Category: myanmar
-

ทางแยกและทางร่วมของ “การบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐาน แรงงานข้ามชาติ บุคคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ และผู้ลี้ภัย” ของไทย
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 9.00 – 15.45 น.เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (The Migration Reform: TMR) จัดงานสัมมนา “การบริหารจัดการการย้ายถิ่น: แรงงานข้ามชาติ บุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ และผู้ลี้ภัย” ในหัวข้อ ”ประเมินกฎหมายและนโยบายการบริหาร จัดการอพยพย้ายถิ่นในปัจจุบัน จุดแข็ง จุดอ่อน ความท้าทายและโอกาส“ โดยได้เชิญภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ข้อมูลและความเห็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานและปัญหาในเมียนมา งานสัมมนาครั้งนี้ได้เน้นให้เห็นถึงความซับซ้อนและความสำคัญของการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานในบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์วิกฤตมนุษยธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาหลังการรัฐประหาร Cathy Hardman ที่ปรึกษาการเมืองสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานโดยเล่าถึงการทำงานด้านการย้ายถิ่นฐานว่าหลายปีที่ผ่านมาสถานทูตแคนาดาทำงานร่วมกับหลายประเทศในด้านการบริหารจัดการการย้ายถิ่นฐาน การเสวนาในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาว่าเราจะสามารถจัดการสถานการณ์การย้ายถิ่นฐานของแรงงานข้ามชาติ บุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ และผู้ลี้ภัย ได้อย่างไรให้เกิดความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ผ่านมาเราได้มีการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่มีทักษะให้พบหนทางในการตั้งถิ่นฐานถาวรและเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยตระหนักถึงความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและแคนาดา สิ่งสำคัญคือเราต้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำงานร่วมกันต่อไป เพื่อให้ทุกนโยบาย กฎหมาย และการปฏิบัติสะท้อนถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้เปราะบาง “ในความพยายามนี้ เรายังจำเป็นต้องขยายการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิของผู้ลี้ภัยและลดการแสดงออกเชิงเกลียดกลัวคนต่างชาติ (xenophobia) และการเลือกปฏิบัติ (discrimination)” ตัวแทนสถานทูตแคนาดากล่าว…
-

AICHR ไทยหารือภาคประชาสังคม หวังขยายบทบาทสิทธิมนุษยชนในอาเซียน
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้จัดการประชุมหารือระหว่างผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights: AICHR) ประจำปี 2568 ณ โรงแรม วี กรุงเทพฯ โดยมีภาคประชาสังคมที่ได้รับเชิญเข้าร่วมราง 50-60 คน พลพงศ์ วังแพน อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวเปิดว่าการประชุมหารือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและภารกิจของผู้แทนไทยใน AICHR รวมถึงเป้าหมายและวิสัยทัศน์ไปจนถึงภารกิจของ AICHR นั้นจะมีความสอดคล้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียนของภาคประชาสังคมอย่างไรบ้าง เพื่อนำไปสู่การสร้างความร่วมมือกันระหว่าง AICHR และภาคประชาสังคมในอนาคต เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ภาพรวมการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมา ทางภาครัฐได้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาในมิติการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สร้างสังคมที่ครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งสตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วิสัยทัศน์อาเซียนยังคงเน้นไปที่ประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ปี 2025 – 2045 ซึ่งจะได้รับรองในกรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือน พ.ค. 2568 ที่จะถึงนี้ AICHR เป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริทและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อไป…
-

ชวนอ่าน “ภาพรวมสถานการณ์ 4 ปี รัฐประหารในเมียนมา: อนาคตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง”
Myanmar Refugee Network ชวนอ่านรายงาน “ภาพรวมสถานการณ์ 4 ปี รัฐประหารในเมียนมา: อนาคตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง” จัดทำโดยเครือข่ายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเมียนมา หรือ Myanmar Refugee Network: MRN โดยเนื้อหาภายในครอบคลุมหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาต้องเผชิญหลังการรัฐประหารทั้งในแง่การถูกคุกคามโดยรัฐต้นทางและรัฐที่พักพิงในปัจจุบันอย่างไทย ไปจนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมในชีวิตที่ต้องอยู่ระหว่างการก้าวไปสู่หนทางประชาธิปไตยของประเทศ … ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 ประเทศเมียนมาต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองและมนุษยธรรมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประชาชนกว่า 3.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 6% ของประชากรทั้งหมด ถูกบีบบังคับให้อพยพเนื่องจากความขัดแย้งและการปราบปรามที่รุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและสังคมในประเทศ ค่าเงินจ๊าตอ่อนค่าลงถึง 3-4 เท่า ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าจำเป็นได้สร้างความลำบากให้กับประชาชน ในขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาและสาธารณสุขล่มสลาย เด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษา นอกจากนี้ การโจมตีทางทหารอย่างต่อเนื่องในปี 2024 ยังทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศจำนวนมาก ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชนในประเทศ หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการบังคับเกณฑ์ทหารซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2024 โดยรัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกกฎหมายบังคับให้ชายอายุ 18-35 ปี และหญิงอายุ 18-27 ปี ต้องเข้ารับการฝึกทหารทันที…
-

รายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาและผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา
คณะอุนกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและผู้หนีภัยการสู้รบ ตามแนวชายแดนไทย เมียนมา ในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศสภาผู้แทนราษฎร
-

การเข้าถึงการเยียวยาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: ความท้าทาย ยุทธศาสตร์ และข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนแปลง
(แปลภาษาไทยจากเอกสาร “Access to Remedy in Mekong Region: Challenges, Strategies, Recommendation for Changes” โดย EarthRights International: ERI) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2024 EarthRights International และ Just Ground ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการเข้าถึงการเยียวยาสำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขององค์กรในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การประชุมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนและพันธมิตรได้หารือเกี่ยวกับความท้าทายและกลยุทธ์ สร้างคำแนะนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และเสริมสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนเพื่อการเยียวยาและความยุติธรรมในภูมิภาค นักเคลื่อนไหวในชุมชน ทนายความ และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอื่นๆ มากกว่า 30 คนเข้าร่วมการอบรมนี้ รวมถึงผู้เข้าร่วมจากชุมชนแนวหน้า ชุมชนพื้นเมือง และองค์กรภาคประชาสังคมในท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมทุกคนและส่งเสริมการสนทนาอย่างตรงไปตรงมา ผู้เข้าร่วมได้รับแจ้งว่าข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปันจะถูกใช้ในรูปแบบสรุปนี้ แต่จะไม่ใช้ชื่อบุคคล การอบรมที่ดำเนินมาตลอดทั้งวันประกอบด้วยการประชุมกลุ่มย่อย 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งเน้นที่การสนับสนุนระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ทางตุลาการ และอีกครั้งหนึ่งเป็นการหารือเกี่ยวกับการฟ้องร้องข้ามพรมแดนและกลยุทธ์ของรัฐในการแสวงหาการเข้าถึงการเยียวยา ส่วนที่เหลือของการอบรมเน้นที่การสร้างวิสัยทัศน์ว่าการเข้าถึงการเยียวยาควรมีลักษณะอย่างไรในอนาคต รวมถึงการหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราหวังว่าเอกสารนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น และเราจะยังคงแบ่งปันข้อมูลและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการต่อสู้เพื่อการเยียวยาที่มีประสิทธิผลสำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขององค์กรในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ความเป็นจริงในปัจจุบัน: อุปสรรคหลายประการในการเยียวยา…
-

รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”
คณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร การลงทุนระหว่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศเป็นสองเสาหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ทั้งสองเสาหลักนี้มีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยการค้าระหว่างประเทศเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ และขยายตลาด แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายรูปแบบ อันเนื่องมาจากการปรับลดเงื่อนไขเพื่ออานวยความสะดวกให้นักลงทุน โดยขาดมาตรการในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยในการทางาน รวมถึงการประเมินและป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ภาคแรงงาน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหามลพิษทางน้าและอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศ นอกจากนั้นในบางกรณี การค้าระหว่างประเทศก็นาไปสู่การสร้างแรงกดดันให้ผู้ผลิตต้องลดต้นทุน ซึ่งบางครั้งนาไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายประการ ได้แก่ สิทธิแรงงาน เช่น การจ่ายค่าแรงต่ากว่ามาตรฐาน หรือการบังคับใช้แรงงาน หรือการบังคับให้ต้องยอมรับความตกลงที่ส่งผลต่อสิทธิเกษตรกร และทรัพยากรชีวภาพ รวมทั้งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าความตกลงระหว่างประเทศ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน การลงทุนระหว่างประเทศนั้น ก็ส่งผลเป็นการช่วยกระจายเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญข้ามพรมแดน ซึ่งนาไปสู่การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการสร้างนวัตกรรม แต่ก็นามาซึ่งความท้าทายและผลกระทบต่าง ๆ เช่น ความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจและสังคม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเทศที่รับการลงทุน (Host Countries) เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชนในโครงการลงทุน การจัดการควบคุมสารปนเปื้อนมลพิษอย่างเหมาะสม นาไปสู่มลพิษทั้งทางน้าและทางอากาศ ผลกระทบจากการสูญเสียการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรมจากการเคลื่อนย้ายแรงงานนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่ เป็นต้น คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ จึงพิจารณาเห็นควรศึกษาเรื่องผลกระทบทาง ด้านสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ…
-

สัมมนาสาธารณะวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากล ประจำปี 2567
ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 เครือข่ายคนทำงานด้านการโยกย้ายถิ่นฐานและพลพรรคนักวิชาการได้ร่วมกันจัดงานการสัมมนาสาธารณะเนื่องในวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากลปี 2567 – International Migrants Day 2024 วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุม SiHub ชั้น 1 อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภายในการสัมมนามีการพูดถึงปัญหาสังคมสูงวัยของไทยและการบริหารจัดการประชากรข้ามชาติที่ยังคงมีปัญหาและในระยะยาวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนประชากรได้ การจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานที่มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ชาติและสังคมไทยในอนาคต แล ดิลกวิทยารัตน์ สมาชิกวุฒิสภา และผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรและการโยกย้ายถิ่นฐาน กล่าวว่าตนเป็นลูกครึ่งเวียดนาม ตอนเด็ก ๆ จะขอเงินพ่อต้องใช้ภาษาเวียดนาม และมีเพื่อนส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของชาวจีนอพยพ เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพวกเราล้วนเป็นคนย้ายถิ่น ในแง่ประวัติศาสตร์เองก็สร้างโดยคนย้ายถิ่น การสร้างบ้านแปงเมือง สาธารณูปโภคต่าง ๆ จะมาจากการใช้แรงงานของคนย้ายถิ่นทั้งนั้น อาจารย์แลกล่าวถึงความสำคัญในทางเศรษฐกิจของประชากรย้ายถิ่นว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานข้ามชาติไม่น้อยกว่า 70% การย้ายถิ่นเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นสากล เป็นปกติอย่างมาก และไม่ใช่เรื่องแปลก ในปัจจุบัน จะเห็นว่าประเทศหลายประเทศมีคนย้ายถิ่นเข้าไปอาศัยเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ไทย สิงคโปร์ และอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาเรื่องคนย้ายถิ่น แต่พอหลังการเกิดรัฐชาติสมัยใหม่ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 6…
-

จดหมายเปิดผนึกถึง CEO บริษัท Airbus SE จากกลุ่มองค์กรปฏิวัติระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคมกว่า 300 องค์กร เรียกร้องให้ทางบริษัทหยุดการลงทุนทุกรูปแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยคณะเผด็จการอาชญากรทหารพม่า
จดหมายเปิดผนึกถึง CEO บริษัท Airbus SE จากกลุ่มองค์กรปฏิวัติระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคมกว่า 300 องค์กร เรียกร้องให้ทางบริษัทหยุดการลงทุนทุกรูปแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยคณะเผด็จการอาชญากรทหารพม่า ถึง กิโยม ฟอรี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) บริษัท Airbus SE 10 ธันวาคม 2567 เรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท Airbus SE กับ บริษัท Aviation Industry Corporation of China (AVIC) กว่าสามปีหลังจากความพยายามก่อการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อเดือนกมุภาพันธ์ 2564 คณะรัฐประหารยังคงก่ออาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ ต่อประชาชนเมยีนมาโดยไม่ต้องรับโทษใดๆ การก่อการร้ายนี้เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ คณะรัฐประหารยังคงเข้าถึงอาวุธได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเครื่องบินรบ และความช่วยเหลือด้านเทคนิคการบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการปรับปรุงที่เกี่ยวข้อง ซัพพลายเออร์รายสำคัญของอากาศยานทหารและการบำรุงรักษาให้แก่กองทัพคือบริษัทอุตสาหกรรมการบินแห่งประเทศจีน (AVIC)[1] บริษัทของคุณเป็นนักลงทนุรายสำคัญและพันธมิตรของ AVIC ด้วยเอกสารและรายงานที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องที่สหประชาชาติเกี่ยวกับวิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมา[2] และบทบาทของ AVIC ในการจัดหาอาวุธให้กับคณะเผด็จการทหาร[3] คุณคงทราบดีว่าความร่วมมือของคุณกับ AVIC…
-

รายงานผลการพิจารณาศึกษา “การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม”
อนุกรรมาธิการศึกษาการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และการรักษาสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร
-

ไทยบาท – ก๊าซเมียนมา: บทสนทนาของคนข้างบ้าน
เวียนมาเป็นปีที่ 6 สำหรับ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง-อาเซียน (Mekong-ASEAN Environmental Week – MAEW) พื้นที่แลกเปลี่ยนสำหรับประชาชนและภาคประชาสังคมในภูมิภาคที่เผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการพัฒนา สิทธิในทรัพยากร สิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวทางการรับมือกับวิกฤตโลกรวน ในปีนี้เสมสิกขาลัย (SEM) ร่วมกับเครือข่ายคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้จัดวงสนทนา “ไทยบาท – ก๊าซเมียนมา: บทสนทนาของคนข้างบ้าน” ขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ SEA Junction หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ไมค์ ตัวแทน Blood Money Campaign วรวรร ศุกภระฤกษ์ และ ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร จาก ETOs Watch Coalition และ เบญจา แสงจันทร์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน…