Category: report
-

สัมมนาสาธารณะวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากล ประจำปี 2567
ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 เครือข่ายคนทำงานด้านการโยกย้ายถิ่นฐานและพลพรรคนักวิชาการได้ร่วมกันจัดงานการสัมมนาสาธารณะเนื่องในวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากลปี 2567 – International Migrants Day 2024 วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุม SiHub ชั้น 1 อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภายในการสัมมนามีการพูดถึงปัญหาสังคมสูงวัยของไทยและการบริหารจัดการประชากรข้ามชาติที่ยังคงมีปัญหาและในระยะยาวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนประชากรได้ การจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานที่มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ชาติและสังคมไทยในอนาคต แล ดิลกวิทยารัตน์ สมาชิกวุฒิสภา และผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรและการโยกย้ายถิ่นฐาน กล่าวว่าตนเป็นลูกครึ่งเวียดนาม ตอนเด็ก ๆ จะขอเงินพ่อต้องใช้ภาษาเวียดนาม และมีเพื่อนส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของชาวจีนอพยพ เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพวกเราล้วนเป็นคนย้ายถิ่น ในแง่ประวัติศาสตร์เองก็สร้างโดยคนย้ายถิ่น การสร้างบ้านแปงเมือง สาธารณูปโภคต่าง ๆ จะมาจากการใช้แรงงานของคนย้ายถิ่นทั้งนั้น อาจารย์แลกล่าวถึงความสำคัญในทางเศรษฐกิจของประชากรย้ายถิ่นว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานข้ามชาติไม่น้อยกว่า 70% การย้ายถิ่นเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นสากล เป็นปกติอย่างมาก และไม่ใช่เรื่องแปลก ในปัจจุบัน จะเห็นว่าประเทศหลายประเทศมีคนย้ายถิ่นเข้าไปอาศัยเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ไทย สิงคโปร์ และอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาเรื่องคนย้ายถิ่น แต่พอหลังการเกิดรัฐชาติสมัยใหม่ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 6…
-

จากห้วยทรายสู่หลวงพระบาง: ลำนำชีวิต 300 กิโลเมตรบนสายน้ำโขง
แม่น้ำโขงไม่ใช่เพียงผืนน้ำที่ทอดยาวมากกว่า 4,900 กิโลเมตร แต่มันคือ “สายเลือด” ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คน ระบบนิเวศ และวัฒนธรรมหลายชั่วอายุคน บนเส้นทางล่องเรือ Slow Boat จากห้วยทรายสู่หลวงพระบาง สายน้ำดูสงบ แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามาอีกระลอก: เขื่อนปากแบง และ เขื่อนหลวงพระบาง กำลังรุกล้ำ ทำลายธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่น ภายใต้วาทกรรมพลังงานที่ถูกกล่าวอ้างว่า “สะอาด” และช่วยลดโลกร้อน การเดินทางครั้งนี้ คือบทบันทึกของธรรมชาติที่กำลังถูกคุกคาม และคำถามต่อ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” ที่เราต้องหยุดทบทวน ใครได้ประโยชน์ และ ใครกันที่ต้องสูญเสีย? แม้เขื่อนจะถูกโฆษณาเป็น “พลังงานสะอาด” แต่แท้จริงกลับสร้างมลพิษ เช่น การเน่าของพืชใต้น้ำปล่อยก๊าซมีเทน อีกทั้งเขื่อนยังทำลายเส้นทางปลาและระบบนิเวศที่ยั่งยืนตามธรรมชาติ โครงการเขื่อนก่อให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน การละเมิดสิทธิชุมชน และขาดการชดเชยที่เป็นธรรม การพัฒนาในรูปแบบนี้เป็นการผลักภาระทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับคนท้องถิ่น ขณะที่ผลประโยชน์ตกอยู่ในมือของนักลงทุนต่างชาติและผู้มีอำนาจเท่านั้น การพัฒนาที่ขาดความรับผิดชอบเช่นนี้ไม่สามารถเรียกได้ว่ายั่งยืน หากต้องการพลังงานที่แท้จริง เราควรมุ่งสู่การใช้พลังงานทางเลือกที่โปร่งใสและยั่งยืน รวมคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ บทความชุดภาพ (photo essay) ฉบับนี้อยากเชื้อชวนให้ผู้ชมทุกท่านค่อย ๆ ละเลียดไปกับทัศนียภาพความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและวิถีชีวิตผู้คนบนเรือช้าเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน…
-

รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”
อนุกรรมาธิการศึกษาการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร
-

ไทยบาท – ก๊าซเมียนมา: บทสนทนาของคนข้างบ้าน
เวียนมาเป็นปีที่ 6 สำหรับ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) พื้นที่แลกเปลี่ยนสำหรับประชาชนและภาคประชาสังคมในภูมิภาคที่เผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการพัฒนา สิทธิในทรัพยากร สิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวทางการรับมือกับวิกฤตโลกรวน ในปีนี้เสมสิกขาลัย (SEM) ร่วมกับเครือข่ายคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้จัดวงสนทนา “ไทยบาท – ก๊าซเมียนมา: บทสนทนาของคนข้างบ้าน” ขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ SEA Junction หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ไมค์ ตัวแทน Blood Money Campaign วรวรร ศุกภระฤกษ์ และ ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร จาก ETOs Watch Coalition และ เบญจา แสงจันทร์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน…
-

สถานการณ์สิทธิในสิ่งแวดล้อมในอาเซียน: ภาพรวมพัฒนาการและผลกระทบจากภาวะโลกเดือดและการลงทุนข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง หรือ “ภาวะโลกเดือด” ประเด็นเรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมได้ทวีความสำคัญขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะโลกเดือดและการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขาดความสมดุลผ่านการดำเนินธุรกิจในโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ไร้พรมแดน งานเสวนาในหัวข้อ “สถานการณ์สิทธิในสิ่งแวดล้อมในอาเซียน: ภาพรวมพัฒนาการและผลกระทบจากภาวะโลกเดือดและการลงทุนข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม“ จึงมีความสำคัญในการสร้างความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งได้นำเสนอภาพรวมของสถานการณ์สิทธิในสิ่งแวดล้อมในบริบทภาพกว้างระดับสากล ไทย และอาเซียน กอปรกับการวิเคราะห์ผลกระทบจากภาวะโลกเดือดที่มีต่อสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค พร้อมทั้งอภิปรายถึงผลกระทบของการลงทุนข้ามพรมแดนต่อชุมชน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางในการแก้ไขปัญหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ในหลากหลายมิติ ได้แก่ 1) ดร. กฤษฎา บุญชัย จากเครือข่าย Thai Climate Justice For All 2) ร่มฉัตร วชิรรัตนากรกุล จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) 3) กรกนก วัฒนภูมิ จาก EarthRights International (ERI) และคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ดำเนินรายการโดยธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร กรรมการอำนวยการ (ทางเลือก) จัดงานประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง…
-

กมธ. กฎหมายฯ และ คปฐ. จัดสัมมนาทบทวนการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง หลายฝ่ายเสนอแก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงนโยบาย มองเป็นองค์รวม ชงตั้งหน่วยงานเฉพาะแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานไม่ปกติ
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (คปฐ.) จัดงานสัมมนาเรื่อง “การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองและแนวทางในการแก้ไขกฎหมายคนเข้าเมือง” ณ ห้องประชุม B1 – 2 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีสาธารณะสำหรับรับฟังข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันระดมความคิดและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียในภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการ และตัวแทนกลุ่มผู้โยกย้ายถิ่นฐาน รวมถึงประชาชนทั่วไป กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ซึ่งมีกัณวีร์ สืบแสง เป็นประธาน ได้มีการศึกษาลงพื้นที่หลายเดือน เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญและปัญหาของการโยกย้ายถิ่นฐาน ซึ่งไทยเกี่ยวข้องในสี่ประเด็น คือ แรงงานข้ามชาติ ผู้ลี้ภัย ผู้แสงหาที่ลี้ภัย และเหยื่อการค้ามนุษย์ เป็นเวลากว่า 45 ปีมาแล้วที่ประเทศไทยมีการใช้กฎหมายคนเข้าเมือง เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นทางผ่านของคนหลายกลุ่มที่ต้องการเป็นที่พักพิงหรือต้องการมาทำงานยังประเทศไทย ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย มีผู้สูงวัยประมาณ 17…
-

