Category: Loas
-

Toxic Fallout from Myanmar’s Rare Earth Mining Reaches Thailand: ETOs Watch Submits Urgent Report to UN Special Rapporteur
Bangkok, 30 July 2025 — The ETOs Watch Coalition has submitted an additional urgent communication to Dr. Tlaleng Mofokeng, United Nations Special Rapporteur on the Right to Health, regarding an unfolding cross-border environmental and public health crisis. The coalition reports that toxic contamination from rare earth and gold mining operations in Myanmar’s Shan State is…
-

“เสียงจากสายน้ำ: ประชาชน 8 จังหวัดลุ่มโขงลุกขึ้นต้านเขื่อนโขง ด้านองค์กรอิสระ นิติบัญญัติ วิชาการ ชี้กระบวนการสร้างเขื่อนมีปัญหา เรียกร้องทบทวนการพัฒนาผ่านโครงการเขื่อน”
เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน ช่วงระหว่างวันที่ 29 – 30 ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง มูลนิธิแม่น้ำนานาชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาสาธารณะ “จากเขื่อนปากแบงถึงเขื่อนพูงอย : การตรวจสอบขององค์กรอิสระและผลกระทบข้ามพรมแดน” เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนในแม่น้ำโขงที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในท้องถิ่น รวมถึงติดตามบทบาทขององค์กรอิสระภายใต้กลไกภาครัฐและฝ่ายนิติบัญญัติโดยคณะกรรมาธิการของรัฐสภาในสถานการณ์ปัจจุบันที่คาดว่าเขื่อนปากแบงกำลังจะเริ่มต้นก่อสร้างใน ต.ค. 2568 ที่จะถึงนี้ และเขื่อนพูงอยที่กำลังจะตามมาในอนาคต ณ โรงแรมโฮเทลมุก ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ทบทวน – วางแผน – ไปต่อ วันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันแรกของงาน ได้มีการประชุมเครือข่ายชุมชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง โดยมีตัวแทนชุมชนริมแม่น้ำโขงจากจังหวัดเชียงราย เลย บึงกาฬ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี พร้อมด้วยนักวิชาการ และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่ติดตามปัญหาแม่น้ำโขง ประมาณ 100…
-

ETOs Watch จับมือเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ยื่นคำร้องเร่งด่วนถึง UN เรียกร้องแก้วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองในเมียนมาลงแม่น้ำโขง
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน นำโดยคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ยื่นจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อองค์การสหประชาชาติ โดยเรียกร้องให้มีการแทรกแซงและติดตามสถานการณ์ วิกฤตมลพิษโลหะหนักข้ามพรมแดน จากกิจกรรมเหมืองทองคำและแร่หายากในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อ แม่น้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง ในเขตภาคเหนือของไทย จดหมายฉบับนี้จัดทำโดย คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ร่วมกับ เครือข่ายประชาชนเพื่อการพิทักษ์แม่น้ำกก สาย รวก และโขง โดยอ้างอิงข้อมูลจากการตรวจสอบของ กรมควบคุมมลพิษ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2568 ที่พบสารหนูและโลหะหนักในระดับเกินมาตรฐานในหลายจุดของแม่น้ำสายหลัก และยังพบการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายระหว่างประเทศที่มีความสำคัญระดับภูมิภาค จดหมายระบุว่า เหมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในรัฐฉาน โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองมองสาดและมองยอ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย มีลักษณะเป็นการทำเหมืองแบบเปิด (open-pit) ที่ขาดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลที่เพียงพอ ส่งผลให้ตะกอนปนเปื้อนโลหะหนักไหลลงสู่แม่น้ำข้ามแดนโดยตรง ทั้งยังพบว่าการดำเนินงานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของทุนจีน ตัวแทนเครือข่ายประชาชนระบุว่า วิกฤตดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิต สุขภาพ และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนริมน้ำในจังหวัดเชียงรายจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคหรือประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย…
-

Statement and Policy Recommendations from the ETOs Watch Coalition on Promoting Environmental Rights and Managing Cross-Border Investment Impacts
Statement and Policy Recommendations from the ETOs Watch Coalition on Promoting Environmental Rights and Managing Cross-Border Investment Impacts Presented at the 46th ASEAN Summit 2025 Kuala Lumpur, Malaysia May 25 – 27, 2025 Dear; – His Excellency Dato’ Seri Anwar Ibrahim, Prime Minister of the Federation of Malaysia, in his capacity as Chair of the…
-

แถลงการณ์และข้อเสนอแนะนโยบายจากคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ต่อการส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน
“แถลงการณ์และข้อเสนอแนะนโยบายจากคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ต่อการส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดน” เสนอในวาระ การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ประจำปี 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2568 เรียน – ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งสมาพันธรัฐมาเลเซีย ในฐานะประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) – ฯพณฯ เกา กึม ฮวน เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit 2025) ครั้งที่ 46 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ภายใต้การนำของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำอาเซียนจะร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการลงทุนข้ามพรมแดนที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของภูมิภาค ปัจจุบัน ภูมิภาคอาเซียนเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง เกิดจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ขาดการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น การทำเหมือง การสร้างเขื่อน และการเกษตรเชิงเดี่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ…
-

จดหมายร้องเรียนถึงผู้รายงานพิเศษ UN ว่าด้วยสิทธิในสุขภาพ ในวาระโอกาสเยือนประเทศไทย
เมื่อเดือนมกราคม 2568 ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ส่งจดหมายร้องเรียนถึงทลาลัง โมโฟเค็ง ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาติว่าด้วยสิทธิในสุขภาพในวาระโอกาสเยือนประเทศไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เนื้อหาภายในจดหมายดังกล่าวระบุถึงผู้รายงานพิเศษฯ ว่า เรา คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ขอส่งจดหมายฉบับนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนโดยตรงของไทย (Thailand Direct Investment – TDI) และผลกระทบที่สำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนอันเกิดจากการลงทุนข้ามพรมแดนและมลพิษในประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญของประชาชนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการเขื่อนพลังงานน้ำและโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทำลายระบบนิเวศ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประเด็นสำคัญและผลกระทบ นักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการจากไทยได้ขยายการลงทุนและห่วงโซ่คุณค่า แต่โครงการเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน เสี่ยงต่อสุขภาพ และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชน และความก้าวหน้าในการควบคุมการลงทุนโดยตรงของไทย ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการกำกับดูแลการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลักดันของภาคประชาสังคม ตัวอย่างความคืบหน้ามีดังนี้ แม้จะมีความคืบหน้า แต่ยังมีช่องว่างด้านกฎหมายและกลไกกำกับดูแล โดยเฉพาะเรื่องการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดน (Tb-EHIA) ซึ่งยังไม่มีการบังคับใช้เป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย ข้อกังวลหลัก ข้อเสนอแนะ เราเรียกร้องให้ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติผลักดันให้รัฐบาลไทยและภาคธุรกิจดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้ เราพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมและหวังว่าจะได้รับการตอบกลับเกี่ยวกับประเด็นเร่งด่วนนี้ … สามารถอ่านจดหมายฉบับเต็มภาษาอังกฤษได้ที่นี่
-

AICHR ไทยหารือภาคประชาสังคม หวังขยายบทบาทสิทธิมนุษยชนในอาเซียน
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้จัดการประชุมหารือระหว่างผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights: AICHR) ประจำปี 2568 ณ โรงแรม วี กรุงเทพฯ โดยมีภาคประชาสังคมที่ได้รับเชิญเข้าร่วมราง 50-60 คน พลพงศ์ วังแพน อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวเปิดว่าการประชุมหารือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและภารกิจของผู้แทนไทยใน AICHR รวมถึงเป้าหมายและวิสัยทัศน์ไปจนถึงภารกิจของ AICHR นั้นจะมีความสอดคล้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียนของภาคประชาสังคมอย่างไรบ้าง เพื่อนำไปสู่การสร้างความร่วมมือกันระหว่าง AICHR และภาคประชาสังคมในอนาคต เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ภาพรวมการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมา ทางภาครัฐได้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาในมิติการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สร้างสังคมที่ครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งสตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วิสัยทัศน์อาเซียนยังคงเน้นไปที่ประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ปี 2025 – 2045 ซึ่งจะได้รับรองในกรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือน พ.ค. 2568 ที่จะถึงนี้ AICHR เป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริทและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อไป…
-

การเข้าถึงการเยียวยาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: ความท้าทาย ยุทธศาสตร์ และข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนแปลง
(แปลภาษาไทยจากเอกสาร “Access to Remedy in Mekong Region: Challenges, Strategies, Recommendation for Changes” โดย EarthRights International: ERI) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2024 EarthRights International และ Just Ground ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการเข้าถึงการเยียวยาสำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขององค์กรในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การประชุมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนและพันธมิตรได้หารือเกี่ยวกับความท้าทายและกลยุทธ์ สร้างคำแนะนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และเสริมสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนเพื่อการเยียวยาและความยุติธรรมในภูมิภาค นักเคลื่อนไหวในชุมชน ทนายความ และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอื่นๆ มากกว่า 30 คนเข้าร่วมการอบรมนี้ รวมถึงผู้เข้าร่วมจากชุมชนแนวหน้า ชุมชนพื้นเมือง และองค์กรภาคประชาสังคมในท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมทุกคนและส่งเสริมการสนทนาอย่างตรงไปตรงมา ผู้เข้าร่วมได้รับแจ้งว่าข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปันจะถูกใช้ในรูปแบบสรุปนี้ แต่จะไม่ใช้ชื่อบุคคล การอบรมที่ดำเนินมาตลอดทั้งวันประกอบด้วยการประชุมกลุ่มย่อย 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งเน้นที่การสนับสนุนระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ทางตุลาการ และอีกครั้งหนึ่งเป็นการหารือเกี่ยวกับการฟ้องร้องข้ามพรมแดนและกลยุทธ์ของรัฐในการแสวงหาการเข้าถึงการเยียวยา ส่วนที่เหลือของการอบรมเน้นที่การสร้างวิสัยทัศน์ว่าการเข้าถึงการเยียวยาควรมีลักษณะอย่างไรในอนาคต รวมถึงการหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราหวังว่าเอกสารนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น และเราจะยังคงแบ่งปันข้อมูลและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการต่อสู้เพื่อการเยียวยาที่มีประสิทธิผลสำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขององค์กรในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ความเป็นจริงในปัจจุบัน: อุปสรรคหลายประการในการเยียวยา…
-

JOINT SUBMISSION TO THE UNIVERSAL PERIODIC REVIEW OF LAO PDR IN PROCESS OF #UPR2025
UNITED NATIONS HUMAN RIGHTS COUNCIL 49th Session of the Working Group on the Universal Periodic Review April/May 2025 JOINT SUBMISSION OF THE INTERNATIONAL COMMISSION OF JURISTS, THE EXTRA –TERRITORIAL OBLIGATION WATCH COALITION AND EARTHRIGHTS INTERNATIONAL TO THE UNIVERSAL PERIODIC REVIEW OF LAO PDR Please read more in the link below
-

รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”
คณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร การลงทุนระหว่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศเป็นสองเสาหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ทั้งสองเสาหลักนี้มีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยการค้าระหว่างประเทศเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ และขยายตลาด แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายรูปแบบ อันเนื่องมาจากการปรับลดเงื่อนไขเพื่ออานวยความสะดวกให้นักลงทุน โดยขาดมาตรการในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยในการทางาน รวมถึงการประเมินและป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ภาคแรงงาน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหามลพิษทางน้าและอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศ นอกจากนั้นในบางกรณี การค้าระหว่างประเทศก็นาไปสู่การสร้างแรงกดดันให้ผู้ผลิตต้องลดต้นทุน ซึ่งบางครั้งนาไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายประการ ได้แก่ สิทธิแรงงาน เช่น การจ่ายค่าแรงต่ากว่ามาตรฐาน หรือการบังคับใช้แรงงาน หรือการบังคับให้ต้องยอมรับความตกลงที่ส่งผลต่อสิทธิเกษตรกร และทรัพยากรชีวภาพ รวมทั้งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าความตกลงระหว่างประเทศ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน การลงทุนระหว่างประเทศนั้น ก็ส่งผลเป็นการช่วยกระจายเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญข้ามพรมแดน ซึ่งนาไปสู่การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการสร้างนวัตกรรม แต่ก็นามาซึ่งความท้าทายและผลกระทบต่าง ๆ เช่น ความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจและสังคม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเทศที่รับการลงทุน (Host Countries) เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชนในโครงการลงทุน การจัดการควบคุมสารปนเปื้อนมลพิษอย่างเหมาะสม นาไปสู่มลพิษทั้งทางน้าและทางอากาศ ผลกระทบจากการสูญเสียการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรมจากการเคลื่อนย้ายแรงงานนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่ เป็นต้น คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ จึงพิจารณาเห็นควรศึกษาเรื่องผลกระทบทาง ด้านสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ…