกร้องต่อบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานของแนวปฏิบัติ ปัจจุบัน NCP…
-
