Category: report

  • ชวนอ่าน “ภาพรวมสถานการณ์ 4 ปี รัฐประหารในเมียนมา: อนาคตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง”

    ชวนอ่าน “ภาพรวมสถานการณ์ 4 ปี รัฐประหารในเมียนมา: อนาคตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง”

    Myanmar Refugee Network ชวนอ่านรายงาน “ภาพรวมสถานการณ์ 4 ปี รัฐประหารในเมียนมา: อนาคตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง” จัดทำโดยเครือข่ายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเมียนมา หรือ Myanmar Refugee Network: MRN โดยเนื้อหาภายในครอบคลุมหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาต้องเผชิญหลังการรัฐประหารทั้งในแง่การถูกคุกคามโดยรัฐต้นทางและรัฐที่พักพิงในปัจจุบันอย่างไทย ไปจนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมในชีวิตที่ต้องอยู่ระหว่างการก้าวไปสู่หนทางประชาธิปไตยของประเทศ … ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 ประเทศเมียนมาต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองและมนุษยธรรมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประชาชนกว่า 3.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 6% ของประชากรทั้งหมด ถูกบีบบังคับให้อพยพเนื่องจากความขัดแย้งและการปราบปรามที่รุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและสังคมในประเทศ ค่าเงินจ๊าตอ่อนค่าลงถึง 3-4 เท่า ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าจำเป็นได้สร้างความลำบากให้กับประชาชน ในขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาและสาธารณสุขล่มสลาย เด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษา นอกจากนี้ การโจมตีทางทหารอย่างต่อเนื่องในปี 2024 ยังทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศจำนวนมาก ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชนในประเทศ หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการบังคับเกณฑ์ทหารซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2024 โดยรัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกกฎหมายบังคับให้ชายอายุ 18-35 ปี และหญิงอายุ 18-27 ปี ต้องเข้ารับการฝึกทหารทันที…

  • รายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาและผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา

    รายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาและผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา

    คณะอุนกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและผู้หนีภัยการสู้รบ ตามแนวชายแดนไทย เมียนมา ในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศสภาผู้แทนราษฎร

  • การเข้าถึงการเยียวยาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: ความท้าทาย ยุทธศาสตร์ และข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนแปลง

    การเข้าถึงการเยียวยาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: ความท้าทาย ยุทธศาสตร์ และข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนแปลง

    (แปลภาษาไทยจากเอกสาร “Access to Remedy in Mekong Region: Challenges, Strategies, Recommendation for Changes” โดย EarthRights International: ERI) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2024 EarthRights International และ Just Ground ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการเข้าถึงการเยียวยาสำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขององค์กรในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การประชุมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนและพันธมิตรได้หารือเกี่ยวกับความท้าทายและกลยุทธ์ สร้างคำแนะนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และเสริมสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนเพื่อการเยียวยาและความยุติธรรมในภูมิภาค นักเคลื่อนไหวในชุมชน ทนายความ และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอื่นๆ มากกว่า 30 คนเข้าร่วมการอบรมนี้ รวมถึงผู้เข้าร่วมจากชุมชนแนวหน้า ชุมชนพื้นเมือง และองค์กรภาคประชาสังคมในท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมทุกคนและส่งเสริมการสนทนาอย่างตรงไปตรงมา ผู้เข้าร่วมได้รับแจ้งว่าข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปันจะถูกใช้ในรูปแบบสรุปนี้ แต่จะไม่ใช้ชื่อบุคคล การอบรมที่ดำเนินมาตลอดทั้งวันประกอบด้วยการประชุมกลุ่มย่อย 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งเน้นที่การสนับสนุนระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ทางตุลาการ และอีกครั้งหนึ่งเป็นการหารือเกี่ยวกับการฟ้องร้องข้ามพรมแดนและกลยุทธ์ของรัฐในการแสวงหาการเข้าถึงการเยียวยา ส่วนที่เหลือของการอบรมเน้นที่การสร้างวิสัยทัศน์ว่าการเข้าถึงการเยียวยาควรมีลักษณะอย่างไรในอนาคต รวมถึงการหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราหวังว่าเอกสารนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น และเราจะยังคงแบ่งปันข้อมูลและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการต่อสู้เพื่อการเยียวยาที่มีประสิทธิผลสำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขององค์กรในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ความเป็นจริงในปัจจุบัน: อุปสรรคหลายประการในการเยียวยา…

  • JOINT SUBMISSION TO THE UNIVERSAL PERIODIC REVIEW OF LAO PDR IN PROCESS OF #UPR2025

    JOINT SUBMISSION TO THE UNIVERSAL PERIODIC REVIEW OF LAO PDR IN PROCESS OF #UPR2025

    UNITED NATIONS HUMAN RIGHTS COUNCIL 49th Session of the Working Group on the Universal Periodic Review April/May 2025 JOINT SUBMISSION OF THE INTERNATIONAL COMMISSION OF JURISTS, THE EXTRA –TERRITORIAL OBLIGATION WATCH COALITION AND EARTHRIGHTS INTERNATIONAL TO THE UNIVERSAL PERIODIC REVIEW OF LAO PDR Please read more in the link below

  • รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”

    รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”

    คณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร การลงทุนระหว่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศเป็นสองเสาหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ทั้งสองเสาหลักนี้มีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยการค้าระหว่างประเทศเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ และขยายตลาด แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายรูปแบบ อันเนื่องมาจากการปรับลดเงื่อนไขเพื่ออานวยความสะดวกให้นักลงทุน โดยขาดมาตรการในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยในการทางาน รวมถึงการประเมินและป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ภาคแรงงาน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหามลพิษทางน้าและอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศ นอกจากนั้นในบางกรณี การค้าระหว่างประเทศก็นาไปสู่การสร้างแรงกดดันให้ผู้ผลิตต้องลดต้นทุน ซึ่งบางครั้งนาไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายประการ ได้แก่ สิทธิแรงงาน เช่น การจ่ายค่าแรงต่ากว่ามาตรฐาน หรือการบังคับใช้แรงงาน หรือการบังคับให้ต้องยอมรับความตกลงที่ส่งผลต่อสิทธิเกษตรกร และทรัพยากรชีวภาพ รวมทั้งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าความตกลงระหว่างประเทศ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน การลงทุนระหว่างประเทศนั้น ก็ส่งผลเป็นการช่วยกระจายเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญข้ามพรมแดน ซึ่งนาไปสู่การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการสร้างนวัตกรรม แต่ก็นามาซึ่งความท้าทายและผลกระทบต่าง ๆ เช่น ความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจและสังคม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเทศที่รับการลงทุน (Host Countries) เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชนในโครงการลงทุน การจัดการควบคุมสารปนเปื้อนมลพิษอย่างเหมาะสม นาไปสู่มลพิษทั้งทางน้าและทางอากาศ ผลกระทบจากการสูญเสียการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรมจากการเคลื่อนย้ายแรงงานนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่ เป็นต้น คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ จึงพิจารณาเห็นควรศึกษาเรื่องผลกระทบทาง ด้านสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ…

  • เวที APF สัญจรภาคใต้: ทบทวน เตรียมพร้อม แก้ไข และก้าวต่อไปของอาเซียนภาคประชาชน

    เวที APF สัญจรภาคใต้: ทบทวน เตรียมพร้อม แก้ไข และก้าวต่อไปของอาเซียนภาคประชาชน

    ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 23-24 คณะกรรมการจัดงานเวทีภาคประชาชนอาเซียนประจำประเทศไทย (Thailand National Organizing Committee: Thai NOC) ภาคประชาสังคมภาคใต้ และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ประสานพลังร่วมงานกันจัดเวทีอาเซียนภาคประชาชนสัญจรภาคใต้ พร้อมทั้งจัดการประชุมประมวลสถานการณ์ภาคใต้ในสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกรณีภัยพิบัติ เพื่อเป็นการทบทวนสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมทั้งในเชิงเนื้อหาเพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในภูมิภาคอาเซียนที่ในปี 2568 นี้ประเทศมาเลเซ๊ย เพื่อนบ้านใกล้ชิดทางตอนใต้ติดกับประเทศไทยจะได้เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ซึ่งประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะมีการพูดถึงและเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในภาคใต้คือประเด็นสันติภาพและความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนา และผู้คนข้ามแดน สีนามิ: ภาพจำที่ชัดเจนของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี เลขาธิการ กป.อพช. ภาคใต้ ชวนระลึกถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของไทยซึ่งอีกไม่กี่วันจะถึงวันครบรอบ 20 ปี นั่นคือเหตุการณ์สึนามิ ครั้งนั้นเหตุการณ์สึนามิคร่าชีวิตผู้คนไปนับแสนหากนับรวมหลายประเทศที่ประสบกับภัยพิบัตินี้ เฉพาะผู้ได้รับความเสียหายในไทยอย่างเดียวก็มากถึงหลักหมื่นราย ชีวิตและหมู่บ้านหายไปกับตาภายในหนึ่งชั่วโมง ศพผู้คนเกลื่อนกลาด ไม่มีสภาพแบบที่เราเห็นโดยปกติ แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ชาติไหน หนำซ้ำเกิดเหตุการณ์สึนามิระลอกหลังที่ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เราเอง พื้นที่ของประชาชนที่สูญเสียไปถูกยึดครองเป็นของคนอื่น หลังจากเหตาการณ์นั้นเรามีการติดตั้งระบบเตือนภัยตามชายฝั่ง แต่หลังจากนั้นไม่นานระบบเตือนภัยอย่าง “ไซเรน” (หวอ) ก็กลายเป็นเศษเหล็ก ทุกคนลืมความสูญเสียจากเหตการณ์นี้ไปหมด ปัจจุบันมีโครงการบุกรุกชายฝั่งและชายเลนมากขึ้น เราต้องมีการเตรียมความพร้อมควบคู่ไปกับการตระหนักรู้ว่าเหตการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะตอนที่เราเผชิญกับสึนามิเราไม่มีองค์ความรู้เลยว่านั่นคืออะไร…

  • สัมมนาสาธารณะวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากล ประจำปี 2567

    สัมมนาสาธารณะวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากล ประจำปี 2567

    ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 เครือข่ายคนทำงานด้านการโยกย้ายถิ่นฐานและพลพรรคนักวิชาการได้ร่วมกันจัดงานการสัมมนาสาธารณะเนื่องในวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากลปี 2567 – International Migrants Day 2024 วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุม SiHub ชั้น 1 อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภายในการสัมมนามีการพูดถึงปัญหาสังคมสูงวัยของไทยและการบริหารจัดการประชากรข้ามชาติที่ยังคงมีปัญหาและในระยะยาวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนประชากรได้ การจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานที่มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ชาติและสังคมไทยในอนาคต แล ดิลกวิทยารัตน์ สมาชิกวุฒิสภา และผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรและการโยกย้ายถิ่นฐาน กล่าวว่าตนเป็นลูกครึ่งเวียดนาม ตอนเด็ก ๆ จะขอเงินพ่อต้องใช้ภาษาเวียดนาม และมีเพื่อนส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของชาวจีนอพยพ เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพวกเราล้วนเป็นคนย้ายถิ่น ในแง่ประวัติศาสตร์เองก็สร้างโดยคนย้ายถิ่น การสร้างบ้านแปงเมือง สาธารณูปโภคต่าง ๆ จะมาจากการใช้แรงงานของคนย้ายถิ่นทั้งนั้น อาจารย์แลกล่าวถึงความสำคัญในทางเศรษฐกิจของประชากรย้ายถิ่นว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานข้ามชาติไม่น้อยกว่า 70% การย้ายถิ่นเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นสากล เป็นปกติอย่างมาก และไม่ใช่เรื่องแปลก ในปัจจุบัน จะเห็นว่าประเทศหลายประเทศมีคนย้ายถิ่นเข้าไปอาศัยเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ไทย สิงคโปร์ และอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาเรื่องคนย้ายถิ่น แต่พอหลังการเกิดรัฐชาติสมัยใหม่ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 6…

  • จากห้วยทรายสู่หลวงพระบาง: ลำนำชีวิต 300 กิโลเมตรบนสายน้ำโขง

    จากห้วยทรายสู่หลวงพระบาง: ลำนำชีวิต 300 กิโลเมตรบนสายน้ำโขง

    แม่น้ำโขงไม่ใช่เพียงผืนน้ำที่ทอดยาวมากกว่า 4,900 กิโลเมตร แต่มันคือ “สายเลือด” ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คน ระบบนิเวศ และวัฒนธรรมหลายชั่วอายุคน บนเส้นทางล่องเรือ Slow Boat จากห้วยทรายสู่หลวงพระบาง สายน้ำดูสงบ แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามาอีกระลอก: เขื่อนปากแบง และ เขื่อนหลวงพระบาง กำลังรุกล้ำ ทำลายธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่น ภายใต้วาทกรรมพลังงานที่ถูกกล่าวอ้างว่า “สะอาด” และช่วยลดโลกร้อน การเดินทางครั้งนี้ คือบทบันทึกของธรรมชาติที่กำลังถูกคุกคาม และคำถามต่อ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” ที่เราต้องหยุดทบทวน ใครได้ประโยชน์ และ ใครกันที่ต้องสูญเสีย? แม้เขื่อนจะถูกโฆษณาเป็น “พลังงานสะอาด” แต่แท้จริงกลับสร้างมลพิษ เช่น การเน่าของพืชใต้น้ำปล่อยก๊าซมีเทน อีกทั้งเขื่อนยังทำลายเส้นทางปลาและระบบนิเวศที่ยั่งยืนตามธรรมชาติ โครงการเขื่อนก่อให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน การละเมิดสิทธิชุมชน และขาดการชดเชยที่เป็นธรรม การพัฒนาในรูปแบบนี้เป็นการผลักภาระทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับคนท้องถิ่น ขณะที่ผลประโยชน์ตกอยู่ในมือของนักลงทุนต่างชาติและผู้มีอำนาจเท่านั้น การพัฒนาที่ขาดความรับผิดชอบเช่นนี้ไม่สามารถเรียกได้ว่ายั่งยืน หากต้องการพลังงานที่แท้จริง เราควรมุ่งสู่การใช้พลังงานทางเลือกที่โปร่งใสและยั่งยืน รวมคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ บทความชุดภาพ (photo essay) ฉบับนี้อยากเชื้อชวนให้ผู้ชมทุกท่านค่อย ๆ ละเลียดไปกับทัศนียภาพความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและวิถีชีวิตผู้คนบนเรือช้าเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน…

  • รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”

    รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”

    อนุกรรมาธิการศึกษาการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร

  • ไทยบาท – ก๊าซเมียนมา: บทสนทนาของคนข้างบ้าน

    ไทยบาท – ก๊าซเมียนมา: บทสนทนาของคนข้างบ้าน

    เวียนมาเป็นปีที่ 6 สำหรับ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) พื้นที่แลกเปลี่ยนสำหรับประชาชนและภาคประชาสังคมในภูมิภาคที่เผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการพัฒนา สิทธิในทรัพยากร สิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวทางการรับมือกับวิกฤตโลกรวน ในปีนี้เสมสิกขาลัย (SEM) ร่วมกับเครือข่ายคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้จัดวงสนทนา “ไทยบาท – ก๊าซเมียนมา: บทสนทนาของคนข้างบ้าน” ขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ SEA Junction หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ไมค์ ตัวแทน Blood Money Campaign วรวรร ศุกภระฤกษ์ และ ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร จาก ETOs Watch Coalition และ เบญจา แสงจันทร์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน…