Category: Statement

  • Statement and Policy Recommendations from the ETOs Watch Coalition on Promoting Environmental Rights and Managing Cross-Border Investment Impacts

    Statement and Policy Recommendations from the ETOs Watch Coalition on Promoting Environmental Rights and Managing Cross-Border Investment Impacts

    Statement and Policy Recommendations from the ETOs Watch Coalition on Promoting Environmental Rights and Managing Cross-Border Investment Impacts Presented at the 46th ASEAN Summit 2025 Kuala Lumpur, Malaysia May 25 – 27, 2025 Dear; – His Excellency Dato’ Seri Anwar Ibrahim, Prime Minister of the Federation of Malaysia, in his capacity as Chair of the…

  • แถลงการณ์และข้อเสนอแนะนโยบายจากคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ต่อการส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน

    แถลงการณ์และข้อเสนอแนะนโยบายจากคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ต่อการส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน

    “แถลงการณ์และข้อเสนอแนะนโยบายจากคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ต่อการส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน” เสนอในวาระ การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ประจำปี 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2568 เรียน – ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งสมาพันธรัฐมาเลเซีย ในฐานะประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) – ฯพณฯ เกา กึม ฮวน เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit 2025) ครั้งที่ 46 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ภายใต้การนำของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำอาเซียนจะร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดนที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของภูมิภาค ปัจจุบัน ภูมิภาคอาเซียนเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง เกิดจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ขาดการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น การทำเหมือง การสร้างเขื่อน และการเกษตรเชิงเดี่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ…

  • จดหมายร้องเรียนถึงผู้รายงานพิเศษ UN ว่าด้วยสิทธิในสุขภาพ ในวาระโอกาสเยือนประเทศไทย

    จดหมายร้องเรียนถึงผู้รายงานพิเศษ UN ว่าด้วยสิทธิในสุขภาพ ในวาระโอกาสเยือนประเทศไทย

    เมื่อเดือนมกราคม 2568 ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ส่งจดหมายร้องเรียนถึงทลาลัง โมโฟเค็ง ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาติว่าด้วยสิทธิในสุขภาพในวาระโอกาสเยือนประเทศไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เนื้อหาภายในจดหมายดังกล่าวระบุถึงผู้รายงานพิเศษฯ ว่า เรา คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ขอส่งจดหมายฉบับนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนโดยตรงของไทย (Thailand Direct Investment – TDI) และผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนอันเกิดจากการลงทุนข้ามพรมแดนและมลพิษในประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญของประชาชนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการเขื่อนพลังงานน้ำและโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทำลายระบบนิเวศ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประเด็นสำคัญและผลกระทบ นักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการจากไทยได้ขยายการลงทุนและห่วงโซ่คุณค่า แต่โครงการเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน เสี่ยงต่อสุขภาพ และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชน และความก้าวหน้าในการควบคุมการลงทุนโดยตรงของไทย ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการกำกับดูแลการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลักดันของภาคประชาสังคม ตัวอย่างความคืบหน้ามีดังนี้ แม้จะมีความคืบหน้า แต่ยังมีช่องว่างด้านกฎหมายและกลไกกำกับดูแล โดยเฉพาะเรื่องการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดน (Tb-EHIA) ซึ่งยังไม่มีการบังคับใช้เป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย ข้อกังวลหลัก ข้อเสนอแนะ เราเรียกร้องให้ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติผลักดันให้รัฐบาลไทยและภาคธุรกิจดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้ เราพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมและหวังว่าจะได้รับการตอบกลับเกี่ยวกับประเด็นเร่งด่วนนี้ … สามารถอ่านจดหมายฉบับเต็มภาษาอังกฤษได้ที่นี่

  • จดหมายเปิดผนึกถึง CEO บริษัท Airbus SE จากกลุ่มองค์กรปฏิวัติระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคมกว่า 300 องค์กร เรียกร้องให้ทางบริษัทหยุดการลงทุนทุกรูปแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยคณะเผด็จการอาชญากรทหารพม่า

    จดหมายเปิดผนึกถึง CEO บริษัท Airbus SE จากกลุ่มองค์กรปฏิวัติระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคมกว่า 300 องค์กร เรียกร้องให้ทางบริษัทหยุดการลงทุนทุกรูปแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยคณะเผด็จการอาชญากรทหารพม่า

    จดหมายเปิดผนึกถึง CEO บริษัท Airbus SE จากกลุ่มองค์กรปฏิวัติระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคมกว่า 300 องค์กร เรียกร้องให้ทางบริษัทหยุดการลงทุนทุกรูปแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยคณะเผด็จการอาชญากรทหารพม่า ถึง กิโยม ฟอรี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) บริษัท Airbus SE 10 ธันวาคม 2567 เรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท Airbus SE กับ บริษัท Aviation Industry Corporation of China (AVIC)   กว่าสามปีหลังจากความพยายามก่อการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อเดือนกมุภาพันธ์ 2564 คณะรัฐประหารยังคงก่ออาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ ต่อประชาชนเมยีนมาโดยไม่ต้องรับโทษใดๆ การก่อการร้ายนี้เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ คณะรัฐประหารยังคงเข้าถึงอาวุธได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเครื่องบินรบ และความช่วยเหลือด้านเทคนิคการบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการปรับปรุงที่เกี่ยวข้อง             ซัพพลายเออร์รายสำคัญของอากาศยานทหารและการบำรุงรักษาให้แก่กองทัพคือบริษัทอุตสาหกรรมการบินแห่งประเทศจีน (AVIC)[1]             บริษัทของคุณเป็นนักลงทนุรายสำคัญและพันธมิตรของ AVIC ด้วยเอกสารและรายงานที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องที่สหประชาชาติเกี่ยวกับวิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมา[2] และบทบาทของ AVIC ในการจัดหาอาวุธให้กับคณะเผด็จการทหาร[3] คุณคงทราบดีว่าความร่วมมือของคุณกับ AVIC…

  • 130 CSOs call for OECD’s meaningful Guidelines and implementation

    … อ่านฉบับแปลไทยด้านล่าง เรียน คุณ คอร์มันน์ เลขาธิการใหญ่ OECD ตัวแทนทูต OECD อันทรงเกียรติ: เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566 สภา OECD มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของ OECD สำหรับวิสาหกิจข้ามชาติเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (guidelines) ด้วยการปรับปรุง OECD รับประกันความเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องของมาตรฐานเหล่านี้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม และประสานความเป็นผู้นำระดับโลกของ OECD ในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (RBC) ในขณะที่เราเข้าใกล้วันครบรอบปีแรกของแนวปฏิบัติที่ได้รับการปรับปรุง ภาคประชาสังคมขอเรียกร้องให้คุณสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความหมายตามมาตรฐาน ผ่านการประกันว่า OECD จะมีการส่งเสริมอย่างมีประสิทธิผลและการนำไปปฏิบัติโดยรัฐบาล เราเขียนด้วยความเคารพเพื่อกระตุ้นความมุ่งมั่นของคุณต่อการดำเนินการหลักสามประการเพื่อให้แน่ใจว่าบทบาทสำคัญของ OECD และแนวปฏิบัติในการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน: 1. สนับสนุนการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผลโดยศูนย์ติดต่อประสานงานระดับชาติ (NCP) 2. ดำเนินการให้สอดคล้องกันระหว่างแนวทางปฏิบัติกับ OECD และนโยบายระดับชาติและกฎหมายว่าด้วย RBC 3. รับประกันประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของภาคประชาสังคมเพื่อช่วยชี้แนะการกำหนดนโยบายของ OECD 1. สนับสนุนการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผลโดยหน่วยงานประสานงานระดับชาติ แนวทางแรกของรัฐบาลที่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัตินี้คือผ่านทางศูนย์ติดต่อประสานงานระดับชาติ (NCP) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งได้รับคำสั่งให้ส่งเสริมแนวปฏิบัตินี้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และจัดการข้อเรียกร้องต่อบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานของแนวปฏิบัติ ปัจจุบัน NCP…

  • แถลงการณ์ร่วม การประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน – ASEAN PEOPLES’ FORUM 2023: ทวงคืนพื้นที่ปลอดภัย ฟื้นฟูประชาธิปไตย และความเท่าเทียมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • JOINT STATEMENTASEAN CIVIL SOCIETY CONFERENCE – ASEAN PEOPLES’ FORUM 2023RECLAIMING SAFE SPACE, RESTORING DEMOCRACY, AND EQUITYIN SOUTHEAST ASIA
  • ความเห็นทั่วไปที่ 24 (2560) ว่าด้วยพันธกรณีของรัฐตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในบริบทของการดำเนินธุรกิจ

    ความเห็นทั่วไปที่ 24 (2560) ว่าด้วยพันธกรณีของรัฐตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในบริบทของการดำเนินธุรกิจ

    คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ I. อารัมภบท 1. ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการบรรลุถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทั้งนี้โดยการส่งเสริมให้เกิดโอกาสการจ้างงาน ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนา เป็นต้น อย่างไรก็ดี คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมมักเผชิญกับสถานการณ์ที่รัฐบกพร่องไม่สามารถประกันให้เกิดการปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนอันเป็นที่ยอมรับระดับสากลในเขตอำนาจศาลของตน เป็นเหตุให้การดำเนินงานของบรรษัทส่งผลกระทบด้านลบต่อสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ความเห็นทั่วไปฉบับนี้มุ่งชี้แจงหน้าที่ของรัฐภาคีที่มีต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้โดยมุ่งหวังให้เกิดการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบร้ายแรงของการดำเนินธุรกิจที่มีต่อสิทธิมนุษยชน 2. ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้เคยพิจารณาผลกระทบเพิ่มขึ้นเนื่องจากการดำเนินธุรกิจที่มีต่อการได้รับประโยชน์จากสิทธิตามกติกาบางประเภท ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพ[1] ที่อยู่อาศัย[2] อาหาร[3] น้ำ[4] หลักประกันทางสังคม[5] สิทธิที่จะมีงานทำ[6] สิทธิที่จะมีสภาพการทำงานที่เป็นธรรมและเกื้อหนุน[7] และสิทธิในการจัดตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงาน[8] นอกจากนั้น คณะกรรมการได้แก้ปัญหานี้ในข้อสังเกตเชิงสรุป[9] ที่มีต่อรายงานของรัฐภาคี และในคำวินิจฉัยเบื้องต้นต่อข้อมูลที่ได้รับส่วนบุคคล[10] ในปี 2554 คณะกรรมการได้รับรองถ้อยแถลงเกี่ยวกับพันธกรณีของรัฐเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบรรษัทในบริบทของสิทธิตามกติกา[11] ความเห็นทั่วไปฉบับนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรอ่านพร้อมกับเอกสารก่อนหน้านี้ รวมทั้งการพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ จากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ[12] และเอกสารของหน่วยงานระดับภูมิภาค อย่างเช่น คณะมนตรียุโรป[13] ในการรับรองความเห็นทั่วไปฉบับนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2554[14] รวมทั้งเอกสารอื่น ๆ…

  • “ชาวพม่าในไทยเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก – อ่านแถลงการณ์ – ชูป้าย #DoMoreSingapore หน้าสถานทูตสิงคโปร์ เรียกร้องปิดกั้นไม่ให้เผด็จการพม่าเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาวุธ และเชื้อเพลิงเครื่องบิน”

    “ชาวพม่าในไทยเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก – อ่านแถลงการณ์ – ชูป้าย #DoMoreSingapore หน้าสถานทูตสิงคโปร์ เรียกร้องปิดกั้นไม่ให้เผด็จการพม่าเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาวุธ และเชื้อเพลิงเครื่องบิน”

    เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00 น. บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ตัวแทนประชาชนพม่าในไทยราว 10 ราย ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสถานทูตในฐานะตัวแทนของประเทศสิงคโปร์ในไทยเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเงินทุน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และเชื้อเพลิงเครื่องบินของคณะเผด็จการทหารพม่า พร้อมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชูป้ายกระดาษเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์เร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้อง โดยมีข้อความ เช่น “Singapore stop selling arms to Myanmar junta for killing our children”, Singapore…clean or blood money, และ “Do More Singapore for Myanmar” เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดข้อมูลความสูเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพม่าหลังการรัฐประหาร จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวมีผู้ลงนามสนับสนุนต่อข้อเรียกร้องกว่า 27,700 คน และมีองค์กรภาคประชาสังคมจากทั้งในเมียนมา ไทย และที่อื่น ๆ ทั่วโลกอีกกว่า 430 แห่ง ได้ลงนามรับรองจดหมายดังกล่าวด้วย นอกจากการเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกแล้ว ทางตัวแทนชาวพม่ายังได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์บริเวณด้านหน้าสถานทูตโดยมีเนื้อความในแถลงการณ์ระบุให้รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเงินทุน…

  • Public statement by 46 Thai civil society organizations regarding the deportation of asylum seekers from People’s Defence Force to Myanmar dictator regime

    Public statement by 46 Thai civil society organizations regarding the deportation of asylum seekers from People’s Defence Force to Myanmar dictator regime

    The Myanmar dictator regime has ascended to power through staging a military coup to topple a democratically elected government. It was the decimation of the supreme power of the people of Myanmar. The only legitimate ruling government in Myanmar should be the National Unity Government (NUG) which is consisted of representatives democratically elected by the…