Author: etoswatchgmailcom
-

กา “เห็นชอบ” ประชามติ เปิดทางสู่รัฐธรรมนูญใหม่ที่ใส่ใจสิทธิในสิ่งแวดล้อมกับความเป็นไปได้ในการวางแนวทางธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่ไปไกลกว่าพรมแดน
ท่ามกลางบรรยากาศของการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังคุกรุ่นในช่วงต้นปี 2569 นี้ กลิ่นอายของความหวังและการเปลี่ยนแปลงดูจะอบอวลไปพร้อมกับลมหนาวที่พัดพาเอามลพิษข้ามพรมแดนและฝุ่นควันมาสู่ชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมด้วยสารพิษที่ยังคงรุนแรงในแหล่งน้ำโดยเฉพาะในลุ่มน้ำภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันตก ซึ่งค่อย ๆ ซึมเข้าห่วงโซ่อาหารจากการทำเหมืองนอกพรมแดนไทย แต่ประชาชนยังคงแบกรับกรรมข้ามปี การยุบสภาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงการคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกผู้แทนชุดใหม่ก่อนกำหนดวาระรัฐบาลโดยปกติเท่านั้น แต่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ ยังมีวาระสำคัญยิ่งยวดนั่นคือการออกเสียงประชามติเพื่อกำหนดชะตากรรมของกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะบอกว่าเราจะเดินหน้าไปสู่ความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน หรือจะยังคงติดหล่มอยู่ในวงจรของรัฐรวมศูนย์ที่แช่แข็งสิทธิของประชาชนเอาไว้ภายใต้ร่มเงาของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่เป็นมรดกจากการรัฐประหาร หากเราย้อนมองประวัติศาสตร์การเมืองไทยผ่านเลนส์ของสิทธิในสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน เราจะเห็นความรุ่งโรจน์และความร่วงโรยที่ชัดเจนอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 หรือที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ได้วางรากฐานสำคัญในการกระจายอำนาจและรับรองสิทธิของบุคคลในการมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนเพื่อบำรุงรักษาและได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ มาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญ 2540 คือหมุดหมายสำคัญที่ยอมรับการมีอยู่ของ “ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม” ในการจัดการทรัพยากร และมาตรา 56 ที่ยืนยันว่าสิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนผ่านจากการที่รัฐเป็นเจ้าของทรัพยากรแต่เพียงผู้เดียว มาเป็นการยอมรับอำนาจของประชาชนในฐานะเจ้าของถิ่นฐาน ความก้าวหน้าดังกล่าวถูกสานต่อและยกระดับให้เข้มข้นขึ้นในรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ในเชิงเนื้อหาด้านสิ่งแวดล้อม รัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับสร้างกลไกที่ค่อนข้างมีพลัง โดยเฉพาะมาตรา 66 ที่ขยายสิทธิชุมชนให้ครอบคลุมถึงชุมชนทั่วไปไม่จำเป็นต้องเป็นชุมชนดั้งเดิม และที่สำคัญที่สุดคือมาตรา 67 ที่กำหนดว่าโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง…
-

เข็มทิศประเทศไทย-ข้อเสนอยุทธศาสตร์การต่างประเทศและความมั่นคงสู่รัฐบาลหน้า
เมื่อวันที่ 16 มกราคม ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้จัดเวทีระดมสมองในงานสัมมนา หัวข้อ “เข็มทิศประเทศไทย-ข้อเสนอยุทธศาสตร์การต่างประเทศและความมั่นคงสู่รัฐบาลหน้า” จากการตระหนักถึงภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ ทั้งสแกมเมอร์ ยาเสพติด มลพิษสิ่งแวดล้อมข้ามแดน รวมถึงพื้นที่พิพาทชายแดน ที่มาพร้อมกับกับช่วงของการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์โลก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ว่าจะอยู่อย่างไรท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจโลก ผู้ร่วมสัมมนา ประกอบด้วย พงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ, พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทยกัมพูชา, ไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, กรุณา บัวคำศรี สื่อมวลชนด้านข่าวต่างประเทศ และฟูอาดี้ พิศสุวรรณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี พรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ การทูตในโลกหลายขั้ว ระบบพหุภาคีถดถอย และโจทย์การต่างประเทศของไทย พงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำเสนอภาพรวมและมุมมองด้านการต่างประเทศโดยชี้แจงตั้งแต่ว่าการนำเสนอครั้งนี้เป็นการสะท้อนยุทธศาสตร์และการประเมินสถานการณ์ในระยะกลางของกระทรวง มิได้มุ่งตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากแต่เป็นการมองไปข้างหน้าในภาพรวมของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก เพื่ออธิบายว่ากระทรวงการต่างประเทศมองโลกปัจจุบันอย่างไร และได้เตรียมเครื่องมือใดไว้รองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงระบุว่า ระเบียบโลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ โดยเฉพาะการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน…
-

-

-

Dawei under Conflict: Special Economic Zones, Armed Conflict, Geopolitical Intervention, and Greenwashing
On 30 September 2025, in Mueang District, Nakhon Phanom Province, a network of civil society organizations jointly organized a public forum entitled “Dawei under Conflict: Special Economic Zones, Armed Conflict, Geopolitical Intervention, and Greenwashing.” The event was part of the Mekong–ASEAN Environmental Week 2025 (MEAW), held from 27–30 September under the theme “The Fake Green:…
-

Rare Earths: Pollution from Rare Earth Mining in the Mekong Region and the Global Supply Chain
Rare Earths: Pollution from Rare Earth Mining in the Mekong Region and the Global Supply Chain On 29 September 2025, in Mueang District, Nakhon Phanom Province, a network of civil society organizations jointly organized a public forum entitled “Rare Earths: Pollution from Rare Earth Mining in the Mekong Region and the Global Supply Chain.” The…
-

SUBMISSION OF THE EXTRATERRITORIAL OBLIGATION WATCH COALITION FOR THE EXAMINATION OF LAO PEOPLE’S DEMOCRATIC REPUBLIC’S INITIAL REPORT UNDER THE INTERNATIONAL COVENANT ON ECONOMIC, SOCIAL AND CULTURAL RIGHTS
SUBMISSION OF THE EXTRATERRITORIAL OBLIGATION WATCH COALITION FOR THE EXAMINATION OF LAO PEOPLE’S DEMOCRATIC REPUBLIC’S INITIAL REPORT UNDER THE INTERNATIONAL COVENANT ON ECONOMIC, SOCIAL AND CULTURAL RIGHTS Submitted on 8 August 2025 The Extra–Territorial Obligation Watch Coalition (ETOs Watch Coalition) is a network of NGOs that focuses on transboundary issues related to human rights, community…
-

การเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยกับโจทย์เชิงโครงสร้างด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
OECD คืออะไร และไทยจะได้อะไร องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จุดมุ่งหมายหลักของ OECD คือการเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีเศรษฐกิจแบบตลาดและยึดหลักประชาธิปไตย เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐาน นโยบาย และแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ความเป็นธรรมทางสังคม และธรรมาภิบาลของรัฐ OECD ไม่ได้เป็นองค์กรให้เงินกู้หรือความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรง หากแต่ทำหน้าที่เป็น “องค์กรกำหนดมาตรฐานเชิงนโยบาย” (standard-setting body) ผ่านการจัดทำงานวิจัย การเปรียบเทียบเชิงนโยบายระหว่างประเทศ (peer review) และการออกตราสารระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาต่อต้านคอร์รัปชัน แนวปฏิบัติด้านบรรษัทภิบาล แนวปฏิบัติสำหรับบรรษัทข้ามชาติ และกรอบนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และสิทธิมนุษยชน อาจกล่าวได้ว่า OECD เป็นพื้นที่ที่ประเทศสมาชิกยอมเปิดระบบนโยบาย กฎหมาย และการบริหารรัฐของตนให้ถูกตรวจสอบ วิพากษ์ และเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์และมาตรฐานสากล ในบริบทโลกปัจจุบัน OECD มีบทบาทสำคัญในฐานะ “ผู้กำหนดกรอบกติกาเชิงอ่อน” (soft…
-

กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและเหมืองแร่ในเมียนมา
*บันทึกนี้เป็นการสรุปเนื้อหาจากการประชุมเชิงวิชาการเพื่อเสริมความรู้ด้าน กฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ในเมียนมา เมื่อวันที่ 23 กันยายน ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกรอบกฎหมาย การบังคับใช้ และสถานการณ์ความซับซ้อนในพื้นที่จริง จัดโดยอาจารย์ด้านกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์จากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ ETOs Watch Coalition* เอ มอน ตู นักกฎหมายจากเมียนมา ได้อธิบายถึงกรอบกฎหมายด้านการทำเหมืองแร่และสิ่งแวดล้อมของเมียนมาที่ในเชิงทฤษฎีถือว่ามีความครบถ้วน ทั้ง กฎหมายเหมืองแร่ (Mining Law), กฎระเบียบและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Environmental Conservation Law) และ กระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA Procedure) ซึ่งนักลงทุนและบริษัทเหมืองแร่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกลับมีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ที่มีการทำเหมือง โดยเฉพาะ เหมืองแร่หายาก (Rare Earth Mining) ตั้งอยู่ใน เขตปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ เช่น รัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน พื้นที่เหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลกลาง ทำให้ กฎหมายและกระบวนการอนุมัติจากรัฐบาลกลางไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์ และเกิดช่องว่างทางกฎหมายขึ้นอย่างชัดเจน เอ มอน ตู…
-

แร่หายากในรัฐคะฉิ่น: มลพิษ ผลกระทบ ภูมิรัฐศาสตร์ การขัดกันทางอาวุธ และความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานโลก
*บันทึกนี้เป็นการสรุปการประชุมเชิงวิชาการเพื่อเสริมความรู้ในประเด็น “แร่หายากในรัฐคะฉิ่น: มลพิษ ผลกระทบ ภูมิรัฐศาสตร์ การขัดกันทางอาวุธ และความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานโลก” เมื่อวันที่ 22 กันยายน ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่หายากในรัฐคะฉิ่น ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และความเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์โลกและการขัดกันทางอาวุธในเมียนมา จัดโดยอาจารย์ด้านกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์จากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ ETOs Watch Coalition* การทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ในเมียนมา โดยเฉพาะในรัฐคะฉิ่น ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศและมีพรมแดนติดต่อกับจีนและอินเดีย กำลังสร้างผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน รวมถึงส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานแร่ระดับโลก Zung Ting ตัวแทนจากรัฐคะฉิ่น ระบุว่า พื้นที่นี้มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ ทับทิม หยก และแร่หายาก ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก โดยเฉพาะจากจีน ประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและมีความต้องการทรัพยากรสูง อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งจากทรัพยากรเหล่านี้ไม่ได้นำมาซึ่งโอกาสให้กับประชาชนในคะฉิ่น แต่กลับกลายเป็นความท้าทาย เนื่องจากความขัดแย้งทางอาวุธที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 60 ปีและการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ทำให้คะฉิ่นกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ยากจนที่สุดในโลก แม้จะมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมถึงมีภูเขาหิมะแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แร่หายากในคะฉิ่น โดยเฉพาะแร่หนัก (Heavy Rare…