กสม. ตรวจสอบเขื่อนภูงอย – เปิดเวทีสาธารณะ คนอุบลฯ ประสานเสียงหวั่นน้ำเติมน้ำท่วมเมือง เสี่ยงเสียดินแดน วิถีชีวิตถูกทำลาย
“กสม. ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบที่คาดว่าจะได้รับจากเขื่อนภูงอย พร้อมเปิดเวทีรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นจากหลายฝ่าย – คนอุบลฯ หวั่นวิกฤตน้ำท่วมเมือง สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ เสี่ยงเสียดินแดน “ เมื่อวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2567 นางสาวศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยที่ปรึกษา พยานผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชนจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำภูงอย ซึ่งเครือข่ายประชาชนและภาคประชาสังคมในจังหวัดอุบลราชธานีได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง กสม. ให้ดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากห่วงผลกระทบในด้านต่าง ๆ เช่น ระบบนิเวศแม่น้ำโขง การประมง น้ำเท้อย้อนกลับเข้าสู่แม่น้ำมูลในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมยาวนาน และส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของประชาชน โดยในวันแรกของการลงพื้นที่ตรวจสอบ (16 พ.ค. 2567) กสม. ลงพื้นที่ไปยังจุดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 7 จุด ได้แก่ 1) จุดบรรจบแม่น้ำชี-แม่น้ำมูล บ้านวังยาง อ.วารินชำราบ 2) รับฟังการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ณ สำนักงานชลประทานที่ 7 และลงพื้นที่สถานีวัดน้ำ M.7 สะพานเสรีประชาธิปไตย…
-

อ่างเก็บน้ำแม่น้ำคลาแมธถูกระบายน้ำออกเพื่อโครงการรื้อถอนเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ต้นฉบับแปลจาก: https://scitechdaily.com/klamath-river-reservoirs-drained-for-worlds-largest-dam-removal-project/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR0yVdE45wgZkwHNxcHDB99h4lJN6yjlJxhQKYrlLyp8_8HnTS8fnxAxKVw_aem_AZvPg4gNP8MacfyLUHCHyb76_lgLsWH95jsr_R3FlRcq0mVirYxI3vV9maXm5mNPACpk8CWmtkKRTQUMbu96NUhk การรื้อเขื่อนในแม่น้ำคลาแมธซึ่งครอบคลุมระหว่างปี 2566 ถึง 2567 ถือเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในประเภทเดียวกันที่มุ่งฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยริมชายฝั่งโดยการรื้อเขื่อนหลัก 4 แห่ง แม่น้ำคลาแมธทางตอนใต้ของรัฐโอเรกอนและแคลิฟอร์เนียตอนเหนือมีอิสระมากขึ้น ในช่วงปลายปี 2566 และต้นปี 2567 เขื่อน 4 แห่งจากทั้งหมด 6 แห่งริมแม่น้ำถูกทำลายและอ่างเก็บน้ำถูกระบายออกไป การดำเนินการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยริมชายฝั่งหลายร้อยไมล์ ถือเป็นโครงการรื้อถอนเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และเหตุผลของโครงการ เขื่อนทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ Iron Gate, Copco No. 1, Copco No. 2 และ JC Boyle ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1918 ถึง 1962 เพื่อผลิตไฟฟ้า เมื่อเผชิญกับค่าใช้จ่ายสูงในการปรับปรุงให้ทันสมัยในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ยูทิลิตี้ที่เป็นเจ้าของเขื่อนจึงเลือกที่จะรื้อถอนการก่อสร้างแทน นอกเหนือจากการขจัดโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าแก่แล้ว โครงการนี้คาดว่าจะกำจัดระบบนิเวศและความเสี่ยงด้านสุขภาพของมนุษย์ที่เกิดจากสาหร่ายที่เป็นพิษ ซึ่งมีระดับที่เป็นอันตรายในอ่างเก็บน้ำเป็นประจำมาตั้งแต่ปี 2548 ความพยายามในการฟื้นฟูจะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูพื้นที่หลายร้อยเอเคอร์และฟื้นฟูประชากรปลาใน แม่น้ำที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น แม่น้ำ ที่มีผลผลิตปลาแซลมอนมากเป็นอันดับสามบนชายฝั่งตะวันตก ขั้นตอนแรกของการกำจัดเขื่อน เขื่อนแรกที่จะถูกรื้อออกคือคอปโกหมายเลข 2…
-

-
